เผยผลสำรวจ 12 กลุ่มอาชีพ-กิจการ เสี่ยงต่อการว่างงานสูงปี 2563

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฎิรูป ม.รังสิต เผยผลการสำรวจ 12 กลุ่มอาชีพและกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการว่างงานสูงและการขยายตัวของจ้างงานต่ำ และ 10 กลุ่มอาชีพและกิจการที่มีโอกาสในการขยายตัวของการจ้างงานสูงขึ้นในปี 2563 พร้อมข้อเสนอแนะในการช่วยเหลือผู้ถือเลิกจ้างและการปฏิรูประบบบำนาญชราภาพ มีความไม่สมดุลในตลาดแรงงาน 


ที่มาภาพประกอบ: Trending Topics 2019  (CC BY 2.0)

22 ธ.ค. 2562 ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่าการสำรวจ 12 กลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการว่างงานสูงและการขยายตัวของจ้างงานต่ำ และ 10 กลุ่มอาชีพที่มีโอกาสในการขยายตัวของการจ้างงานสูงขึ้นในปี พ.ศ. 2563 พร้อมข้อเสนอแนะในการช่วยเหลือผู้ถือเลิกจ้างและการปฏิรูประบบบำนาญชราภาพ ว่า ทุกอาชีพต้องเตรียมปรับตัวและรับมือกับเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลที่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นในตลาดแรงงาน มีดิสรัปชันเพิ่มขึ้นอีกในปี พ.ศ. 2563 การเกิดขึ้นของเทคโนโลยี 5G จะพลิกโฉมธุรกิจและระบบเศรษฐกิจ เปลี่ยนเกมการแข่งขันทางธุรกิจ ทำให้หลายธุรกิจหลายกิจการถูกเบียดขับออกจากตลาดพร้อมทั้งสร้างโอกาสให้เกิดกิจการธุรกิจใหม่โดยเฉพาะธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม (Platform Business) จะขยายตัวในอัตราเร่ง ธุรกิจที่ถูก Disrupt ต้องปรับตัว ลดขนาด ลดการจ้างงาน บางส่วนจะต้องล้มละลายและปิดกิจการไป นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและภาคการผลิต ตลอดจนภาวการณ์ขยายตัวของภาคเศรษฐกิจต่างๆซึ่งมีทั้งขยายตัวสูง ปานกลาง จนถึงต่ำและหดตัวภายใต้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยภาพรวมยังคงต่ำต่อเนื่อง ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อกลุ่มอาชีพต่างๆทั้งความเสี่ยงในการถูกเลิกจ้างและโอกาสในการจ้างงานเพิ่มขึ้น 

ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า 12 กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่อการว่างงานสูงและการขยายตัวของจ้างงานต่ำ กลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มอาชีพ กิจการหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับเด็กแรกเกิดและประชากรอายุต่ำกว่า 15 ปี เนื่องจากประชากรในกลุ่มนี้ (เด็กแรกเกิดจนถึงประชากรอายุต่ำกว่า 15 ปี) ในประเทศลดลงตามลำดับ โดยในปี 2563 จะอยู่ที่ 12.7-12.8 ล้านคน ในช่วงปี พ.ศ. 2562 จำนวนประชากรไทยเพิ่มขึ้นเพียง 0.18% น้อยที่สุดในอาเซียน โดยคาดการณ์ว่า ประชากรวัยเด็กไทยจะลดลงเรื่อยๆ โดยประชากรไทยจะไปแตะระดับสูงสุดที่ 70 ล้านคน (69,685,486 คน) ในปี พ.ศ. 2568 ก่อนที่จะมีแนวโน้มลดลงเหลือ 65,372,345 คน ในปี พ.ศ. 2593 ขณะที่ประชากรเด็กจะลดลงเหลือเพียง 10.4 ล้านคนในปี พ.ศ. 2570 จังหวัดที่มีสัดส่วนประชากรในวัยเด็กต่ำมากจนกิจการหรือธุรกิจและการจ้างงานเกี่ยวกับไม่ขยายตัวมากนัก ได้แก่ ลำพูน สมุทรสาคร ปทุมธานี เป็นต้น ส่วนจังหวัดที่มีสัดส่วนประชากรในวัยเด็กสูง ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล มีสัดส่วนประชากรในวัยเด็กอยู่ที่ 23-24% เทียบกับประชากรในจังหวัด แต่จังหวัดเหล่านี้เศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าที่ควรเนื่องจากมีปัญหาความไม่สงบและความรุนแรงในพื้นที่ จำนวนประชากรไทยขณะนี้อยู่ที่ 69,310,827 คน ซึ่งคิดเป็น 0.9% ของจำนวนประชากรโลก 

