NUG ร่อน จม.เปิดผนึกถึง กต.จีน ร้องปักกิ่งอย่าให้ความชอบธรรมกองทัพพม่าเป็นรัฐบาล

รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government - NUG) หรือรัฐบาลคู่ขนานที่ก่อตั้งโดย ส.ส.จากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD และ ส.ส.ชาติพันธุ์ เรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งเข้าร่วมกับตน เพื่อหาหนทางแก้ไขวิกฤตการเมืองในเมียนมา พร้อมเตือนหากจีนรับรองทหารพม่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม อาจเสี่ยงทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ 

หวังอี้ (ซ้าย) มนตรีแห่งรัฐ ควบตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศจีน พบปะ พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ผบ.สส.กองทัพพม่า (ขวา) ขณะที่ รมว.กต.จีน เยือนกรุงเนปิดอ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 64 (ที่มา เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศจีน)

9 มิ.ย. 64 สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 64 ระบุว่า รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง หวังอี้ มนตรีแห่งรัฐ ควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของรัฐบาลปักกิ่ง เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยรัฐบาล NUG แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อรัฐบาลปักกิ่ง และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่ไม่ชวนรัฐบาล NUG เข้าร่วมการแก้ไขวิกฤตการเมืองพม่า

ในจดหมายระบุว่า รัฐมนตรีแห่งรัฐบาล NUG ตั้งหน้าตั้งตารอโอกาสร่วมเจรจาเชิงสร้างสรรค์กับประเทศจีน ทั้งในทวิภาคี และพหุภาคี และพวกเขาพร้อมเจรจากับเฉินไห่ เอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมา เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่นักการทูตจีนสะดวก 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ NUG พยายามเจรจาให้รัฐบาลปักกิ่งสนับสนุนกลุ่มคณะรัฐมนตรีฝ่ายประชาธิปไตย เมื่อต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ปรึกษาสถานทูตจีนในนครย่างกุ้งเจรจากับคณะกรรมการผู้แทนสภาแห่งสหภาพ หรือ CRPH ผ่านทางโทรศัพท์มาแล้วก่อนที่จะมีการตั้งรัฐบาล NUG 

ทั้งนี้ การเรียกร้องให้จีนเข้าร่วมกับรัฐบาล NUG ครั้งนี้เกิดขึ้น หลังไม่กี่วันที่ผ่านมา NUG ประณามอาเซียน เลือกเจรจากับกองทัพพม่า เพื่อหาทางออกจากวิกฤตการณ์การเมืองเพียงฝ่ายเดียว และมองข้ามการเจรจากับรัฐบาล NUG

เมียนมา หนึ่งในชาติสมาชิกอาเซียน ขณะนี้กำลังประสบปัญหารอบด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม หลังกองทัพทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน นำโดยพรรค NLD

การรัฐประหารส่งผลให้เกิดการลุกฮือประท้วงของชาวพม่าที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองทัพ ขณะที่สภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) นำโดย พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการสูงสุด (ผบ.สส.) แห่งกองทัพพม่า เลือกตอบโต้ผู้ประท้วงด้วยความโหดร้ายจนทำให้ผู้ประท้วงเสียชีวิตมากมาย 

รายงานจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า หรือ AAPP ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ติดตามการจับกุมและปราบปรามผู้ประท้วงต้านรัฐประหารตั้งแต่ 1 ก.พ. 64 เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการปราบผู้ประท้วงนองเลือด ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 64 จนถึงวันที่ 9 มิ.ย. 64 มีจำนวนทั้งสิ้น 858 ราย  

แม้ประเทศจีนสนับสนุนความพยายามของอาเซียนต่อการแก้ไขวิกฤตการณ์ในพม่า แต่อย่างไรก็ตาม NUG ระบุว่า การแก้ไขปัญหาในพม่าจนถึงตอนนี้ ‘คืบหน้าเพียงเล็กน้อย’ เนื่องจากขาดกลไกให้ พ.ล.อาวุโส มินอ่องหล่าย หัวหน้ารัฐประหาร รับผิดชอบ หรือกดดันให้มั่นใจว่าทางกองทัพจะแก้ไขปัญหาการเมืองพม่าอย่างสันติด้วยวิธีการเจรจา

‘มินอ่องหล่าย ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาตามแนวทางของอาเซียนจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อประเทศพม่ากลับมามีเสถียรภาพ และเรื่องนี้ควรถูกปฏิเสธอย่างแน่วแน่จากทั้งจีน และอาเซียน เพราะประเทศพม่าจะไม่มีเสถียรภาพจนกว่ารัฐบาลที่มีความชอบธรรมจะได้รับการฟื้นคืน’ จดหมายระบุ

