อัพเดทล่าสุดเมื่อ 7 นาที 14 วินาที ที่ผ่านมา

กรธ. ยืนยันให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัย กรณีไม่มีบทบัญญัติใน รธน.

โฆษก กรธ. แถลงเพิ่มความค้มครองเรื่องสิทธิเสรีภาพมากขึ้น หลังจากโดนท้วงติง พร้อมยันให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตาม มาตรา 7 เดิม ย้ำไม่ได้เพิ่มอำนาจศาล แต่ทำให้ศาลทำหน้าที่ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

19 ก.พ. 2559 เว็บข่าวรัฐสภา รายงานว่า อุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เปิดเผยว่าขณะนี้ กรธ.ได้พิจารณาความเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ ที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ซึ่งได้รวบรวมมาเป็นจำนวนมาก โดยให้ความสำคัญกับทุกความเห็นอย่างไม่แบ่งแยก แต่ขึ้นอยู่กับเหตุผลที่มีการเสนอเข้ามาให้ปรับแก้ว่ามีความเหมาะสมกับบ้าน เมืองอย่างไร ซึ่งการพิจารณาได้ไล่เรียงลำดับในแต่ละมาตรา ขณะนี้ถึงหมวดที่ 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 54 แล้ว และจากนี้การแถลงให้ประชาชนทราบจะเป็นการแถลงลักษณะเป็นเรื่องเป็นประเด็นที่ได้ข้อยุติแล้ว จะไม่แถลงรายมาตรา

อุดม กล่าวต่อไปว่า กรธ. ได้ปรับแก้ส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ ตามที่หลายฝ่ายท้วงติงโดยนำหลักการเกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ได้ รับความคุ้มครองในมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กลับมา รวมถึงปรับแก้มาตรา 25 และมาตรา 26 ของร่างเบื้องต้น ซึ่งยังคงหลักการว่าสิทธิเสรีภาพที่ไม่มีกฎหมายจำกัดหรือไม่กระทบต่อความสงบ เรียบร้อยย่อมทำได้ แต่ได้นำมาตรา 28 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 มาบัญญัติเพิ่มเพื่อเป็นการยืนยันหลักประกันดังกล่าวให้ประชาชนมั่นใจใน สิทธิเสรีภาพมากขึ้น อาทิ การใช้สิทธิเพื่อต่อสู้ในชั้นศาล นอกจากนี้ ในมาตรา 26 เกี่ยวกับการตรากฎหมายที่มีผลต่อสิทธิเสรีภาพบุคคล ได้แก้ไขให้รองรับกับหลักนิติธรรมมากขึ้น จากเดิมระบุ “กฎหมายดังกล่าวต้องคำนึงถึงหลักนิติธรรม” แก้ไขเป็น “กฎหมายดังกล่าวจะต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม” มาตรา 27 หลักความเสมอภาค ได้นำหลักความแตกต่างของบุคคลมาขยายความให้ครอบคลุมครบถ้วน ด้วยการเติมข้อความให้คนที่มีความแตกต่างหลากหลายอยู่ในปัจจุบันได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นมาตรา 7 เดิมของรัฐธรรมนูญปี 2550 กรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้การวินิจฉัยเป็นไปตามประเพณีการปกครอง นั้น กรธ. จะนำมาบัญญัติในบททั่วไป แม้ถูกมองว่าให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป แต่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าในอดีตประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดความสับสนอย่างมาก ว่าจะมีองค์กรใดนำหลักการดังกล่าวมาใช้ จึงยืนยันที่จะให้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย แต่จะต้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องวินิจฉัย อาทิ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา องค์กรอิสระ เป็นผู้ส่งเรื่องนั้นๆ ไปให้ศาล รธน. พิจารณา

อุดม ยืนยันว่า การบัญญัติดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai