Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เผยข้อมูลล่าสุดเนื่องในวันเยาวชนสากลเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2025 ว่า คนรุ่นใหม่อายุ 15-24 ปี ทั่วโลกจำนวน 262 ล้านคน อยู่ในสภาวะ 'NEET' หรือ "ไม่ได้ทำงาน-ไม่ได้เรียน-ไม่ได้รับการฝึกอบรม"


ที่มาภาพ: Sinn Féin (CC BY 2.0) 

20 สิงหาคม 2025 องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เปิดเผยรายงานล่าสุดเนื่องในวันเยาวชนสากลเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2025 ว่า คนรุ่นใหม่ทั่วโลกจำนวน 262 ล้านคน หรือ 1 ใน 4 ของคนรุ่นใหม่อายุ 15-24 ปี กำลังอยู่ในสภาวะ 'NEET' (ย่อมาจาก Not in Employment, Education or Training) หมายถึงไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียน และไม่ได้รับการฝึกอบรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตการจ้างงานเยาวชนระดับโลกที่รุนแรงกว่าที่ตัวเลขการว่างงานทั่วไปแสดงให้เห็น

เนียล โอฮิกกินส์ นักวิจัยอาวุโสด้านการจ้างงานของ ILO และผู้เขียนรายงานฉบับนี้ อธิบายว่า "เยาวชน NEET มีจำนวนมากกว่าเยาวชนที่ว่างงานมาก โดยมีคนรุ่นใหม่ NEET ที่ไม่ได้อยู่ในสถานะว่างงานประมาณ 3 คน ต่อคนรุ่นใหม่ว่างงาน 1 คน" กลุ่มคนรุ่นใหม่ NEET ส่วนใหญ่เป็นหญิงสาว และแม้จะต้องการทำงาน แต่ไม่ได้มองหางานอย่างจริงจัง เนื่องจากไม่มีงานให้ทำ หรือเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ เช่น ภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัว ที่ขัดขวางการเข้าสู่ตลาดแรงงาน

การใช้ตัวชี้วัด NEET แทนอัตราการว่างงานคนรุ่นใหม่แบบเดิมนั้น ให้ภาพที่สมบูรณ์กว่าเกี่ยวกับปัญหาที่เยาวชนกำลังเผชิญ เนื่องจากครอบคลุมกลุ่มคนที่หยุดหางานเพราะท้อแท้ หรือไม่สามารถหางานได้เพราะอุปสรรคต่างๆ ซึ่งตัวเลขการว่างงานทั่วไปไม่สามารถจับภาพได้ นอกจากนี้ การลด NEET ยังสามารถทำได้ทั้งจากการเพิ่มการจ้างงานหรือการเพิ่มการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งเป็นการพัฒนาในทิศทางบวกทั้งคู่

ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของโลกในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อ 8.6 ที่สหประชาชาติกำหนดขึ้นในปี 2015 ซึ่งมุ่งหมายที่จะลดอัตรา NEET ให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากรายงาน Global Employment Trends for Youth 2024 ฉบับล่าสุดของ ILO พบว่า มีเพียง 110 ประเทศ เท่านั้นที่อยู่ในทิศทางที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ซึ่งคิดเป็นประเทศที่มีประชากรคนรุ่นใหม่เพียงครึ่งหนึ่งของโลก

สถานการณ์รุนแรงเป็นพิเศษในประเทศที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งประสบปัญหาอัตรา NEET ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งแตกต่างจากแนวโน้มที่เห็นในประเทศที่พัฒนาแล้ว ข้อมูลเผยให้เห็นความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ชนบทและเมือง โดยอัตรา NEET ในพื้นที่ชนบทสูงกว่า และยังพบว่าอัตรา NEET ลดลงตามระดับการศึกษาที่สูงขึ้น หญิงสาวมีอัตรา NEET สูงกว่าชายหนุ่มมาก เนื่องจากภาระดูแลครอบครัวและอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน

สถานะ NEET เป็นตัวบ่งชี้ความเปราะบางของเยาวชนที่เชื่อถือได้กว่าการว่างงาน เนื่องจากในบริบทที่การคุ้มครองทางสังคมมีจำกัด คนรุ่นใหม่จะสามารถว่างงานได้นานเพื่อหางานที่เหมาะสมก็ต่อเมื่อครอบครัวมีทรัพยากรพอเท่านั้น โอฮิกกินส์อธิบายว่า "คนรุ่นใหม่ที่ยากจนและเปราะบางที่สุดจะไม่มีความหรูหราเช่นนั้น" แม้แต่ในประเทศที่มีรายได้สูง เยาวชน NEET ที่อยู่นอกตลาดแรงงานก็เสี่ยงต่อการถูกกีดกันทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ทั้งนี้การปรับปรุงสถิติแรงงานระหว่างประเทศล่าสุด กำหนดให้การมีงานทำจะต้องได้รับค่าจ้าง ซึ่งหมายความว่าเยาวชนที่ทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน เช่น การทำเกษตรเพื่อยังชีพ จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม NEET หากไม่ได้ศึกษาอยู่

ข้อค้นพบนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในนโยบายการจ้างงานคนรุ่นใหม่ ในยุโรป การยอมรับถึงความท้าทายที่กว้างขวางนี้นำไปสู่การเปิดตัวโครงการ Youth Guarantee ในปี 2014 และได้รับการขยายขอบเขตในปี 2020 ซึ่งมุ่งเป้าไปที่คนรุ่นใหม่ NEET ทั้งหมดแทนที่จะเน้นเฉพาะผู้ว่างงาน แนวทางนี้กำลังแพร่กระจายไปนอกเหนือขอบเขตสหภาพยุโรป โดย ILO ให้การสนับสนุนประเทศต่างๆ ในการพัฒนาโครงการที่ครอบคลุมในลักษณะเดียวกัน

ที่มา:
Measuring what matters: NEET vs youth unemployment (Niall O'Higgins, ILO, 12 August 2025)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง