'เพื่อไทย' ชี้ รธน.แก้ไขเพิ่มเติมบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ปลดสลักแรกแก้ปัญหา พร้อมสู่โหมดเลือกตั้ง

พรรคเพื่อไทย ชี้ รธน.แก้ไขเพิ่มเติมบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ปลดสลักแรกแก้ปัญหาประชาชน เพื่อไทยพร้อมสู่โหมดเลือกตั้ง ระบุ รัฐบาลเตรียมเพิ่มสิทธิ์บัตรคนจนเป็น 15 ล้านคน สะท้อนคนไทยจนเพิ่มขึ้น แนะรัฐฟังเสียงประชาชนดูแลคนยากจน อัด 'ประยุทธ์' ใช้กองทัพศูนย์กลางแก้ปัญหาประเทศ ไม่ให้ความสำคัญปัญหาประชาชน

 

22 พ.ย.2564 ทีมสื่อพรรคเพื่อไทยแจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564 มาตรา 83 และมาตรา 91 กำหนดให้มี ส.ส.เขต 400 คน จากเดิม 350 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน จากเดิม 150 คนว่า ถือเป็นการเปิดทางให้พรรคการเมืองซึ่งมีความยึดโยงกับประชาชนและรู้ปัญหาของประเทศได้มีโอกาสกลับมาสร้างความหวังและประโยชน์ให้กับประชาชนอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยติดกับดักเงื่อนไข ส.ว. 250 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเครือข่ายอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือเป็นอุปสรรคในกระบวนการทางรัฐสภาในการช่วยเหลือ และเสนอแนวทางแก้ไขวิกฤตของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะนี้ประชาชนเผชิญปัญหาในทุกด้าน โดยเฉพาะปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน รายได้ไม่พอรายจ่าย และอีกมากมาย เมื่อพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านได้นำปัญหาเข้าหารือ สอบถาม และทวงถามไปยังรัฐบาล แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่เข้ามาฟังปัญหา รวมทั้งตอบไม่ตรงคำถาม ซึ่งทำให้ปัญหาของพี่น้องประชาชนไม่ถูกแก้ไข พรรคเพื่อไทยหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองมาตรานี้จะเป็นการปลดสลักแรกในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพราะเรามีความพร้อมทั้งในเรื่องของบุคลากรทั้งคนรุ่นใหม่และผู้มากประสบการณ์ รวมทั้งประสบการณ์ในการบริหารประเทศ

“พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งมาโดยตลอด เราคิด หารือทางออกให้กับประชาชนผ่านความเห็นของคนรุ่นใหม่ ร่วมกับคนรุ่นใหญ่อย่างต่อเนื่อง เราหวังว่าครั้งนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

ชี้รัฐบาลเตรียมเพิ่มสิทธิ์บัตรคนจนเป็น 15 ล้านคน สะท้อนคนไทยจนเพิ่มขึ้น แนะรัฐฟังเสียงประชาชนดูแลคนยากจน

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้กระทรวงการคลังทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ขยายผู้ได้รับสิทธิ์เป็น 15 ล้านคน เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนได้เริ่มลงทะเบียนในช่วงปลายปีนี้ว่า นโยบายนี้สะท้อนการบริหารงานที่ล้มเหลวของพล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งบริหารคนไทยยิ่งจน จากเดิมผู้ได้รับสิทธิ์บัตรคนจนในปี 2563 อยู่ที่ 13.6 ล้านคน หากเพิ่มเป็น 15 ล้านคนในปีนี้ เท่ากับว่า 1 ปีที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ ทำประชาชนคนไทยยากจนลงจนต่ำกว่าเส้นมาตรฐานไปอีกราว 1.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10%