กลุ่มที่ 1 นี้ จะเกี่ยวข้องกับอาชีพหรือกิจการ ดังนี้ โรงเรียนอนุบาลและประถมวัย สถานรับเลี้ยงเด็ก จะปิดกิจการเพิ่มขึ้นตามลำดับ กระทบต่อการจ้างงานในอาชีพครูหรืออาจารย์ระดับประถมและมัธยมต้น กิจการพี่เลี้ยงเด็ก เกิดโรงเรียนขนาดเล็กมากมายและด้อยคุณภาพเพราะต้องลดต้นทุน กระทบธุรกิจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็กแรกเกิดและประชากรวัยเด็กจะขยายต่ำต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2563 เป็นต้น 

กลุ่มที่ 2 กลุ่มอาชีพการงานหรืองานทางด้านเคาเตอร์เซอร์วิส เพราะการทำธุรกรรมทำผ่านดิจิทัลและออนไลน์มากขึ้นตามลำดับ 

กลุ่มที่ 3 กลุ่มอาชีพหรือธุรกิจนายหน้าทางด้านการขายตรงต่างๆ

กลุ่มที่ 4 กลุ่มอาชีพการงานหรือธุรกิจเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ธุรกิจโฆษณา เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม 

กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชีพการงานหรือธุรกิจที่ผลิตสินค้าที่มีปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนเกี่ยวกับถุงพลาสติกและโฟม สารเคมี เป็นต้น 

กลุ่มที่ 6 กลุ่มอาชีพหรือธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ราคาสูงและที่อยู่อาศัยราคาต่ำ เนื่องจากตลาดบนราคาสูงมีปัญหาทางด้านอุปทานส่วนเกินและตลาดล่างราคาต่ำขาดอุปสงค์และกำลังซื้อ 

กลุ่มที่ 7 กลุ่มอาชีพตัวแทนนายหน้าหรือคนกลางในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ

กลุ่มที่ 8 กลุ่มสถาบันการเงินหรือธนาคารแบบดั้งเดิม

กลุ่มที่ 9 กลุ่มอาชีพการงานและกิจการเกี่ยวกับการให้เช่าสำนักงานระยะยาว 

กลุ่มที่ 10 กลุ่มธุรกิจแท็กซี่และพนักงานขับรถแท็กซี่ ได้รับกระทบ GrabCar GrabTaxi

กลุ่มที่ 11 กลุ่มอาชีพการงานและธุรกิจอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ที่ใช้กับรถยนต์และผลิตภัณฑ์ทางด้านไอทีที่เป็นเทคโนโลยีเก่า 

กลุ่มที่ 12 กลุ่มอาชีพทางด้าน Back office ที่ ระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ และ AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ พนักงานงานธุรการ พนักงานรักษาความปลอดภัย แผนกกฎหมาย แผนกบัญชี เป็นต้น 

10 กลุ่มอาชีพที่มีโอกาสในการขยายตัวของการจ้างงานสูงขึ้นในปี พ.ศ. 2563 ได้แก่ 

กลุ่มที่ 1 อาชีพ กิจการและธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงวัย ผู้ป่วยฟื้นฟูสุขภาพและผู้ป่วยติดเตียง

กลุ่มที่ 2 อาชีพ กิจการและธุรกิจเกี่ยวกับแฟลตฟอร์มธุรกิจ ตลาดกลางอิเลคทรอนิกส์

กลุ่มที่ 3 อาชีพ กิจการและธุรกิจเกี่ยวกับขนส่งโลจิสติกส์และการบริหารคลังสินค้า

กลุ่มที่ 4 อาชีพกิจการและธุรกิจเกี่ยวกันการท่องเที่ยวและบริการต่อเนื่อง 

กลุ่มที่ 5 อาชีพบริการทางการแพทย์และกิจการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และ อาหารสุขภาพ 

กลุ่มที่ 6 อาชีพ กิจการและธุรกิจเกี่ยวกับวิศวกรรมก่อสร้าง การก่อสร้างโครงสร้างระบบรางและระบบคมนาคมต่างๆ

กลุ่มที่ 7 อาชีพ กิจการและธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน

กลุ่มที่ 8 นักวิเคราะห์ข้อสถิติชั้นสูง นักเศรษฐศาสตร์ประกันภัย นักคณิตศาสตร์นักสถิติประกันภัยและที่ปรึกษาทางด้านการลงทุน 

