จนท. เริ่มนำชาวกะเหรี่ยงที่กลับ 'ใจแผ่นดิน' ลงมา ภาค ปชช.หวั่นรุนแรงซ้ำเหตุปี 54 ขี้ขัด MOU

ประมวลสถานการณ์เจ้าหน้าที่นำชาวกะเหรี่ยงที่กลับ 'ใจแผ่นดิน' กลับลงมา ภาค ปชช.หวั่นซ้ำเหตุรุนแรงปี 54 ชี้ขัด MOU ที่ทำร่วมกับฝ่ายรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

22 ก.พ.2564 หลังจากกลางเดือน ก.พ. 2564 ประชาชนชุมนุมที่ข้างทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้หยุดละเมิดสิทธิชาวกะเหรี่ยงบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และบรรลุข้อตกลงร่วมกับฝ่ายรัฐบาล 3 ข้อ ได้แก่ 1. ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากชุมชนบางกลอยทั้งหมด 2. หยุดการสกัดการขนส่งเสบียงเข้าไปที่ใจแผ่นดิน และ 3. ยุติคดีของสมาชิก ภาคี #SAVEบางกลอย ที่ไปยื่นหนังสือขอเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวตั้งแต่วันที่ ว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมประชาชนออกจากพื้นที่ใจแผ่นดินให้หมดภายใน 18.00 น. ของวันที่ 22 ก.พ. 2564 สร้างความกังวลว่าอาจเกิดเหตุรุนแรงซ้ำรอยปี 2554 ทั้งนี้ พชร คำชำนาญ นักข่าวพลเมืองที่เกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่รายงานสถานการณ์ความเคลื่นไหวตลอดทั้งวัน ภายใต้ชื่อปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ว่ายุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร ซึ่งมีการนำตัวชาวกะเหรี่ยงที่กลับ 'ใจแผ่นดิน' กลับลงมา ว่าเมื่อเวลา 17.55 น. หยุดปฏิบัติการแล้ววันนี้ แต่ตั้งจับตาสถานการณ์พรุ่งนี้กันต่อ ขณะที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  ภาคี #Saveบางกลอย จัดกิจกรรมเรียกร้องหยุดจับชาวกะเหรี่ยงที่กลับ 'ใจแผ่นดิน' รวมทั้งที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ และระหว่างเส้นทางที่ จ.สระบุรี ในกิจกรรมเดินทะลุฟ้าคืนอำนาจประชาชน ด้วย