ชนินทร์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่คนไทยลำบากอย่างแสนสาหัสทุกวันนี้ พลเอกประยุทธ์กลับบริหารประเทศแบบไม่ใยดีประชาชน ไม่พูดคุย ไม่เจรจาเพื่อหาทางออกของปัญหาร่วมกัน ปล่อยลอยตัวค่าครองชีพทุกประการ ค่าน้ำมันสูงเกินจะประกอบธุรกิจ ค่าทางด่วนและค่าไฟฟ้าเตรียมปรับขึ้นราคาทั้งระบบ สวนทางกับรายได้ในกระเป๋าประชาชนที่หดหาย ค่าแรงไม่เพิ่มขึ้น รายได้เกษตรกรตกต่ำ ข้าวขายไม่ได้ราคา อีกทั้งยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะมีงบประมาณเพียงพอจ่ายเงินประกันราคาตามที่สัญญาไว้หรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนให้ตรงจุด ควรเข้ามาดูแลค่าครองชีพพื้นฐานให้ประชาชนเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง ตลอดจนพิจารณาสนับสนุนมาตรการทางภาษีบางประการให้กับทั้งภาคประชาชนและธุรกิจ เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่ใช่ลอยแพประชาชน ปล่อยให้ตัวเลขคนจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้

“รัฐบาลชุดนี้เป็นการแก้ปัญหาแบบปะผุ ไม่ได้ส่งเสริมการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจด้วยการรดน้ำที่รากดังที่พรรคไทยรักไทยและเพื่อไทยเคยทำ ยิ่งปล่อยให้บริหารต่อไปมีแต่สร้างความยากแค้นให้ประเทศ มุ่งหวังเพียงแค่ชิงจังหวะออกนโยบายประชานิยม เพื่อเตรียมเลือกตั้งเท่านั้น ไม่เคยตั้งใจแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง” ชนินทร์กล่าว

อัด 'ประยุทธ์' ใช้กองทัพศูนย์กลางแก้ปัญหาประเทศ ไม่ให้ความสำคัญปัญหาประชาชน

นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน เดินหน้าในการขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งสภาจะนำปัญหาของพี่น้องประชาชน มาพูดคุยเพื่อสอบถามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางในการแก้ปัญหาและนโยบายรัฐบาลที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยแก้ปัญหาประเทศได้เลย ยิ่งอยู่ประชาชนยิ่งลำบาก

นิยม กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การเข้าสู่ตำแหน่งของพลเอกประยุทธ์ ไม่ได้มาจากประชาชนแต่มาจากกองทัพ ฝดังนั้นพลเอกประยุทธ์จึงมองกองทัพเป็นศูนย์กลางอำนาจ ผลที่ออกมา คือ พลเอกประยุทธ์ใช้อำนาจและกองทัพ แก้ปัญหาของประเทศ ทั้งๆที่ประเทศมีปัญหามากมาย ทั้งสังคม เศษรฐกิจ และการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน มองปัญหาไม่ออก และแก้ปัญหาแบบขอไปที ปัญหาผักชีแพง ให้ทหารปลูกผักชีขายแข่งกับพ่อค้า รถขนส่งประท้วงหยุดวิ่งเหตุน้ำมันแพง พลเอกประยุทธ์แก้ปัญหาโดยใช้รถทหารขนส่งแทน วิธีคิดแบบนี้ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เป็นการสะท้อนถึงสติปัญญาของผู้นำประเทศ ที่ไร้ประสิทธิภาพและไร้วิสัยทัศน์โดยสิ้นเชิง

“พลเอกประยุทธ์ ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ แต่ไม่ยอมที่จะลงจากตำแหน่งเพราะกลัวสูญเสียอำนาจและกลัวว่าการรัฐประหารที่ผ่านมาจะเสียของ ไม่สามารถจัดการกับฝ่ายการเมืองฝ่ายตรงข้ามได้ พลเอกประยุทธ์มองทุกอย่างเป็นการเมือง และมองนักการเมืองคือปัญหาประเทศ ถึงเวลานี้ประเทศไทยเสียเวลากับพลเอกประยุทธ์มา 7 ปี เพราะไม่มีผลงานที่สามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้ ประเทศเดินหน้าไม่ได้เพราะติดกับดักยุทธ์ศาสตร์ชาติ 20 ปีที่เป็นบ่วงรัดการพัฒนาประเทศไม่ให้เดินไปข้างหน้า เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งไม่ถูกต้องวิธีการบริหารจึงไร้ซึ่งประสิทธิภาพ ยิ่งพลเอกประยุทธ์ อยู่นานแค่ไหนประเทศก็จะยิ่งพังมากขึ้น” นิยม กล่าว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์