กลุ่มต้านเผด็จการทหารพม่านับพันหนีไปพักพิงกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์

กรณีที่เกิดขึ้นหลังการปราบปรามประชาชนต้านรัฐประหารในพม่า มีนักกิจกรรม, กลุ่มต่อต้านรัฐบาล และนักการเมืองเริ่มลี้ภัยเข้าไปอยู่กับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ชายแดนตะวันออกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (KNU) ซึ่งเคยมีเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นในช่วงหลังการปราบปรามผู้ชุมนุมในปี 2529 ที่มีนักกิจกรรมและนักศึกษาลี้ภัยไปยังชายแดนไทย-พม่า และชายแดนอินเดียเพื่อขอพักพิงร่วมกับกลุ่มติดอาวุธและจับอาวุธต่อสู้กับเผด็จการทหารในพื้นที่ๆ พวกเขาเรียกว่าเป็น "พื้นที่ปลดปล่อย"

สื่ออิระวดีรายงานเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า มีนักกิจกรรมรวมถึงนักข่าวบาส่วนรวมหลายร้อยรายที่หนีตายจากความโหดเหี้ยมของเผด็จการทหารพม่าเพื่อขอลี้ภัยในพื้นที่ๆ มีกลุ่มติดอาวุธควบคุมอยู่อย่างในรัฐกะเหรี่ยง, รัฐกะยา, รัฐมอญ, รัฐฉาน รวมถึงตามชายแดนฝั่งตะวันออกของพม่าที่อยู่ติดกับไทย

จากรายงานข่าวช่องโทรทัศน์เมียวดีที่กองทัพเป็นเจ้าของรายงานว่า รัฐบาลเผด็จการทหารกำลังพิจารณารายงานเรื่องจำนวนของสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือพรรคเอ็นแอลดีและผู้สนับสนุนพรรคนี้ที่หนีไปยังพื้นที่ๆ มีกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (KNU) ควบคุมอยู่ พลจัตวากองทัพบกพม่า ซอมินตุน แถลงในเรื่องนี้ว่ามีประชาชนมากกว่า 1,000 คนที่หนีไปยังชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเพื่อหลบหนีการจับกุม

องค์กรบกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ (EAOs) เป็นกลุ่มที่แถลงประณามต่อสาธารณะในเรื่องการทำรัฐประหาร1 ก.พ. และรัฐบาลเผด็จการทหารที่ตั้งขึ้นหลังจากนั้น ซึ่งกองกำลังกบฏกลุ่มกะเหรี่ยงในรัฐกะเหรี่ยงคอยวางกำลังเพื่อคุ้มครองผู้ประท้วงต้านรัฐบาลอย่างสันติด้วย อีกกลุ่มหนึ่งคือสภากองกู้รัฐฉาน (RCSS) ก็แถลงอย่างเปิดเผยในเรื่องการให้ที่พักพิงแก่เหยื่อของกองทัพพม่าและรัฐบาลเผด็จการ

ในทางตรงกันข้ามมีกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มในเขตแดนทางตอนเหนือที่ติดกับจีนมีท่าทีสนับสนุนการรัฐประหารและน่าจะต้องการเน้นเรื่องการลงนามสนธิสัญญาหยุดยิงกับกองทัพ เว้นแต่กลุ่มหนึ่งซึ่งน่าสังเกตว่าไม่ร่วมสนับสนุนรัฐประหารด้วยคือกองกำลังอิสรภาพคะฉิ่นหรือเคไอเอ (KIA)

นอกจากนี้ EAOs ยังทำการจัดตั้งรัฐบาลคู่ขนานที่เรียกว่า คณะกรรมาธิการตัวแทน Pyidaungsu Hluttaw (CRPH) ที่มีสมาชิกเป็น ส.ส. ที่เคยมาจากการเลือกตั้งและสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีที่ต้องออกจากตำแหน่งเพราะการรัฐประหาร

อิระวดีระบุว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในปี 2533 เมื่อรัฐบาลทหารไม่ยอมส่งต่ออำนาจให้กับ ส.ส. จากการเลือกตั้งและแก่พรรคเอ็นแอลดีหลังจากที่พวกเขาชนะการเลือกตั้งในปี 2533 จากนั้น ส.ส. จำนวนมากก็หนีไปที่ชายแดนทางฝั่งตะวันออกเพื่อหนีจากการถูกจับกุมและการปราบปรามจากเผด็จการทหาร ส.ส. เหล่านี้จัดตั้งรัฐบาลคู่ขนานของตัวเองขึ้นมาในฐานะรัฐบาลพลัดถิ่นในชื่อว่า "รัฐบาลผสมแห่งชาติแห่งสหภาพพม่า" (NCGUB)

แหล่งข่าวเปิดเผยว่าในตอนนี้มีการพูดคุยหารือระหว่างกลุ่มรัฐบาลคู่ขนาน CRPH กับกลุ่มชาติพันธุ์อีกหลายกลุ่มในทางตอนใต้ซึ่งเป็นไปอย่างลื่นไหลเพราะไม่มีตัวแทนฝ่ายกองทัพเข้ามานั่งโต๊ะด้วย นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกันในโซเชียลมีเดียว่าอาจจะมีการตั้ง "กองกำลังสหพันธรัฐ" แบบเดียวกับปี 2531 โดยมีนักกิจกรรมคนรุ่นใหม่บางคนที่หนีไปอยู่ในเขตพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์แล้วต้องการให้กลุ่มชาติพันธุ์ช่วยฝึกอบรมการสู้รบให้แก่พวกเขา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้รับการสนับสนุนและได้รับทรัพยากรมาอย่างไร

มีกลุ่มติดอาวุธใหม่ๆ หลายกลุ่มในสังกัด EAOs ที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเช่นกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) ได้รับการสนับสนุนจากกองกำลัง KIA และกลุ่มติดอาวุธที่มีอำนาจตามแนวชายแดนพม่า-จีนซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีอำนาจมากพอที่จะได้รับอนุญาตให้เปิดสำนักงานและทำธุรกิจในจีนได้

สภาบริหารแห่งรัฐซึ่งมาจากการรัฐประหารประกาศห้ามไม่ให้กลุ่มชาติพันธุ์ติดต่อกับรัฐบาลคู่ขนาน CRPH แต่สมาขิกทีมขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพที่ชายแดนไทย-พม่าก็บอกว่าทั้ง CRPH กับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ยังคงเดินหน้าเจรจากันต่อไป ในสัปดาห์ที่แล้ว CRPH ยังทำการถอนสมาชิกของ EAOs ออกจากบัญชีผู้ก่อการร้ายและสมาคมผิดกฎหมายในพม่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์หลายกลุ่มมีความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคงกับรัฐบาลพรรคเอ็นแอลดี

ฝ่ายเผด็จการทหารพม่าเองก็พยายามเชื้อเชิญให้ EAOs เข้าร่วมกับวันกองทัพพม่าที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 27 มี.ค. นี้ที่กรุงเนปิดอว์ กลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์จำนวนมากปฏิเสธคำเชิญนี้

เรียบเรียงจาก
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์