ปัจจุบัน จีนกำลังเป็นเจ้าภาพการประชุม จีน-อาเซียน สมัยพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6-8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ เทศบาลนครฉงชิ่ง ประเทศจีน เนื่องในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี การประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศ จีน-อาเซียน และการประชุมกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ครั้งที่ 6 โดยจีนเป็นประธานร่วมกับทีโอโดโร ล็อกซิน รมว.กต.ฟิลิปปินส์ และจีนยังเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศพม่า วุนนาหม่องลวิน เข้าร่วมด้วย

NUG ระบุด้วยว่า ทั้งจีน และอาเซียน ไม่ได้ติดต่อไปยัง NUG เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ขณะที่จีนไม่ได้มีการปรึกษากับรัฐบาล NUG และเลือกจะผลักดันความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง กับทหารพม่าแทน  

NUG มองว่า การทำเช่นนี้เสี่ยงต่อการลดทอนบทบาทการมีส่วนร่วมของประเทศพม่าในองค์กรระดับภูมิภาค และ “ลดทอนสมรรถนะในกรอบความร่วมมือล้านข้าง-แม่โขง ต่อกรณีการรับมือภัยคุกคามความมั่นคงระดับภูมิภาคที่มีความสำคัญ” 

ก่อนหน้าการประชุมจีน-อาเซียน เมื่อวันที่ 6-8 มิ.ย.ที่ผ่านมา เฉินไห่ เข้าพบมินอ่องหล่าย ที่กรุงเนปิดอ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 64 โดยเอกอัครราชทูตจีนเรียกมินอ่องหล่ายว่า ‘ผู้นำเมียนมา’ พร้อมเน้นว่า จีนพร้อมสนับสนุนแนวทางการแก้ไขวิกฤตพม่าของอาเซียน อย่างไรก็ตาม การเรียก มินอ่องหล่าย ว่า ‘ผู้นำพม่า’ สร้างความโกรธและความขุ่นข้องหมองใจแก่ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยพม่าอย่างมาก 

จดหมายของ NUG ระบุว่า ‘รัฐบาลจีนควรบันทึกไว้ว่า สภาบริหารแห่งรัฐ ซึ่งก่อตั้งโดยมินอ่องหล่าย ไม่ใช่ตัวแทนจากประชาชนชาวพม่า และความพยายามให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาลของพม่า สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายความสัมพันธ์ของประชาชนของทั้งสองประเทศ’

ทั้งนี้ ทีมสื่อของรายการรอบโลก by กรุณา บัวคำศรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ทางการจีนเรียกมินอ่องหล่าย ว่า 'ผู้นำพม่า' อีกด้วย

"ปกติแล้วในข่าวจีน หลังรัฐประหารเป็นต้นมามินอ่องหล่าย จะถูกนิยามด้วยตำแหน่งเดิมว่า Chairman of the State Administration Council หรือประธานสภาบริหารแห่งรัฐ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่จีนเรียกเขาอย่างเป็นทางการว่า ผู้นำเมียนมา" ข้อความบนโพสต์เฟซบุ๊กของ 'รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี' ระบุ 

ย้อนกลับไปหลังกองทัพพม่าทำรัฐบาลไม่นาน จีนเป็นประเทศที่ไม่เคยออกมาประณามกองทัพพม่าต่อการทำรัฐประหาร อีกทั้ง พูดถึงการยึดอำนาจของกองทัพ โดยใช้คำว่า ‘เป็นการสลับสับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่’ เท่านั้น ท่าทีนี้ต่างจากประเทศโลกตะวันตกที่ออกมาประณามการกระทำของกองทัพ นอกจากนี้ จีน และรัสเซีย ยังเคยขัดขวางการประณามการทำรัฐประหารโดยกองทัพพม่าในเวทีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) โดยอ้างว่าการยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นกิจการภายในของประเทศพม่า

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 64 ระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ หวังอี้ ออกมากล่าวว่า จีนจะเล่นบทบาทเชิงสร้างสรรค์ต่อไป และสนับสนุนการเข้าไปมีส่วนร่วมเชิงสร้างสรรค์ต่อกิจการภายในพม่าของอาเซียน ในฐานะที่สถานการณ์ในเมียนมาเกี่ยวโยงโดยตรงกับผลประโยชน์ของจีน

หวังอี้ กล่าวเพิ่มว่า จีน และอาเซียน มีมุมมองร่วมกันต่อกรณีกิจการภายในของพม่า พร้อมย้ำข้อเรียกร้องของจีนล่าสุด ที่ต้องการให้มีการยุติความรุนแรง และจัดการเจรจาทางการเมือง จีนยังเรียกร้องให้นานาชาติทำตามนโยบายและเป้าหมายของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งระบุว่า ‘จะไม่คว่ำบาตรเพียงฝ่ายเดียว และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างไม่เหมาะสม’

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์