นศ.-คนงานรำลึก 3 ปี 19 ก.ย.49 หวังเป็นรัฐประหาร "ครั้งสุดท้าย"

สนนท.และสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ จุดเทียนรำลึก 3 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย. ชี้เป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการของอำมาตยาธิปไตยต่อประชาชน หวังเป็นการ "รัฐประหารครั้งสุดท้าย" พร้อมเป็นกำลังใจให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อสถาปนาประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์ต่อไป

(19 ก.ย.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย จัดการเสวนาเรื่อง 3 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549: ทิศทางของการต่อสู้ของขบวนการนักศึกษาและแรงงานไทย ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ โดยมีนักศึกษาและคนงานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย เข้าร่วมกว่า 70 คน

อนุธีร์ เดชเทวพร เลขาธิการ สนนท. กล่าวว่า หลังรัฐประหารเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการเมือง ซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญ 2550 เห็นการกลับมาของฝ่ายอำมาตย์ และเห็นความขัดแย้งที่ชัดเจนขึ้นระหว่างแนวคิดที่ต้องการประชาธิปไตย มีกลไกให้ประชาชนใช้งานได้เต็มที่ ผ่านการเลือกตั้งให้นักการเมืองเข้าไปผลักดันนโยบายกับแนวคิดที่ต้องการให้นักการเมืองถูกควบคุม เพราะมองว่านักการเมืองคอร์รัปชั่นอยู่ตลอด โดยกลุ่มหลังที่เป็นขบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยนี้ คือคนในทุกขบวนการทั้งนักศึกษา แรงงานหรือเอ็นจีโอ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยสนับสนุนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก่อน 19 ก.ย. โดยคนเหล่านี้ใช้ทุกวิถีทางเพื่อกำจัดนักการเมืองออกไป ไม่ว่าการเสนอแนวทางรัฐประหารหรือเรียกร้องอำนาจนอกระบบ ทั้งที่สุดท้ายจะพบว่า ฝ่ายอำมาตย์นั้นคอร์รัปชั่นหนักกว่านักการเมืองเสียอีก เพราะไม่สามารถตรวจสอบหรือวิพากษ์การทำงานของพวกเขาได้

เลขาฯ สนนท.กล่าวว่า รัฐประหารทำให้ได้บทเรียนว่า ฝ่ายอำมาตย์ไม่ได้หวังพึ่งพิงได้ และการยึดโยงกับฝ่ายนักการเมืองอย่างชัดเจนก็มีปัญหาเช่นกัน เช่น กลุ่มคนเสื้อแดงที่มีนักการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่ก็มีอีกด้านที่เป็นประชาชนคนธรรมดาที่มีสำนึกประชาธิปไตยและใช้ทักษิณเป็นเครื่องมือ ขณะที่ทิศทางการนำยังแยกเป็นหลายทาง การจะไปสู่แนวทางที่ถูกต้องนั้นก็คงต้องกลับไปทำงานทางความคิดให้คนรักประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการให้มาต่อสู้ในทิศทางที่ถูกต้อง

จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลกระทบของการรัฐประหารต่อขบวนการแรงงานว่า ตั้งแต่รัฐประหาร 2534 ก็มีการแก้กฎหมายแรงงาน ให้ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานต้องได้ผ่านการอบรมและรับการรับรองจากกระทรวงแรงงานก่อน หากใครไม่มีบัตรต้องจำคุก ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เอาไว้เบรคคนที่เคยเข้ามาช่วยเหลือกรรมกรอย่างนักศึกษา หรือรัฐวิสาหกิจออกไป ซึ่งจนตอนนี้กฎหมายนี้ก็ยังไม่ถูกแก้

