801 รายชื่อ ยื่นจม.เปิดผนึก จี้ผู้บริหาร มช.ยุติเอาผิดนักศึกษาเขียนข้อความ '112'

กลุ่มบุคลากร คณาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่า และบุคคลทั่วไป 801 รายชื่อ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จี้ผู้บริหารยุติเอาผิดนักศึกษาเขียนข้อความ '112' 'ประชาคมมอชอ' จี้ยกเลิกข้อกล่าวหาต่อนักศึกษา และจะต้องออกมาแถลงว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก

25 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ตั้งกรรมการสอบวินัย รามิล-วิธญา คลังนิล นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่แสดงออกทางศิลปะด้วยการทำ Performance Art เขียนข้อความ 112 ภายในมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.63 แม้ภายหลังจากที่มีความเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก คณะมนุษยศาสตร์ มช. จะยกเลิกการสอบวินัยแล้ว 

ล่าสุดวันนี้ (25 ก.พ.64) กลุ่มบุคลากร คณาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่า และบุคคลทั่วไป 801 รายชื่อ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรณีการสอบสวนการทำผิดวินัยนักศึกษา 

โดยมีรายละเอียดระบุว่า

เรียน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ และประชาชนทุกคน  เนื่องด้วยหน่วยพัฒนาคุณภาพนักศึกษาฯ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำบันทึกข้อความแจ้งแก่นายวิธญา คลังนิล นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ว่า นักศึกษากระทำความผิดข้อบังคับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 ข้อ คือ วินัยข้อ 8 และวินัยข้อ 12 (5) โดยได้มีการแจ้งให้นักศึกษาเข้าให้ถ้อยคำและโต้แย้งข้อกล่าวหาในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 นี้

กลุ่มประชาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังรายนามในจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ซึ่งประกอบไปด้วยบุคลากร คณาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่า และบุคคลทั่วไปมีความกังวลและมีความเห็นต่อการกล่าวหาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อนักศึกษา ดังต่อไปนี้

หนึ่ง มหาวิทยาลัยซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเงินภาษีของประชาชนและค่าบำรุงการศึกษาของนักศึกษา พึงมีหน้าที่ในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงการแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษาอย่างเต็มที่ มหาวิทยาลัยมีภารกิจสำคัญคือบ่มเพาะและสร้างความเติบโตทางปัญญาในระบอบประชาธิปไตยแก่นักศึกษา ไม่เพียงแต่การบ่มเพาะความรู้ในชั้นเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการเปิดพื้นที่และบ่มเพาะพวกเขาในพื้นที่สาธารณะด้วย หากแต่ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กลับไม่ได้มีท่าทีและจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้แม้แต่น้อย อีกทั้งยังสนับสนุนการกระทำที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของนักศึกษาหลายประการ กลุ่มประชาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังรายนามตามที่ปรากฎนี้ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อท่าทีดังกล่าวของมหาวิทยาลัย ที่ไม่เพียงเพิกเฉยต่อพันธกิจของตนเองในฐานะสถาบันอุดมศึกษา ที่ควรมีความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เสียภาษีในสังคมและประชาคมนักศึกษาของมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยยังทำลายหลักการสำคัญว่าด้วยสิทธิเสรีภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย

สอง การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของนักศึกษาตลอดปี 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันเป็นการแสดงออกทางการเมืองที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นสำนึกและความรับผิดชอบชั่วดีของสังคมต่อความอยุติธรรมในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นการหว่านแหจับกุมและแจ้งข้อหาแก่ผู้ชุมนุมทางการเมือง การเอาผิดด้วยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และด้านความมั่นคงอื่นๆอย่างไม่เลือกหน้า ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการเกินกว่าเหตุและไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของพลเมืองไทย

กิจกรรมการแสดงออกของนักศึกษาที่ผ่านมา ก็เพื่อเรียกร้องซึ่งความเป็นธรรมให้กับเหยื่อทางการเมืองที่ถูกกระทำโดยรัฐและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมการแสดงออกทางการเมืองดังกล่าว ไม่ว่าจะผ่านศิลปะการแสดง หรือการสื่อสารในรูปแบบสร้างสรรค์ต่างๆ ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ในแง่หนึ่งก็เพื่อกระตุ้นเตือนให้ตระหนักถึงหน้าที่ทางสังคมของพื้นที่สาธารณะเช่นมหาวิทยาลัย ในการธำรงค์ไว้ซึ่งหลักการแห่งความเป็นธรรม

การที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แจ้งเอาผิดทางวินัยต่อนักศึกษาจากการแสดงออกเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมทางการเมือง พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น จึงเป็นการกระทำที่ไม่เพียงขัดต่อหลักแห่งเสรีภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตย หากแต่ยังเป็นการใช้อำนาจนิยมในการคุกคามนักศึกษา ไม่ต่างไปจากการคุกคามเสรีภาพของประชาชนโดยรัฐที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