พชร รายงานตามลำดับเวลามีดังนี้

  • 19.00 น. วันที่ 21 ก.พ. ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานฯ และกองกำลังทหารทัพพระยาเสือ เดินทางมาประจำการที่ชุด ฉก. บ้านบางกลอย จำนวนหลายนาย
  • 8.30 น. วันที่ 22 ก.พ. มีเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวน 2 ลำ บินมาจอดที่หน่วย กจ.10 คาดว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงมาประชุมเพื่อวางแผนปฏิบัติการ ในขณะที่เมื่อวานพวกเราทราบข่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขีดเส้นตาย 18.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ต้องไม่มีคนอยู่ที่ใจแผ่นดิน
  • 09.00 น. พบเห็นเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำบินออกจากบ้านโป่งลึก คาดว่าเป็นการบินออกจากหน่วย กจ.10 ขึ้นไปที่บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน จุดที่ชาวบ้าน 36 ครอบครัวปักหลักอยู่
  • 9.45 น. ชาวบ้านบางกลอยล่างประกาศเสียงตามสายนัดหมายรวมตัวที่หน่วยอุทยานฯ กจ.10 ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านโปล่งลึก-บางกลอย
  • 10.20 น. เฮลิคอปเตอร์สองลำขนกำลังเจ้าหน้าที่ขึ้นไปที่บางกลอยบน-ใจแผ่นดินเป็นเที่ยวที่ 4
  • 10.30 น. ชาวบ้านบางกลอยล่างประมาณ 50 คน รวมตัวกันเดินเท้าไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ หน่วย กจ.10 เพื่อกราบวิงวอนขอเจ้าหน้าที่อย่าใช้ความรุนแรงกับชาวบ้านบางกลอยบน - ใจแผ่นดิน
  • 10.45 น. เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำสนธิกำลังกับขึ้นไปอีกครั้ง เป็นเที่ยวที่ 5
  • 11.00 น. เฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปเป็นรอบที่หก ในขณะที่ชาวบ้านเจรจากับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขอคำมั่นขอคำมั่นว่าจะไม่มีการทำร้าย จับกุม และดำเนินคดี ในระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหา ด้านเจ้าหน้าที่กล่าวว่า กระบวนการนี้ไม่ใช่การจับกุม ดำเนินคดี หรือทำร้ายกัน แต่เป็นการทำข้อมูลรายแปลง ในขณะเดียวกัน เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไปเป็นรอบที่ 6
  • 11.32 น. เฮลิคอปเตอร์ลงจอดและรับเจ้าหน้าที่บินขึ้นบางกลอย-ใจแผ่นดินอีกครั้ง เป็นรอบที่ 7
  • 15.20 น. ชุดปฏิบัติการสนธิกำลังตามยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร นำชาวกะเหรี่ยงบางกลอยกลับใจแผ่นดินลงมาทางเฮลิคอปเตอร์แล้ว 4 คน พร้อมข้าวของบางส่วน ด้านชาวบ้านบางกลอยล่างนัดรวมพลอีกครั้งบริเวณลานจอดเอลิคอปเตอร์
  • อุทยานฯ สอบถามข้อมูลชาวบ้านว่าถูกอพยพลงมาปีไหน มีที่ดินทำกินหรือไม่ แล้วจึงจะปล่อยกลับบ้านบางกลอยล่าง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
  • 15.31 น. ชาวบ้านบางกลอยล่างเดินเข้ามาประชิดศาลาประชุมบริเวณลานจอดเอลิคอปเตอร์ เจ้าหน้าที่ผู้สนธิกำลังทำแนวล้อมศาลาไว้
  • 16.20 น. เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พาชาวบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ลงมาเป็นชุดที่สาม โดยแต่ละชุดจะมีชาวบ้านประมาณ 3-4 คนลงมาด้วย ขณะนี้มีชาวบ้านลงมาแล้วประมาณ 10-12 คน มีทั้งผู้หญิงและเด็กเล็ก ไม่ทราบจำนวนแน่ชัดเนื่องจากถูกกันไม่ให้เข้าไปใกล้
  • ที่น่ากังวลคือ มีความพยายามจากชุดสนธิกำลังให้ชาวบ้านเซ็นเอกสาร ซึ่งทางทีมคณะทำงานฯ พยายามขอดูเอกสาร แต่ไม่ได้รับอนุญาต คาดว่าจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีหรือไม่? หากตรวจสอบชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบ
  • ได้พูดคุยกับชาวบ้านที่ถูกควบคุมตัวลงมาแล้ว ชี้แจงว่าเอกสารที่เจ้าหน้าที่ให้เซ็นนั้นตนอ่านไม่ออก ไม่มีล่ามช่วยแปลภาษา แต่ได้มีการอ่านให้ชาวบ้านฟัง เป็นการสอบถามข้อมูลเรื่องที่ดินทำกิน
กลุ่มชาติพันธุ์ชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

"ขอเรียกร้องให้เคารพข้อตกลงกับกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน"

เนื่องจากวันนี้ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจาก 9 หน่วยงาน คือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กองร้อย ตชด.144 ทหาร ฉก.ทัพพระยาเสือ ทหารรบพิเศษที่ 1 แก่งกระจาน กองกำกับการ 5 บก.ปทส. กองร้อยน้ำหวาน กองการบิน ทส. หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในปฏิบัติการ “ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร” ดังที่ปรากฏตามข่าว และขณะนี้ได้มีการเข้าปฏิบัติการดังกล่าวแล้ว โดยมีการขีดเส้นตายให้พวกเราชาวบ้านบางกลอย-ใจแผ่นดินที่กลับไปทำกินในที่ดินดั้งเดิมของบรรพบุรุษกลับลงมาจากบ้านบางกลอย-ใจแผ่นดิน ภายในเวลา 18.00 น. ของวันนี้ ทำให้พวกเราหวาดกลัวว่าจะมีการใช้กำลังเข้าจับกุมพี่น้องของเรา และมีการใช้ความรุนแรงเหมือนกรณีที่เคยกระทำกับปู่คออี้และพี่น้องของเราเมื่อปี 2554 ทั้งที่พวกเราได้ไปยื่นข้อเรียกร้องจนมีการเจรจาและท่านรัฐมนตรีกับท่านอธิบดีได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2564 ในข้อ 1 คือ ให้พวกเรากลับไปทำไร่หมุนเวียนและดำรงวิถีชีวิตวัฒนธรรมดั้งเดิมในที่ดินของบรรพบุรุษอยู่ที่บ้านบางกลอย-ใจแผ่นดิน โดยการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม และข้อ 4 คือ ยุติการใช้กำลังจับกุม ดำเนินคดี และการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมในรูปแบบไร่หมุนเวียน ตามมติ ครม.3 สิงหาคม 2553 หลังจากทำข้อตกลงเสร็จก็พบว่ามีการให้ข่าวใส่ร้ายพวกเราว่าบุกรุกทำลายป่า พยายามสกัดไม่ให้พวกเรากลับขึ้นไปในที่ดินทำกินเดิม แล้วในที่สุดก็มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในวันนี้ เราเชื่อว่าถ้าท่านไม่ได้เป็นผู้สั่งการเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็ไม่น่าจะลงมือกระทำกับพี่น้องเราแบบนี้ เหตุใดท่านรัฐมนตรีและท่านอธิบดีจึงไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ลงนามดังกล่าว หรือว่านี่คือนโยบายของรัฐที่จะจัดการกับชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในผืนป่าทั้งหมดในประเทศนี้

พวกเรายังหวังว่า ท่านน่าจะจำได้ว่าเคยยืนยันว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา เหตุใดจึงล้มเลิกคำมั่นสัญญานี้

พวกเราจะต่อสู้ต่อไปจนกว่ารัฐจะรับรองสิทธิของชาติพันธุ์ที่จะอยู่กับป่าโดยถูกต้องตามกฎหมาย

ชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน

 

ทั้งนี้ ชาวกะเหรี่ยงบางกลอยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ที่ 'ใจแผ่นดิน' ในป่าแก่งกระจานมาก่อนประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ต่อมา ปี 2554 เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงไล่รื้อและเผาทำลายที่อยู่อาศัยและอพยพพวกเขามาอยู่ในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้ แต่ที่ดินดังกล่าวไม่สามารถใช้เพาะปลูกตามวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงได้ ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่องานรับจ้าง ทำให้ชาวกะเหรี่ยงส่วนหนึ่งตัดสินใจเดินเท้ากลับสู่บ้านเดิมที่ใจแผ่นดิน ท่ามกลางความพยายามของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะจับกุมและขัดขวางการส่งเสบียงจากภายนอกเข้าไปที่ใจแผ่นดิน

กลางเดือน ก.พ. 2564 ประชาชนชุมนุมที่ข้างทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้หยุดละเมิดสิทธิชาวกะเหรี่ยงบางกลอย และบรรลุข้อตกลงร่วมกับฝ่ายรัฐบาล 3 ข้อ ได้แก่ 1. ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากชุมชนบางกลอยทั้งหมด 2. หยุดการสกัดการขนส่งเสบียงเข้าไปที่ใจแผ่นดิน และ 3. ยุติคดีของสมาชิก ภาคี #SAVEบางกลอย ที่ไปยื่นหนังสือขอเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนต่อมามีกระแสข่าวตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2564 ว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมประชาชนออกจากพื้นที่ใจแผ่นดินให้หมดภายใน 18.00 น. ของวันที่ 22 ก.พ. 2564 สร้างความกังวลว่าอาจเกิดเหตุรุนแรงซ้ำรอยปี 2554 

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์