จิตรา กล่าวว่า พอรัฐประหาร 19 ก.ย. พวกตนก็ขาดเสรีภาพ โดยกรรมกรที่จะยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัทหรือการจัดกลุ่มศึกษาให้ความรู้กับกรรมกรก็ทำไม่ได้ เพราะมีการประกาศกฎอัยการศึก นอกจากนี้คณะรัฐประหารยังฉวยโอกาสฉีกรัฐธรรมนูญและร่างใหม่ โดยมีแรงงานกลุ่มหนึ่งเข้าร่วมร่างด้วย โดยในขณะนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกกรรมกรกว่า 3 หมื่นคนให้เข้าร่วมกิจกรรมสามัคคีรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเองและพวก 4 คนได้ไปคัดค้านการรับร่างรัฐธรรมนูญก็ถูกคนทำร้าย ซึ่งก็อาจเป็นนายจ้างหรือผู้มีอำนาจทางการเมือง ผู้นำกรรมกรที่ต้านรัฐประหารก็ถูกค้นบ้าน กอ.รมน.จังหวัดบางแห่งก็ออกจดหมายเวียนไม่ให้สหภาพแรงงานทำกิจกรรมเพราะกลัวว่าจะมีการต่อต้าน

“นับแต่ 19 ก.ย. เป็นต้นมา ไม่เคยรู้สึกเลยว่า รัฐประหารหายไป เหมือนอยู่ในช่วงรัฐประหารตลอดเวลา” จิตรา กล่าวและว่า 3 ปีรัฐประหารจนถึงตอนนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้น ข้าวของก็แพงขึ้น เสรีภาพความเป็นคนก็น้อยลง แม้แต่วันนี้ก็ยังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในกรุงเทพฯ

ต่อประเด็นเรื่องการทำงานร่วมกันระหว่างขบวนการนักศึกษากับขบวนการแรงงาน เธอบอกว่า ปัจจุบัน นักศึกษามาร่วมเคลื่อนไหวกับขบวนการแรงงานน้อยมาก บางครั้งเป็นเพราะไม่ใช่ประเด็นที่องค์กรที่ให้ทุนกับนักศึกษาสนใจ จึงเสนอให้เก็บเงินทำกิจกรรมกันเอง จะได้ทำในประเด็นที่อยากทำได้ นอกจากนี้ ยังเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้ไปรณรงค์ร่วมกับสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ ที่ฟิลิปปินส์ว่า ที่นั่น นักศึกษาพอเลิกเรียนจะมาชุมนุมและกินนอนกับสหภาพแรงงาน โดยช่วยเหลือกิจกรรมของคนงานในส่วนต่างๆ อาทิ แปลงาน เทคนิคคอมพิวเตอร์ เป็นฝ่ายศิลป์ พอวันหยุดก็จะมาช่วยสอนหนังสือ สอนดนตรีให้กับลูกๆ ของคนงาน ทำให้เกิดกิจกรรมร่วมกันระหว่างนักศึกษา คนงานและลูกของคนงาน จึงอยากเสนอให้นักศึกษาลองมาร่วมชุมนุมกับคนงานแบบนี้บ้าง

เทวฤทธิ์ มณีฉาย นักกิจกรรมกลุ่มประกายไฟ กล่าวว่า ถ้านักศึกษามีจุดมุ่งหมายจะเปลี่ยนแปลงสังคม ต้องดูความเป็นจริงของสังคมไทยขณะนี้ด้วย เพื่อจะกำหนดได้ว่านักศึกษาจะทำงานด้านไหน เพราะสังคมไทยไม่ใช่สังคมเกษตรกรรมหรือกึ่งเกษตรกรรมแบบที่หลายคนเข้าใจอีกต่อไปแล้ว โดยจีดีพีในภาคเกษตร มีเพียง 10% ของจีดีพีในประเทศ ขณะที่มีงานวิจัยของสุชาย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ พบว่า ชาวนาที่สุพรรณบุรี 60% รับจ้างทำนาในนาของคนอื่น ขณะที่อีก 40% ทำนาในที่ของตัวเอง แต่แทบจะเป็นลูกจ้างของบริษัทอุตสาหกรรมการเกษตร ที่เอาวัตถุดิบมาให้และมารับซื้อไป

ต่อมา เวลาประมาณ 19.00น. นักศึกษาและคนงานกว่า 70 คน ได้เดินไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อทำกิจกรรมรำลึกครบรอบ 3 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 โดยมีการจุดเทียนเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ร้องเพลงร่วมกัน และอ่านแถลงการณ์

