คปก.ยื่นข้อเสนอนายกฯ แก้ไขรธน.ม.68, ม.237

คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ทำข้อเสนอหลังศึกษาร่างฯ-ฟังความคิดเห็นประชาชน ชงยกเลิกม.237 ยุบพรรคการเมือง-แก้ไขยื่นเรื่องอสส.ศาลรธน.

5 สิงหาคม 2556 - นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ลงนามในหนังสือบันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะคปก. เรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ....(แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 68 และมาตรา 237) เสนอต่อนายกรัฐมนตรี  ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ หลังจากคปก.ได้พิจารณาศึกษาร่างฯ ทั้งจากข้อมูลทางวิชาการและการรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน
 
คปก.มีความเห็นว่า ในกรณีที่มีบุคคลหรือพรรคการเมืองกระทำการอันเชื่อว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง ควรกำหนดให้ผู้ที่ทราบการกระทำต้องเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน แต่หากอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำนั้นย่อมมีสิทธิเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยตรงได้    อย่างไรก็ตามคปก.มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรกำหนดระยะเวลาในการเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเป็นกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ โดยขอเสนอให้อัยการสูงสุดต้องพิจารณาและยื่นคำร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วันนับแต่วันรับเรื่อง
 
ทั้งนี้ คปก. เห็นชอบกับหลักการที่ให้ยกเลิกวรรคท้ายของมาตรา 68 ที่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบ เนื่องจากการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 103 วรรคห้า และพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 98  อีกทั้ง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งอาจกระทบต่อคดีอาญา เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาลและองค์กรอื่น ตามมาตรา 216 วรรคห้าของรัฐธรรมนูญ
 
ขณะเดียวกันคปก.เห็นว่า ควรยกเลิกมาตรา 237 เนื่องจากบทบัญญัติมุ่งลงโทษพรรคการเมืองด้วยเหตุจากการกระทำผิดของผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเพียงกลุ่มบุคคลบางกลุ่มในพรรคการเมืองเท่านั้นการยุบพรรคการเมืองทั้งพรรค มีผลทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคการเมืองนั้น และประชาชน    ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ต้องพ้นจากสถานภาพของพรรคการเมืองนั้นไปด้วย เป็นการลงโทษคนกลุ่มใหญ่ซึ่งไม่ได้ร่วมรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด บทบัญญัติดังกล่าวจึงไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง
 
อีกทั้ง บทบัญญัติเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้กำหนดไว้แล้วในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 103 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 98 จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดบทบัญญัติดังกล่าวไว้อีก  คปก. ขอเสนอให้ยกเลิกมาตรา 237 โดยแก้ไขร่างมาตรา4 จาก “ให้ยกเลิกวรรคสองของมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” เป็น “ให้ยกเลิกมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์