สาม กลุ่มประชาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดังรายนามที่ปรากฏนี้ จึงขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยุติการใช้อำนาจในการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของนักศึกษาในการแสดงออกทางการเมืองอย่างสุจริตโดยทันที และกระทำตนให้สมกับการเป็นสถาบันทางวิชาการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

อนึ่ง การที่มหาวิทยาลัยและคณะมนุษยศาสตร์ ใช้กฎข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ทำการสอบสวนนายวิธญา คลังนิล กลุ่มประชาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเรียกร้องให้การสอบสวนดังกล่าว เป็นไปอย่างเปิดเผยและโปร่งใสต่อสาธารณชน โดยที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมฟังการสอบสวนได้ พร้อมทั้งให้มีการถ่ายทอดสดด้วยช่องทางต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่สาธารณชนจะสามารถเป็นประจักษ์พยานและมีส่วนรวมในการรับฟัง พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี หากปราศจากความโปร่งใสตรวจสอบได้และการมีส่วนร่วมของประชาชนและบุคลากรแล้ว การสอบสวนดังกล่าวก็ย่อมปราศจากความชอบธรรมและควรจะถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นโมฆะที่เกิดจากการใช้อำนาจในทางมิชอบ

ท้ายที่สุด กลุ่มประชาชนดังรายนามที่ปรากฏนี้ ขอเชิญชวนให้ประชาชน นักศึกษา และบุคลากรทุกท่านที่มีความห่วงใยต่อประเด็นดังกล่าวเข้าร่วมแสดงพลังและมีส่วนในการตรวจสอบการทำงานของมหาวิทยาลัยในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 13.30 เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม 7210 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยพร้อมเพรียงกัน

ด้วยความสมานฉันท์

'ประชาคมมอชอ' จี้ยกเลิกข้อกล่าวหาและจะต้องออกมาแถลงว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก

นอกจากนี้ ประชาคมมอชอ หรือ Community of MorChor ยังออกแถลงการณ์ เรื่อง มหาวิทยาลัยสอบวินัยนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยระบุว่า แม้ทางคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะยกเลิกการสอบวินัย แต่ข้อกล่าวหานักศึกษาก็ยังคงมีผลอยู่ ทั้งนี้การรายงานต่อมหาวิทยาลัยของคณะก็เป็นเรื่องภายใน ที่ไม่ได้ให้แนวทางในการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมได้ ทั้งที่ปรากฏการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อสาธารณชนและทำลายเสรีภาพของมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย

ประชาคมมอชอ ในฐานะกลุ่มนักศึกษาที่ได้รวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง จึงเรียกร้องให้ (1)มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ คณะมนุษยศาสตร์ ยกเลิกข้อกล่าวหาต่อนักศึกษาเสีย และ (2) จะต้องออกมาแถลงว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพื่อกู้หน้าต่อการดูแคลนของมหาวิทยาลัยอื่นๆ และเพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีที่อธิการบดีขี้ข้าเผด็จการได้ก่อความอุบาทว์ไว้

โดยมีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์ ประชาคมมอชอ เรื่อง : มหาวิทยาลัยสอบวินัยนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง

เป็นเรื่องที่น่าละอายแก่ใจในฐานะสถานซึ่งเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ที่ได้ดำเนินการสอบวินัยนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ด้วยมหาวิทยาลัยในตัวมันเอง เป็นสถานซึ่งรับรู้ได้โดยทั่วไปว่า เป็น สถานซึ่งตั้งมั่นบนเสรีภาพทางวิชาการ และเมื่อมหาวิทยาลัยไม่สามารถรับประกันได้ว่า การแสดงความคิดเห็นทั้งทางวาจา หรือ ทางร่างกาย ก็ถึงคราววิบัติบรรลัยของสถานศึกษา ยิ่งด้วย เมื่อมหาวิทยาลัยหนึ่งยินดีที่จะสอบวินัยนักศึกษาของตน มันจึงส่งผลกระทบต่อเสรีภาพทางวิชาการ, เสรีภาพทางความคิดเห็น, เสรีภาพทางการแสดงออก ของมหาวิทยาลัยทั้งหมด และเป็นการณ์ทราม, เป็นตัวอย่างที่ระยำให้มหาวิทยาลัยอื่นๆ ปฏิบัติต่อนักศึกษาในสังกัดของตน กอปรด้วยปริบทสถานการณ์ทางการเมืองที่มีนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ในทั่วทั้งภูมิภาคของประเทศ ทั้งนี้ การสอบวินัยนักศึกษาของ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่อุกอาจ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาในช่วงเวลาร่วมสมัยของเรา นี่จึงเป็นสิ่งที่เราทุกฅนไม่อาจละเลยได้ หากมหาวิทยาลัยไม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของนักศึกษาและการแสดงความคิดเห็น มหาวิทยาลัย ก็คือ คอกสัตว์ซึ่งฝึกสัตว์ให้เชื่องเชื่อ, ตาบอด-หูดับ-ปากใบ้ จึงเป็นเหตุให้เกิดการล่มสลายต่อความรู้ทั้งปวง

แม้ว่า ทางคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะยกเลิกการสอบวินัย ทว่าข้อกล่าวหานักศึกษาก็ยังคงมีผลอยู่ ทั้งนี้การรายงานต่อมหาวิทยาลัยของคณะก็เป็นเรื่องภายใน ที่ไม่ได้ให้แนวทางในการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมได้ ทั้งที่ปรากฏการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อสาธารณชนและทำลายเสรีภาพของมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย แม้ว่าข้อกล่าวอ้างจะอ้างว่า เป็นการทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์มหาวิทยาลัย แต่ก็เป็นที่ปรากฏแล้วว่า ไม่มีรองลอยที่เด่นชัดหลงเหลือ การนำสีที่ล้างออกไปทาถนน ไม่ได้ทำให้ถนนสึก/ทาผนัง ไม่ได้ทำให้ผนังแตก/ทาพื้น ไม่ได้ทำให้แผ่านเปลือกโลกแยกตัว และไม่ได้ทำให้เกียรติของมหาวิทยาลัยเสื่อมเสีย ไม่เหมือนกรณี อธิการบดีไปเป็นขี้ข้าเผด็จการแต่อย่างไร และการแสดงออกดังกล่าวมิได้เป็นการคึกคะนอง และ การแสดงออกดังกล่าวมีเจตจำนงทางการเมือง อีกด้วย

ดังกล่าว ประชาคมมอชอ ในฐานะกลุ่มนักศึกษาที่ได้รวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง จึงเรียกร้องให้ (1)มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ คณะมนุษยศาสตร์ ยกเลิกข้อกล่าวหาต่อนักศึกษาเสีย และ (2)จะต้องออกมาแถลงว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพื่อกู้หน้าต่อการดูแคลนของมหาวิทยาลัยอื่นๆ และเพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีที่อธิการบดีขี้ข้าเผด็จการได้ก่อความอุบาทว์ไว้ และหวังว่า คณะผู้บริหารในทุกส่วนงานมหาวิทยาลัยจะมีสามัญสำนึกต่อเพื่อนมนุษย์มากกว่าผลประโยชน์ของตนเสียที, หวังว่าคณะผู้บริหารในทุกส่วนงานมหาวิทยาลัยจะมีสามัญสำนึกประชาธิปไตยเสียที อย่าแก่เพราะกินข้าว-อย่าเฒ่าเพราะอยู่นานเลย, อย่าไปทำให้ความรู้ที่มีมันฉิบหายเลย

คำประกาศเจตนารมณ์

ณ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2021

ทั้งนี้ ท่ามกลางการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ กว่าครึ่งปีที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้ถูกดำเนินคดีด้วย ม.112 อย่างน้อย 58 รายใน 44 คดี ในจำนวนนี้ เป็นการร้องทุกข์กล่าวโทษโดยประชาชน 23 คดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจำนวน 3 คดี ที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้กล่าวหา

แม้กฎหมายมาตรานี้ 15 มิ.ย.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวผ่านสื่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระเมตตาไม่ให้ใช้ นั้น แต่ต่อมาหลังมีความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เข้มข้นขึ้นจน 21 พ.ย.63 พล.อ.ประยุทธ์ ออกมากล่าวว่าจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ซึ่งรวมทั้ง ม.112 ด้วย จนเกิดการฟ้องร้องและดำเนินคดีจำนวนมากดังกล่าว

สำหรับ ม.112 เป็นความผิดต่อองค์กษัตริย์ไทยบัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี" ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา มีคดีที่มีการลงโทษด้วยมาตรานี้สูงที่สุด คือ อัญชัญ อดีตข้าราชการวัย 63 ปี ถูกศาลชั้นต้นโดยทิวากร พนาวัลย์สมบัติ และมาริสา เหล่าศรีวรกต ตัดสินจำคุก 87 ปี จากการแชร์คลิป 'เครือข่ายบรรพต' จำนวน 29 ครั้ง เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 29 ปี 174 เดือน เนื่องจากจำเลยรับสารภาพในชั้นพิจารณาที่ศาลอาญา อย่างไรก็ตามาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวโดยอ้างว่าคดีมีอัตราโทษสูง กระทบจิตใจปวงชนผู้จงรักภักดี หากปล่อยตัวเชื่อว่าจะหลบหนี

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์