อนุธีร์ เดชเทวพร เลขาธิการ สนนท. ได้อ่านแถลงการณ์เพื่อรำลึกครบรอบ 3 ปีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ระบุ การรัฐประหารเมื่อ 3 ปีที่แล้วได้ทำลายสิทธิเสียงของประชาชนลงในชั่วข้ามคืนและสร้างฐานระบอบอำมาตยาธิปไตยขึ้นมา ประชาธิปไตยกลายเป็นเพียงเครื่องมือของฝ่ายชนชั้นนำ ที่จะบงการประเทศ ผ่านผู้แทนของพวกเขาในวุฒิสภาและข้าราชการชั้นสูง สร้างความทุกข์ให้กับประชาชน โดยประชาชนต่างต้องการสิทธิของพวกเขาคืนจึงดำเนินการต่อสู้ผ่านพลังมวลชน และการต่อสู้ทางความคิดกับฝ่ายที่ต่อต้านและบิดเบือนประชาธิปไตย

แถลงการณ์ สนนท.ระบุต่อว่า การต่อสู้ที่กล้าหาญและทรงพลังของประชาชนที่กำลังดำเนินอยู่นั้น เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าประเทศนี้ไม่ต้อนรับการรัฐประหารอีกต่อไปแล้ว โดยการต่อต้านของประชาชนเหล่านี้ได้กลายเป็นพลังที่มีสำนึก ที่มุ่งขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่ประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์ต่อไปในอนาคต สนนท.และองค์กรภาคีจึงขอร่วมกันรำลึกและตอกย้ำประณามเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ในฐานะจุดเริ่มต้นของการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการของฝ่ายอำมาตยาธิปไตยต่อประชาชน และในฐานะบทเรียนที่สำคัญของไทย โดยหวังให้เป็นการ "รัฐประหารครั้งสุดท้าย" ทั้งนี้ สนนท. ขอเป็นกำลังใจให้กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสถาปนาประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์ต่อไปในอนาคตด้วย

สวี สุดารัตน์ กรรมการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ ซึ่งมาร่วมกิจกรรมนี้ด้วยกล่าวว่า ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เห็นว่า รัฐประหารที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้ประเทศชาติหรือเศรษฐกิจดีขึ้นเลย และตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ผ่านการรัฐประหารมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรก้าวหน้าขึ้น การรัฐประหารเหมือนเป็นการดูถูกประชาชนและลิดรอนสิทธิประชาชน

 


0000

แถลงการณ์ สนนท.

เมื่อ 3 ปีที่แล้วในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ได้เกิดเหตุการณ์รัฐประหารที่ทำลายสิทธิเสียงของประชาชนไทยลงไปในชั่วข้ามคืนและได้ก่อร่างสร้างฐานระบอบอำมาตยาธิปไตยขึ้นมา นำประเทศไทยเข้าสู่ยุคมืดที่ประชาธิปไตยถูกจำกัดลงให้เหลือเป็นเพียงเครื่องมือของฝ่ายชนชั้นนำ ที่จะบงการประเทศนี้ได้ตามใจชอบ ผ่านผู้แทนของพวกเขาในวุฒิสภาและตำแหน่งราชการชั้นสูง ที่สามารถล้มผู้แทนประชาชนจากการเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่าลงไปและสรรหาผู้แทนของเขาขึ้นมาอย่างไม่ชอบธรรม สร้างความทุกข์เข็ญไปทั่วหัวระแหง ประชาชนต่างโหยหาเรียกร้องสิทธิของพวกเขาคืน และกำลังดำเนินการต่อสู้ผ่านพลังมวลชน และการต่อสู้ทางความคิดกับฝ่ายที่ต่อต้าน และบิดเบือนประชาธิปไตยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อย่างกล้าหาญและทรงพลัง

ณ เวลานี้ ผลพวงจากการรัฐประหารที่กระทำโดยคณะทหาร ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย และผู้สนับสนุนทั้งหลายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ได้แสดงออกมาให้เห็นชัดเจนในปัจจุบัน ประเทศไทยและผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรมได้บทเรียนและมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนแล้วในปัจจุบัน ว่าการรัฐประหารไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ไม่ได้พัฒนาประชาธิปไตยและไม่ใช่การถอยหนึ่งก้าวเพื่อก้าวไปข้างหน้าสองก้าว มันกลับเป็นการดึงฉุดรั้งประชาธิปไตยให้ล้มลุกคลุกคลานอีกครั้ง หลังจากถูกดึงรั้งให้ล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่าในประวัติศาสตร์กว่า 77 ปีของประชาธิปไตยไทย อำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นของปวงชน ในทางกลับกัน มันกลายเป็นของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ที่มองเห็นประชาชนเป็นเพียงไพร่ตัวเล็กๆ ของพวกเขา ภายใต้อุ้งเท้าของพวกเขาโดยตลอดเวลาเพียงเท่านั้น

