วอนรัฐไทยช่วยเหลือ หากกองทัพพม่าโจมตีค่ายผู้พลัดถิ่นภายในรัฐฉาน

กรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉานฯ วอนรัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นภายในจากรัฐฉานใต้หากกองทัพพม่าเริ่มโจมตี หวังรัฐไทยอนุญาตให้ผู้พลัดถิ่นฯ ลี้ภัยเข้าสู่ประเทศไทยได้ จัดให้มีที่พักพิง ที่หลบภัยอย่างปลอดภัย และเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

 

2 เม.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากคณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน (พรมแดนไทย) หรือ Shan State Refugee Committee (Thai Border) แสดงความกังวลอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของผู้พลัดถิ่นภายใน หรือ IDPs เกือบ 6,000 คนทางใต้ของรัฐฉาน หลังกองทัพพม่าประกาศจะโจมตีสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพแห่งชาติรัฐฉาน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพรมแดนประเทศไทย-พม่า ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอนของไทย  

เหตุการณ์นี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา เมืองท่าขี้เหล็ก (Township Border Comittee หรือ TBC) ส่งจดหมายไปยังคณะกรรมการของไทยที่อำเภอแม่สาย แจ้งให้ทราบถึงความจำเป็นที่กองทัพพม่าจะต้องโจมตีสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพแห่งชาติรัฐฉาน เนื่องจากกองทัพแห่งชาติรัฐฉานแสดงจุดยืนเคียงข้างผู้ประท้วงที่ต่อต้านการรัฐประหาร นอกจากนี้ จดหมายระบุเพิ่มว่า กองทัพพม่าจะพยายามไม่ให้มีกระสุนระเบิดตกเข้ามาในฝั่งไทย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ

การประกาศโจมตีดังกล่าวสร้างความหวั่นวิตกแก่ผู้ที่อาศัยตามแหล่งพักพิงชั่วคราวบริเวณพรมแดนรัฐฉาน-ไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากที่ผ่านมา มีข่าวว่ากองทัพพม่าใช้ปฏิบัติการทางอากาศทิ้งระเบิดในรัฐกะเหรี่ยง

ผู้พลัดถิ่นภายในกำลังขุดหลุมหลบภัย เพื่อป้องกันตนเองจากการโจมตีกองทัพพม่า (ที่มา คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน (พรมแดนไทย)) 
 

การเตรียมการเบื้องต้น IDPs มีการจัดทำบังเกอร์เพื่อหลบภัยในค่ายของตน และเริ่มซักซ้อมการอพยพเพื่อให้สามารถหลบหนีเมื่อเห็นสัญญาณการโจมตีทันที แต่หากการโจมตีเริ่มขึ้น หลักประกันความปลอดภัยของพวกเขามีอยู่แค่การข้ามมายังพรมแดนฝั่งไทยเท่านั้น ดังนั้น คณะกรรมการผู้ลี้ภัยฯ จึงวิงวอนให้ไทยช่วยเหลือ โดยอนุญาตให้ผู้พลัดถิ่นฯ ลี้ภัยเข้าสู่ประเทศไทยได้ทันทีที่พม่าเริ่มมีการโจมตี และจัดให้พวกเขามีที่พักพิง ที่หลบภัยอย่างปลอดภัย และเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 

ทั้งนี้ คำขอจากคณะกรรมการผู้ลี้ภัยฯ เกิดขึ้น หลังจากรัฐไทยมีท่าทีไม่ต้อนรับผู้ลี้ภัยจากพม่า โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2564 พลเรือนในพื้นที่ควบคุมของ KNU จำนวนมากต้องอพยพหนีการทิ้งระเบิด โดยเดินทางข้ามแม่น้ำสาละวินมายังฝั่งไทย ประมาณ 3,000 คน ก่อนที่ในเวลาต่อมา กองทัพไทยจะผลักดันผู้ลี้ภัยจากความไม่สงบในประเทศพม่ากลับไป

รัฐบาลพม่า CRPH ประกาศแนวทางตั้งสหพันธรัฐที่เป็นประชาธิปไตย-ร่าง รธน.ใหม่

รัฐบาลคู่ขนานต่อต้านรัฐประหารพม่า ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) ที่ประกาศใช้สมัยรัฐบาลทหาร พร้อมเสนอรัฐธรรมนูญเฉพาะกาล สร้างความร่วมมือกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อสร้างพม่าที่เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย คาดภายในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน

เมื่อกลางดึกของวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา มีประกาศของสภา CRPH รัฐบาลคู่ขนานของพม่า ซึ่งก่อตั้งโดยผู้แทนราษฎรฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร ประกาศว่าเพื่อยุติความขัดแย้ง สร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม ก่อตั้งสหพันธรัฐพม่าที่เป็นประชาธิปไตย สร้างหลักประกันความเท่าเทียม ความเสมอภาค จึงมีการประกาศแนวทางตั้งสหพันธรัฐที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งนี้ อดีตรองประธานสภาแห่งสหภาพ มานวินข่ายตัน ซึ่งเป็นรักษาการผู้นำจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ ภายในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนจะมีการตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติขึ้น และร่วมมือกับกองกำลังชาติพันธุ์ในนามกองกำลังของสหพันธรัฐ 

ทั้งนี้ CRPH ได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2008 ที่ประกาศใช้สมัยรัฐบาลทหาร SPDC ทั้งนี้ นับเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อแสวงหาเสียงสนับสนุนจากกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกร้องมาอย่างยาวนานให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2008 นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่รัฐธรรมนูญฉบับเฉพาะกาลที่ให้กลุ่มชาติพันธุ์มีส่วนร่วมในการร่างด้วย

ส่วนความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ในช่วงหัวค่ำเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้ขยายเวลาหยุดยิงฝ่ายเดียวออกไปอีกจาก 1 เมษายน เป็น 30 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเจรจาสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธุ์ และฉลองเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปีใหม่ของพม่า แต่ได้กำหนดข้อยกเว้นหยุดยิงว่า "เพื่อป้องกันการกระทำที่ขัดขวางความมั่นคงและการบริหารงานของรัฐบาล"

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์