กลุ่มที่ 9 กลุ่มอาชีพใหม่ๆที่เกิดจากการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจแบ่งปัน ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น ผู้จัดการด้านการดูแลความพึงพอใจในการใช้ระบบ (User Experience Manager) ผู้จัดการทางด้านเนื้อหาและสื่อสังคมออนไลน์ (Content and Social Media Manager) ที่ปรึกษาทางด้านเทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality Consultant) เป็นต้น

กลุ่มที่ 10 อาชีพ กิจการเกี่ยวกับการให้การศึกษาผ่านทางออนไลน์ เช่น Online Educator ซึ่งจะมีการพัฒนาแทนที่การศึกษาแบบดั้งเดิมมากขึ้นตามลำดับ มีการทำหลักสูตรออนไลน์คุณภาพสูงที่สามารถทดแทนการเรียนในชั้นเรียนจริงได้ ฉะนั้น สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ใช้เงินในการลงทุนสร้างอาคารและชั้นเรียนเกินความต้องการจะประสบปัญหาการแบกภาระต้นทุนจากการลงทุนส่วนเกินเหล่านี้จำนวนมาก และ จำเป็นต้องไปตัดลดค่าใช้จ่ายอื่นๆทำให้ การเรียนการสอนและการวิจัยด้อยลงเนื่องจากไม่มีงบประมาณเพียงพอในการลงทุนสิ่งที่เป็นพันธกิจหลักของการศึกษา
 
ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวเสนอแนะในฐานะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย ปรับปรุงเงินสมทบและพัฒนาสิทธิประโยชน์ สำนักงานประกันสังคม ว่า เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาการเลิกจ้างและการว่างงานเพิ่มขึ้น และอาจจะยังคงเพิ่มขึ้นในปีหน้า และสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้วและในปีหน้าเราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ คือ มีประชากรวัย 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วน 20% จึงขอเสนอแนะในการช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้างและการปฏิรูประบบบำนาญชราภาพไปพร้อมกัน ซึ่งทางอนุกรรมการฯได้หารือและนำเสนอคณะกรรมการประกันสังคมให้ปรับสิทธิประโยชน์ประกันการว่างงานเพิ่มขึ้นกรณีถูกเลิกจ้าง ซึ่งกรณีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันการว่างงานสามารถดำเนินได้ภายในปีนี้ด้วยการออกประกาศของสำนักงานประกันสังคมได้ ส่วนข้อเสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีต่างๆ แก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งกัน หรือ นายจ้างต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานด้วยการอาจหาเหตุต่างๆเพื่อเลิกจ้างลูกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายต้องใช้เวลาและพิจารณาดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้เกิดระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดีและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวอีกว่าคาดว่าจะมีความไม่สมดุลในตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้นในปี พ.ศ. 2563 ขณะที่การว่างงานโดยรวมสูงขึ้น แต่จะมีการขาดแคลนแรงงานทักษะต่ำ โดยเฉพาะงานหนัก งานสกปรก งานเสี่ยงภัยต่อสุขภาพสูงจะหาคนมาทำยากขึ้น เนื่องจากแรงงานต่างด้าวที่ยอมทำงานเหล่านี้จากประเทศเพื่อนบ้านทะยอยกลับประเทศมากขึ้นจากความต้องการแรงงานและค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น แรงงานอพยพกลับส่วนใหญ่เป็นแรงงานโสดที่ไม่มีครอบครัวในประเทศไทยและไม่มีความตั้งใจในการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศไทย เกิดภาวการณ์ขาดแคลนแรงงานในบางตำแหน่งได้ อุปสงค์แรงงานสูงในบางตำแหน่งงานอาจหาคนทำงานไม่ได้ ขณะที่ อุปทานแรงงานมากในบางตำแหน่งงานแต่ความต้องการในการจ้างและอุปสงค์ต่อแรงงานต่ำมาก การจ้างงานในภาคเกษตรกรรมเกิดภาวะความไม่สมดุลและเคลื่อนย้ายแรงงานมากขึ้นในปีหน้า พื้นที่ซึ่งประสบภัยแล้งรุนแรง แรงงานในพื้นที่ดังกล่าวจะว่างงานและหันไปประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และ อาจเคลื่อนย้ายไปรับจ้างทำการเกษตรในพื้นที่ขาดแคลนแรงงานมากขึ้น 
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์