แต่การต่อสู้ที่กล้าหาญและทรงพลังของประชาชนที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าประเทศนี้ไม่ต้อนรับการรัฐประหารอีกต่อไปแล้ว ในอดีตประชาชนเคยขลาดกลัวการรัฐประหารและอยู่นิ่งเฉยไม่ต่อต้าน แต่วันนี้ประชาชนได้เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความชิงชังต่อความไม่เป็นธรรมและต่อต้านการรัฐประหารอย่างเปิดเผยในทุกที่ วีรกรรมของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ เป็นตัวอย่างที่ดี การต่อต้านของประชาชนเหล่านี้ ปัจจุบันได้กลายเป็นพลังที่มีสำนึก ที่มุ่งขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่ประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์ต่อไปในอนาคต

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยและองค์กรภาคี ขอร่วมกันรำลึกและตอกย้ำประณามเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ในฐานะจุดเริ่มต้นของการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการของฝ่ายอำมาตยาธิปไตยต่อประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรม และในฐานะบทเรียนที่สำคัญที่ประเทศไทยจะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ด้วยความคาดหวังให้เป็นการ "รัฐประหารครั้งสุดท้าย" ทั้งนี้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยขอเป็นกำลังใจให้กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนไทย เพื่อก่อการเปลี่ยนแปลงสถาปนาประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์ต่อไปในอนาคต

ประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์จะต้องปรากฎเป็นจริง
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
19 กันยายน 2552

 

Comments

*พวกก่อการ รัฐประหาร

*พวกก่อการ รัฐประหาร พวกผลาญชาติ
ปล้นอุกอาจ ยิ่งกว่าโจร ที่ปล้นบ้าน
ควรประหาร ชีวา อย่าช้านาน
รัฐประหาร ผิดกฎหมาย อย่างร้ายแรง

*ออกกฎหมาย นิรโทษกรรม ให้ตัวเอง
โดยไม่เกรง บาปกรรม ล้ำกำแหง
ใช้อำนาจ เผด็จการ พาลแทรกแซง
ซึ่งขัดแย้ง กับประชาธิปไตย

*ทั้งยึดครอง กระบวนการ ยุติธรรม
เป็นผลกรรม แก่ประเทศ เป็นเหตุใหญ่
ก่อเกิดความ รุ่มร้อน เหมือนฟอนไฟ
เพราะประชาธิปไตย ไม่มั่นคง

*ประชาชน คนไทย อย่าไหวหวั่น
ในเชิงชั้น เผด็จการ พาลมืดหลง
เพื่อรักษา ความเป็นธรรม ล้ำยืนยง
ต้องดำรงการสู้ อยู่ต่อไป

เป็นกำลังใจให้

เป็นกำลังใจให้ ทุกคน

และขอยกย่องในจุดยืนของ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย และกลุ่มประกายไฟ

สู้ต่อไป

........ พวก อธิการบ่ดี

........

พวก อธิการบ่ดี คณะบ่ดี อาจานทั้งหลายแหล่ จะอายเด็กๆมั๊ย

................

-----------------------------

------------------------------------------------------------------

มิทราบว่า น้องๆ สนนท. ช่วย เสื้อแดง หาศพ เดือนเมษา เจอยังครับ

------------------------------------------------------------------

ถ้าเรื่องปฏิวัติ 19 กันยาฯ

ถ้าเรื่องปฏิวัติ 19 กันยาฯ คือ ทำเพราะ กลัว และ โกรธ ทักษิณ จากผู้มีอำนาจ (ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรแต่เป็นเรื่องส่วนตัว) ในอดีตอำมาตย์ เขาควบคุมกลไกต่างๆไว้ แต่การเมืองเขาดูอยู่ห่างๆไม่ถึงกับเข้ามาก้าวก่ายกำหนดชะตากรรมแบบวันนี้ พอหลังสิบเก้ากันยา อำมาตย์ได้เข้ามาดำเนินการแบบเต็มตัว โดยมี รธน.50 เป็นอาวุธ ที่มี ปปช คนตัดสิน องค์กรอิสระ สื่อหลัก(ทีวี) เป็นเพชรฆาต คอยทำลายล้างฝ่ายที่เกลียดชังและฝ่ายที่หัวแข็งต่ออำมาตย์ไม่ยอมสิโรราภ บางพวกก็ต้องยอมจำนนหันไปยืนอยู่ฝ่ายอำมาตย์ยอมให้ประชาชนด่าว่า เพราะอำมาตย์ใช้ กฏหมาย รธน.50 บีบ ด้วยคดีที่ตั้งกันขึ้นมาเอง ซึ่งเขาสามารถสั่งให้ คนตัดสิน ดึงคดีไว้ได้ คือพูดง่าย บีบก็ตายคายก็รอดว่างั้นเถอะ นี่คือประเทศไทยวันนี้
หลายข้อความที่สัมนาฯจากสนนท พุดถูกต้อง อำมาตย์ไม่ได้หยุดแค่ทำลายล้างทักษิณตามใบสั่งจากผู้ที่เกลียดชัง แต่อำมาตย์ต้องการเข้ามาควบคุมการเมืองเบ็ดเสร็จ โดยทำให้ดุเหมือนมีเลือกตั้งเพื่อหลอกสังคมประชาชนและเป็นข้ออ้างกับต่างชาติไม่ให้น่าเกลียด แต่แท้จริงแล้ว อำมาตย์ควบคุมองค์กรอิสระต่างๆที่มีส่วนกับการเมืองไว้จนหมดสิ้น เขาสามารถสั่งซ้ายหันขวาหันองค์กรอิสระนันๆได้ ให้เป็นไปตามต้องการ องค์กรอิสระคนใดกระด้างกระเดื่อง ก็จะมีจุดจบเหมือนกับ กกต.คุณวาสนาที่ถุกตัดสินไป ดังนั้นสรุปได้ว่า ประเทศไทย นะวันนี้ ไป ถ้าไม่มีเสื้อแดง ไม่มีองค์กร สนนท.ไม่มีสหภาพแรงงานไทรอั้มและปชช.ที่เห็นแย้ง ประเทศนี้จะตกอยู่ในกำมืออำมาตย์ตลอดไป ประเทศไทยจะถูกควบคุมด้วย ฝ่ายอำมาตย์ออกหน้าจอทีวีมาล้างสมองผู้คนให้จดจำประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงต่อไป คนดีจะเป็นคนชั่วในอนาคตผู้คนจะจดจำพวกเสื้อแดงและประชาชนที่เห็นแย้งในแง่ร้าย แต่จะยกย่องสรรเสริญเสื้อเหลืองเหมื่อนวีระบุรุษ ฝ่ายการเมือง ก็จะมีพรรคการเมืองของอำมาตย์ควบคุมตลอดไป สุดท้ายรอวันประเทศไทยล้มลงอีกครั้งเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 เหล่าอำมาตย์จะยอมผ่อนปรนอีกครั้งเพื่อให้คนดีเข้ามาแก้ไขปัญหา เหมือนตอนที่ยอมให้ทักษิณเข้ามาแก้ พอแก้เสร็จ ก็ให้คนออกมาไล่ วนเวียนเหมือนอย่างนี้ตลอดไปชั่วลูกหลาน

ถ้าเรื่องปฏิวัติ 19 กันยาฯ

ถ้าเรื่องปฏิวัติ 19 กันยาฯ คือ ทำเพราะ กลัว และ โกรธ ทักษิณ จากผู้มีอำนาจ (ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรแต่เป็นเรื่องส่วนตัว) ในอดีตอำมาตย์ เขาควบคุมกลไกต่างๆไว้ แต่การเมืองเขาดูอยู่ห่างๆไม่ถึงกับเข้ามาก้าวก่ายกำหนดชะตากรรมแบบวันนี้ พอหลังสิบเก้ากันยา อำมาตย์ได้เข้ามาดำเนินการแบบเต็มตัว โดยมี รธน.50 เป็นอาวุธ ที่มี ปปช คนตัดสิน องค์กรอิสระ สื่อหลัก(ทีวี) เป็นเพชรฆาต คอยทำลายล้างฝ่ายที่เกลียดชังและฝ่ายที่หัวแข็งต่ออำมาตย์ไม่ยอมสิโรราภ บางพวกก็ต้องยอมจำนนหันไปยืนอยู่ฝ่ายอำมาตย์ยอมให้ประชาชนด่าว่า เพราะอำมาตย์ใช้ กฏหมาย รธน.50 บีบ ด้วยคดีที่ตั้งกันขึ้นมาเอง ซึ่งเขาสามารถสั่งให้ คนตัดสิน ดึงคดีไว้ได้ คือพูดง่าย บีบก็ตายคายก็รอดว่างั้นเถอะ นี่คือประเทศไทยวันนี้
หลายข้อความที่สัมนาฯจากสนนท พุดถูกต้อง อำมาตย์ไม่ได้หยุดแค่ทำลายล้างทักษิณตามใบสั่งจากผู้ที่เกลียดชัง แต่อำมาตย์ต้องการเข้ามาควบคุมการเมืองเบ็ดเสร็จ โดยทำให้ดุเหมือนมีเลือกตั้งเพื่อหลอกสังคมประชาชนและเป็นข้ออ้างกับต่างชาติไม่ให้น่าเกลียด แต่แท้จริงแล้ว อำมาตย์ควบคุมองค์กรอิสระต่างๆที่มีส่วนกับการเมืองไว้จนหมดสิ้น เขาสามารถสั่งซ้ายหันขวาหันองค์กรอิสระนันๆได้ ให้เป็นไปตามต้องการ องค์กรอิสระคนใดกระด้างกระเดื่อง ก็จะมีจุดจบเหมือนกับ กกต.คุณวาสนาที่ถุกตัดสินไป ดังนั้นสรุปได้ว่า ประเทศไทย นะวันนี้ ไป ถ้าไม่มีเสื้อแดง ไม่มีองค์กร สนนท.ไม่มีสหภาพแรงงานไทรอั้มและปชช.ที่เห็นแย้ง ประเทศนี้จะตกอยู่ในกำมืออำมาตย์ตลอดไป ประเทศไทยจะถูกควบคุมด้วย ฝ่ายอำมาตย์ออกหน้าจอทีวีมาล้างสมองผู้คนให้จดจำประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงต่อไป คนดีจะเป็นคนชั่วในอนาคตผู้คนจะจดจำพวกเสื้อแดงและประชาชนที่เห็นแย้งในแง่ร้าย แต่จะยกย่องสรรเสริญเสื้อเหลืองเหมื่อนวีระบุรุษ ฝ่ายการเมือง ก็จะมีพรรคการเมืองของอำมาตย์ควบคุมตลอดไป สุดท้ายรอวันประเทศไทยล้มลงอีกครั้งเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 เหล่าอำมาตย์จะยอมผ่อนปรนอีกครั้งเพื่อให้คนดีเข้ามาแก้ไขปัญหา เหมือนตอนที่ยอมให้ทักษิณเข้ามาแก้ พอแก้เสร็จ ก็ให้คนออกมาไล่ วนเวียนเหมือนอย่างนี้ตลอดไปชั่วลูกหลาน

*ศัตรูร้ายของประชาธิปไตย คือพ

*ศัตรูร้ายของประชาธิปไตย
คือพิษภัย การจัด รัฐประหาร
นำสู่ความ เป็นรัฐ เผด็จการ
รัฐบาล ทหารนำ ห้ำปวงชน

*เผด็จการ ให้ประโยชน์ ชนชั้นนำ
ทีเหยียบย่ำ ชนส่วนใหญ่ ให้เสียผล
ทำลายความ เท่าเทียม เปี่ยมเล่ห์กล
ทำลายคน ทำลายพรรค คอยหักล้าง

*ประชาชน ผู้รัก ประชาธิปไตย
ต้องร่วมใจ รวมกัน มุ่งสรรค์สร้าง
สู้กับหมู่ มารชั่ว ทั่วทุกทาง
ทำลายล้าง รัฐประหาร มารแผ่นดิน

