เมื่อนักข่าวฟรีแลนซ์อังกฤษ ตกหล่นจากนโยบายช่วยเหลือภายใต้วิกฤต COVID-19

‘ฟรีแลนซ์ที่ถูกลืมจากวิกฤต COVID-19’ แม้ในอังกฤษจะมีแผนช่วยเหลือคนทำงานฟรีแลนซ์ แต่นักข่าวที่ทำงานอิสระจำนวนมากอาจจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ ตัวเลขสำรวจจากสหภาพแรงงาน NUJ ชี้ว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกเชื่อว่าเงินช่วยเหลือจะไม่ครอบคลุมกับความสูญเสียของพวกเขา หลังงานรายงานข่าว กีฬา ศิลปะ การเดินทาง และงานพิธีกรในการจัดอีเวนต์ หายไปกับตาชั่วข้ามคืน


ที่มาภาพประกอบ: James P. Morse (CC BY-NC 2.0)

รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่าแผนการสนับสนุนรายได้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระหรือผู้จ้างงานตัวเอง (Self-employed Income Support Scheme : SEISS) จะเปิดรับการยื่นเรื่องตั้งแต่วันพุธที่ 13 พ.ค. 2563 และหน่วยงานด้านรายได้และภาษีของสหราชอาณาจักร (HMRC) จะติดต่อผู้จ้างงานตัวเองที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายแผนการสนับสนุนรายได้ข้างต้น โดยอีเมล์ ส่งข้อความ และจดหมาย ด้วยความตั้งใจที่จะให้การจ่ายเงินเข้าบัญชีธนาคารภายในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. 2563 หรือ 6 วันทำการหลังจากที่ได้มีการรับแจ้งแล้ว

แผนการช่วยเหลือดังกล่าวจะเปิดให้ผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดเข้ามายื่นขอเงินช่วยเหลือในจำนวน 80% ของรายได้เฉลี่ยหลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 3 เดือน โดยคำนวณรายได้เฉลี่ยจากรายได้ที่แจ้งไว้ในปีภาษีย้อนหลัง 3 ปี และกำหนดเพดานทั้งหมดไว้ที่ 7,500 ปอนด์สเตอร์ลิงหรือราว 300,000 บาท

สหภาพแรงงานนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งชาติของอังกฤษ (The National Union of Journalists : NUJ) ขอให้สมาชิกทำการยื่นขอเงินช่วยเหลือให้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้ โดยสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อค้นหาข้อมูลว่าตนเองเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดหรือไม่ในการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือ

คุณสามารถยื่นขอเงินช่วยเหลือได้หากคุณอยู่ในฐานะผู้จ้างงานตัวเอง (self-employed) หรือเป็นคนทำงานในฐานะหุ้นส่วน (partner) โดยคุณเป็นคนทำงานที่มีรายได้ในปีภาษี 2561 และ 2562 และคุณได้ยื่นขอคืนภาษีรายได้บุคคลด้วยการประเมินตัวเองในวันที่ 23 เม.ย. 2563 หรือก่อนหน้านั้นในปีเดียวกัน

คุณทำงานมีรายได้ในปีภาษี 2562 ถึง 2563 คุณมีความตั้งใจที่จะทำงานมีรายได้ต่อเนื่องในปี 2563 ถึงปี 2564 คุณทำงานมีรายได้ซึ่งได้รับผลกระทบทางลบจากโคโรน่าไวรัส

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากการสำรวจจากสหภาพแรงงานนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ชี้ว่า หนึ่งในสามของสมาชิก เชื่อว่า เงินช่วยเหลือจะไม่ครอบคลุมกับความสูญเสียของพวกเขา

ฟรีแลนซ์ถูกกระทบอย่างรุนแรงตั้งแต่เริ่มการระบาดใหญ่ จากการหายไปของงาน อาทิ งานเกี่ยวกับการรายงานข่าวกีฬา ศิลปะ การเดินทาง และงานพิธีกรในการจัดอีเวนต์ ซึ่งเหือดแห้ง หายไปกับตา ชั่วข้ามคืน

สหภาพแรงงานนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ทำจดหมายถึงรัฐมนตรีการเงินของสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้นาย Rishi Sunak รีบนำมาตรการสนับสนุนมาดำเนินการโดยเร็วที่สุดก่อนเดือน มิ.ย. 2563 เพื่อไม่ให้สายเกินไปสำหรับคนจำนวนมากเหล่านี้

