ILO เรียกร้องการคุ้มครองให้แรงงานทำงานที่บ้าน

รายงานฉบับใหม่ของ ILO ระบุว่ามีแรงงานหลายล้านคนที่ทำงานจากบ้านในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ต้องทนทำงานในสภาพการทำงานที่แย่และถูกเอารัดเอาเปรียบ เรียกร้องรัฐบาลทั่วโลกประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ทำงานจากบ้าน 

16 ม.ค. 2564 องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เปิดเผยรายงาน Working from home. From invisibility to decent work ระบุว่ามีแรงงานหลายล้านคนที่ทำงานจากบ้านในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ที่ต้องทนทำงานในสภาพการทำงานที่แย่และถูกเอารัดเอาเปรียบ

ปัญหาของแรงงานทำงานที่บ้านมักเป็นปัญหาที่มองไม่เห็นจากภายนอก เนื่องจากเกิดขึ้นในบ้านของคนทำงานเหล่านั้น ทั้งนี้กว่าร้อยละ 90 ของแรงงานทำงานที่บ้านเป็นแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน รายงานชิ้นนี้ระบุว่าแรงงานที่ทำงานจากบ้านในประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางมักจะมีความเสี่ยงที่จะพบกับปัญหามากที่สุด

แรงงานทำงานที่บ้านมักจะมีรายได้น้อยกว่าคนที่ทำงานนอกบ้าน แม้แต่ในอาชีพที่มีทักษะสูง ผู้ทำงานที่บ้านในสหราชอาณาจักรมีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่าร้อยละ 13 ในสหรัฐอเมริกาน้อยกว่าร้อยละ 22 ในแอฟริกาใต้น้อยกว่าร้อยละ 25 ส่วนในอาร์เจนตินา อินเดีย และเม็กซิโก แรงงานทำงานที่บ้านมีรายได้น้อยกว่าคนที่ทำงานนอกบ้านถึงกว่าร้อยละ 50 เลยทีเดียว

ผู้รับการบ้านยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสุขภาพและมีโอกาสเข้าถึงการฝึกอบรมน้อยกว่าคนงานนอกบ้านซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการทำงาน

ก่อนที่จะมีการระบาดของ COVID-19 นั้น มีแรงงานทำงานที่บ้านประมาณ 260 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.9 ของผู้มีงานทำทั่วโลก ในจำนวนนี้ร้อยละ 56 (ประมาณ 147 ล้านคน) เป็นผู้หญิง ILO ยังคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ที่ทำงานจากบ้านในขณะนี้เพิ่มสูงขึ้นมาก

นิยามแรงงานทำงานที่บ้านหลากหลายขึ้นหลังการระบาดของ COVID-19 ที่แรงงานคอปกขาวต้องทำงานตามมาตรการทำงานทางไกล (telework) มากขึ้น จากก่อนหน้านั้นหากเราพูดถึงแรงงานรับจ้างที่ทำงานที่บ้าน เรามักจะนึกถึงผู้ที่เย็บผ้าหรือทำหัตถกรรมที่บ้าน 

ไม่ได้รับการคุ้มครองที่ดี


ที่มาภาพ: Nevil Zaveri/ILO

การจ้างงานแรงงานทำงานที่บ้าน มักมีการควบคุมที่ไม่ดีและการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ยังคงเป็นความท้าทาย ในหลายกรณีแรงงานทำงานที่บ้านถูกจัดประเภทเป็นผู้รับเหมาอิสระ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายแรงงาน

"มีประเทศสมาชิก ILO เพียง 10 ประเทศเท่านั้น ที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับที่ 177 ซึ่งส่งเสริมความเท่าเทียมกันในการปฏิบัติต่อกันระหว่างผู้ทำการบ้านกับผู้มีรายได้อื่น ๆ และมีเพียงไม่กี่ประเทศที่มีนโยบายที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการบ้าน" จานีน เบิร์ก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ ILO และเป็นหนึ่งในผู้เขียนรายงานฉบับนี้ ระบุ

แรงงานที่ผลิตสินค้าเหล่านี้มักถูกเอารัดเอาเปรียบได้ง่าย ไม่ได้รับการคุ้มครอง เสี่ยงที่เผชิญกับปัญหาสุขภาพและความปลอดภัยจากการทำงาน เช่น งานที่อาจทำให้เกิดโรคทางกล้ามเนื้อและกระดูก พวกเขายังได้รายได้ต่ำกว่ารายได้ขั้นต่ำ และมีชั่วโมงการทำงานที่ไม่แน่นอน 

นอกจากนี้ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีพนักงานบริษัทจำนวนมากขึ้นที่ทำงานจากบ้าน รวมถึงผู้ที่ทำงานทางไกลและผู้ที่ทำงานด้านดิจิทัลจากบ้าน เบิร์กระบุว่า สภาพการทำงานของพวกเขามักแย่กว่าผู้ที่ทำงานนอกบ้าน

เบิร์กยังระบุว่าพนักงานบริษัทที่ทำงานจากบ้านเหล่านี้ เผชิญกับความโดดเดี่ยวทางสังคม มีความเสี่ยงที่จะมีสภาพการทำงานที่แย่ลงเรื่อย ๆ การทำงานอยู่บ้านยังทำให้แรงงานเหล่านี้มีโอกาสใช้สิทธิ์และเสียงน้อยลง เพื่อร้องเรียนเรื่องสภาพข้อจำกัดในการทำงานต่อสหภาพแรงงานหรือกับแผนกบริหารจัดการของบริษัท

สำหรับแรงงานแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทำงานที่บ้าน ยังมีประเด็นความท้าทายโดยเฉพาะการควบคุมจากแพลตฟอร์มที่ทำตรวจสอบสภาพการทำงานและกำหนดค่าจ้าง ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการจ้างที่เป็นธรรมในรูปแบบการจ้างงานแบบนี้

ILO คาดว่าการทำงานจากที่บ้านจะยังคงเพิ่มขึ้นแม้การระบาดของ COVID-19 จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม และยังได้เรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชนทั่วโลกมีการประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ทำงานจากบ้าน แนะนำให้มีการลงทะเบียนแรงงานที่ทำงานจากที่บ้าน รวมถึงให้มีระบบติดตามสภาพการทำงานที่บ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานทำงานที่บ้านทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนทอหวายในอินโดนีเซีย คนทำเชียบัตเตอร์ในกานา คนติดรูปถ่ายในอียิปต์ คนเย็บหน้ากากในอุรุกวัย หรือคนทำงานทางไกลในฝรั่งเศส จะยกระดับจากการเป็น 'แรงงานล่องหน' ไปสู่การทำงานที่ดีได้

ที่มาเรียบเรียงจาก
Homeworkers need to be better protected, says the ILO (ILO, 13 January 2021)
Conditions for COVID Homeworkers Must Be Improved, ILO Says (VOA, 13 January 2021)

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์