*อย่าหวังคิด พึ่งพา ตำรวจโลก
ดับทุกข์โศก ด้วยตนเอง ไม่เกรงสิ้น
สร้างเครือข่าย ประชาชน ให้ยลยิน
โยงใยทั้ง แผ่นดิน ทั่วโลกา

*สู้หมู่มาร ทำลาย ประชาธิปไตย
จะต้องใช้ การประณาม หยามคุณค่า
ไม่ให้เกียรติ ไม่สยบ ไม่คบค้า
ให้รู้ว่า สิ่งที่ทำ สุดล้ำ..เลว…..

ขอบคุณ สนนท

ขอบคุณ สนนท พวกเรารักประชาธิปไตยจะขอร่วมปกป้องด้วยอีก1คน

เป็นกำลังใจไห้ สนนท. และ

เป็นกำลังใจไห้ สนนท. และ ทุกๆ องค์กร ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นะจ๊ะ

ขอสนับสนุนน้องๆ

ขอสนับสนุนน้องๆ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย รู้สึกอุ่นใจว่าอย่างน้อย ก็มียุวชนของชาติบางกลุ่มที่รู้จักสิ่งที่ควรเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อยู่บ้าง ต่อสู้ต่อไป สักวันหนึ่งเราจะได้ประชาธิปไตยเต็มใบจริงๆ เหมือนที่โลกตะวันตกเขามีกัน

ขอร่วมเป็นกำลังใจให้แก่กลุ่มค

ขอร่วมเป็นกำลังใจให้แก่กลุ่มคนผู้รัก ประชาธิปไตย ทุกคน และ ขอยกย่อง วีรกรรมของคุณลุง นวมทอง ไพรวัลย์

คนทุกมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น คนทุกคนมีศาสนาที่ต่างๆกัน คนทุกคนเคารพในสิทธิเสรีภาพของกันและกัน

ภายใต้พระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน

ความรู้สึกช้าจังเลยนิสิตนักศึ

ความรู้สึกช้าจังเลยนิสิตนักศึกษายุคนี้น่าเสียใจระดับการศึกษาออกตัวช้าเกินไป แต่ก็ยังดีที่มีความรู้สึกมีก็ยังดีกว่าไม่มี

หวังได้

หวังได้ แต่จะสมหวังหรือเปล่า?? (เพราะเคยหวัง แต่ก็ผิดหวัง)

*รัฐประหาร เดือนกันยา

*รัฐประหาร เดือนกันยา สองห้าสี่เก้า
เรื่องน่าเศร้า เพราะคนเง่า เขลาขยัน
คนมันชั่ว ตัวก่อเหตุ ทุเรศอนันต์
ด้วยเชิงชั้น เผด็จการ มารทำลาย

*เศรษฐกิจ พังพินาศ ย่อยยับ
ความสับปลับ สัปดน ผลเสียหาย
ประชาชน ทุกข์ยาก ลำบากร้าย
การค้าขาย ไม่ดี มีแต่จน

*สังคมไทย แตกแยก ยิ่งกว่าเก่า
สร้างรอยร้าว ชัดแจ้ง ทุกแห่งหน
ยิ่งอธรรม ย่ำยี จิกตีคน
ยิ่งให้ผล แตกแยก แตกสามัคคี

*การเมืองยิ่งอ่อนแอ ป้อแป้ไป
อำมาตยา เป็นใหญ่ หัวใจเหลือง
ประชาชน ในแคว้น แสนขุ่นเคือง
นักการเมือง ถูกสยบ ถูกลบล้าง

*ถ้าอยากให้ รัฐประหาร นั้นสูญพันธ์
ต้องช่วยกัน ประณาม หยามทุกอย่าง
ไม่ยอมรับ กับผลพวง ลับลวงพราง
ร่วมกันสร้าง ประชาธิปไตย

ตั้งแต่ 19 กย. 49

ตั้งแต่ 19 กย. 49 มา

ทหารคิดจะทำรัฐประหารอยู่ทุกวัน

รวมแล้วอาจถึง 1000 ครั้ง เข้าไปแล้ว

ถ้าคิดเป็นโทษอาญา ฐานคิดล้มระบอบประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