ในขณะที่สหภาพแรงงานนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ เห็นว่าแผนความช่วยเหลือที่จะมีการดำเนินการต่อไปข้างหน้าเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่มีปัญหาที่ต้องตระหนักถึงก็คือ สมาชิกจำนวนมากตกหล่นลงไปในรอยแตกของแผนการช่วยเหลือนี้ โดยจากรายงาน พบว่า ประชาชนประมาณ 2 ล้านคนที่อยู่ในสถานะจ้างงานตัวเองไม่ถูกนับรวมอยู่ความครอบคลุมของแผนการช่วยเหลือ

Pamela Morton เจ้าหน้าที่ในการรวมกลุ่มฟรีแลนซ์แห่งชาติ กล่าวว่า

 “ทั้งหมด ที่เราเรียกร้องรัฐบาลสหราชอาณาจักร คือ ทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันด้วยการเคารพและการสนับสนุนในระดับเดียวกัน

คนเหล่านี้ผู้ที่เดินก้าวแรกอย่างกล้าหาญของการทำงานเพื่อเลี้ยงตัวเอง บ่อยครั้ง มันไม่ใช่การเลือกโดยตัวของพวกเขา หรือคนทำงานมีรายได้มากขึ้นระดับหนึ่ง ก็ไม่ควรจะถูกลงโทษ

มันไม่ควรมีพลเมืองชั้นสอง รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังล้มเหลวในการตระหนักถึงหนทางมากมายที่ปัจเจกบุคคลต้องทำงานและได้รับการจ่ายค่าจ้าง ระบบเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรและสังคมของเราพึ่งพาฟรีแลนซ์และการว่าจ้างตนเอง โดยปราศจากการให้ความสำคัญอย่างเหมาะสมและขาดการสนับสนุนและช่วยเหลือทางการเงิน มันคือการมุ่งทำลายพื้นฐานของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเขาที่ตกอยู่ในการทำงานแบบนั้น”

สมาชิกสหภาพแรงงานฯ คนหนึ่งกล่าวว่า

“ฉันไม่มีงานทำ เนื่องจากฉันทำงานเป็นนักข่าวที่รายงานข่าวศาล และศาลส่วนใหญ่ปิด เนื่องจากวิกฤต มันยังมีประเด็นปัญหาเรื่องสุขภาพความปลอดภัยจากการขาดมาตรการการเตือนล่วงหน้าเรื่องสุขอนามัยซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายบริหารของศาล ฉันได้รับการจ่ายเงินซึ่งอยู่ในฐานะผู้จ้างงานตัวเอง แต่ทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เริ่มงานเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว เนื่องจากฉันยังไม่ได้ยื่นขอคืนภาษี ฉันจึงเป็นคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในแผนการช่วยเหลือผู้จ้างงานตัวเอง ซึ่งเสนอโดยรัฐมนตรี และฉันอยู่แผนการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพแผนอื่นที่เรียกว่า Universal Credit ซึ่งไม่รู้ว่าจะผลเป็นอย่างไร

ฉันรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เนื่องจากกำลังแรงงานส่วนใหญ่ ได้รับเงินช่วยเหลือ 80% ของเงินเดือนของพวกเขาซึ่งได้รับการประกัน แต่ฉันไม่ได้ เพราะฉันขาดการยื่นแจ้งขอการคืนภาษีในปีทีผ่านมา ฉันกำลังถูกลงโทษในฐานะคนที่เข้ามาใหม่ในอุตสาหกรรมซึ่งนายจ้างไม่ได้จ้างฉันแบบมีแบบสัญญาจ้างที่เป็นลูกจ้าง”

ปัจเจกบุคคลจำนวนมากจะไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดและถูกกีดกันออกไป เนื่องจากงานของพวกเขาอยู่ในฐานะการจ้างงานตัวเอง (และการประเมินตัวเอง) ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่า 50% สหภาพแรงงานนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ เสนอรูปแบบของระบบบางอย่างที่จะป้องกันประชาชนตกจากขอบหน้าผาสูง ปัจเจกบุคคลจำนวนมากจะสามารถมีเวลาในการลาสำหรับการมีลูก ลาคลอดหรือลาดูแลลูก ตอลดจนสามารถลาเมื่อเจ็บป่วยได้ หรือเมื่อต้องความรับผิดชอบในการดูแลต่างๆ

งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า ผลกระทบของโคโรน่าไวรัสและการปิดเมืองหรือล็อคดาวน์ ผู้ที่มีการคุ้มครองในลักษณะต่างๆ จะมีความสามารถในการรับผลกระทบได้มากกว่าผู้ที่ไม่มีการคุ้มครอง

บ่อยครั้งฟรีแลนซ์ถูกบีบให้ทำงาน 2 รูปแบบไปพร้อมๆ กันคืองานที่ถูกจ้างกับงานที่จ้างงานตัวเอง (ภายใต้การประเมินตัวเอง) รวมเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นการยืนอยู่บนสองระบบโดยใช้การทำงานแบบไม่เต็มเวลา

หนึ่งในห้าของผู้ตอบแบบสอบถาม บอกว่า พวกเขาทำงานทั้งงานที่จ้างงานตัวเองกับงานที่ถูกจ้าง ในเวลาเดียวกันนั้น พวกเขาในจำนวนเท่ากัน บอกว่า ได้รับการจ่ายเงินผ่าน PAYE (ระบบการจ่ายภาษีรายได้และเงินสมทบประกันสังคม) ในลักษณะของ“การถูกว่าจ้างเพื่อวัตถุประสงค์ของภาษี” รายได้ ผลก็คือ ถ้ารายได้ในประเภทดังกล่าวเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% พวกเขาจะไม่มีคุณสมบัติในการได้รับความช่วยเหลือจากแผนการช่วยเหลือผู้จ้างงานตัวเอง สิ่งนี้จะมีผลกระทบอย่างไม่ได้สัดส่วนต่อผู้หญิง คนทำงานรายได้ต่ำ และคนพิการ ซึ่งเป็นผู้ที่มักจะได้งานที่ไม่เต็มเวลา

สมาชิกรายหนึ่งบอกว่า

 “ 3 ปีที่ผ่านมาหรือมากกว่านั้น รายได้ส่วนมากของฉันมาจากการทำงานที่หนังสือพิมพ์ แม้ว่าบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ก็ได้เอาประกันสังคมออกไป รวมถึงเอาการจ่ายค่าจ้างในวันหยุดออกไป บริษัทมีการดำเนินการในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า คนทำงานไม่ได้เป็นลูกจ้างเต็มเวลา ส่วนงานของฉันได้จบไปก่อนวันที่รัฐบาลขีดเส้นเอาไว้คือวันที่ 28 ก.พ. 2563”

“คนทำงานที่มีรายได้ที่หักค่าใช้จ่ายแล้วมากกว่า 50,000 ปอนด์สเตอร์ลิง (หรือราว 2 ล้านบาทต่อปี) อาจเห็นงานทั้งหมดถูกยกเลิกไปในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีนี้” สมาชิกอีกคนหนึ่งกล่าว

 “อย่างที่ฉันชี้ให้เห็น สำหรับบางคนที่พูดว่า มันเป็นไปไม่ได้หรอกว่าทั้งหมดจะเป็นธรรม ฉันไม่ต้องการความเป็นธรรม แต่ต้องการให้ปฏิบัติอย่างเสมอภาคไม่เอนเอียง มีคนทำงานหลายอาชีพได้รับการจ่ายเงินซึ่งอยู่ภายใต้ระบบ PAYE และเป็นผู้ที่มีรายได้มากกว่าเป็นอันมาก แต่ก็ยังได้รับเงินช่วยเหลือระดับสูงสุด”

ทั้งนี้ สหภาพแรงงานนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งชาติ (NUJ) เป็นตัวแทนของอาชีพสื่อมวลชนครอบคลุมสมาชิกที่เป็นคนทำงานหลายประเภทอย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ในสื่อฝ่ายต่างๆ คนทำงานประจำ ฟรีแลนซ์ ทั้งในสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร สื่อประชาสัมพันธ์ ช่างภาพ และสื่อใหม่ มีสมาชิกในเมืองต่างๆ ทั่วสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และบางส่วนในยุโรป เป็นสหภาพแรงงานในวิชาชีพสื่อมวลชนที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกก่อตั้งในปี 2450

 

ที่มาเรียบเรียงจาก
#ForgottenFreelances: as the scheme to support freelances goes live, a third of self-employed journalists could miss out” (National Union of Journalists, 7 May 2020)
Guidance on the COVID-19 Self-employment Income Support Scheme (Incorporated Society of Musicians, 5 May 2020)
https://www.nuj.org.uk/home/

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์