ก็คงาต้องใช้โทษในคุก 20ปี คูณ 1000 ครั้ง

ที่ไม่ทำเพราะท่านจอมขมังเวทย์ไม่กล้าทำ

จากสี่เสามันเหลือแค่เสาเดียว

เสื้อแดงเดินขบวนทีไร

กลัวเยี่ยวเล็ด ต้องไปโคราช

แล้วอย่างนี้เบ้ตัวไหนกล้าทำ

ปีนี้ 89 เข้าไปแล้ว ยังนอนตาไม่หลับเลย

ทหารไม่หาเรื่อง อยู่คนละไม่กีปีก็ไปนอนบ้านสบายดีกว่า

ไม่เอาอย่าไอ้ธิบัง มือปืนรับจ้าง

ตอนนี้ เหมือนหมาหางด้วนตัวหนึ่ง

มีก็แต่ใกล้วันที่ประชาชนจะฟาดฟันกันเอง

เลือดท่วมจอ

ตัวอย่างมีแล้ว ที่ตีนเขาพระวิหาร

ขอให้กำลังใจน้องๆผู้รักประชาธ

ขอให้กำลังใจน้องๆผู้รักประชาธิปไตย จงลุกขึ้นมาเป็นผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อสร้างพื้นที่ให้อาจารย์ที่รักประชาธิปไตยได้ขยับกายและปลดปล่อยสมองกันบ้าง ที่ผ่านมามีแต่พวกอีแอบและลูกหลานศรีธนนชัยเท่านั้นที่มีพื้นที่บ้วนน้ำลายกันเต็มมหาลัย ตอนบ้านเมืองวุ่นวายอาจารย์ด้านสังคมบางคนก็มุดอยู่ใน จีสตริง พอเขาเริ่มสงบก็จะออกมาหอนทุกครั้งไป เจ็บแค้นจริงๆ แทนที่บรรดาครูบาอาจารย์จะออกมาช่วยกันหาทางออกให้บ้านเมืองรวมกันเป็นสถาบันกำหนดทิศทางให้ชัดเจนร่วมกันว่าทางออกของสังคมไทยควรจะเป็นอย่างไร แต่นี่กับออกมาซ้ำให้ปัญหารุนแรงเพิ่มไปอีก ยังไงก็ฝากน้องๆคนละไม้คนละมือช่วยกันนำทิศทางของบ้านเมืองไปสู่ประชาธิไตยโดยไว ให้ไอ้พวกประชาธิปไตยแบบของกูมันจมปฏิกูลเสียที แล้วประชาธิปไตยของประชาชนจะได้กลับมา

หวังว่าจะเป็นรัฐประหารครั้งสุ

หวังว่าจะเป็นรัฐประหารครั้งสุกท้าย ลิ้นไม่มีกระดูก ประเทศชาติกำลังลำบากลำบน ยากจนอยู่อย่างนี้ พวกขุนทหารยังมีกะจิตกะใจซื้ออาวุธ เอามาวไก่อศัตรู ทำลายล้างฆ่าฟันกันเองมากกว่า จะป้องกันอริราชศัตรู ..
ประเทศใดใช้เงินไปในการซื้ออาวุธมากกว่าใช้ไปในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มผลผลิต สร้างแรงงาน ประเทศนั้นก็คงยากจน ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้นเหมือนเดิม.

ขุนทหาร+นักวิชาเกิน+สิงห์เฒ่าขันที่ที่ยังไม่หมดกิเลสตัณหา ยังคิดว่าตนมีวาสนาบารมี ยังมีอิทธิพล.ยังสร้างความแตกแยก แทรกแซงการเมือง กองทัพ รัฐบาลม รัฐสภา กระบวนการยุติธรรม ยังหนุนหลังม็อบ ชักใยขุนทหารก่อรัฐประหาร ยังใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือในการกล่าวหา ทำร้ายคนอื่น ยังสร้างเรื่องโหกพกลม เพื่อสร้างสมอำนาจ ยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ยังคิดว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ประเทศชาติขาดความสามัคคี บ้านเมืองไม่มีความสงบสุข ประชาชนสิ้นแล้วซึ่งอิสรภาพ สิทธิเสรีภาพ