ศาลอาญาให้ “รุ้ง” กักบริเวณในบ้านและออกได้เฉพาะไปเรียน-ศาล มีผลถึง 12 ม.ค.65

ที่ประชุมผู้บริหารศาลอาญามีมติให้ “รุ้ง ปนัสยา” ประกันตัว โดยกำหนดเงื่อนไขให้กักบริเวณอยู่ในบ้านพร้อมติด EM ออกได้เฉพาะที่เกี่ยวกับการเรียนหรือไปศาล และห้ามทำสถาบันกษัตริย์เสื่อมเสีย มีผลถึงวันที่ 12 ม.ค.2565 แต่ยังไม่ได้ปล่อยเพราะต้องรอผลประกันอีก 2 คดีในวันนี้

30 พ.ย.2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานกระบวนการไต่สวนขอประกันตัว ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ใน 2 คดี คือ การชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎรเมื่อ 19-20 ก.ย.2563 และ #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว เมื่อ 2 ธ.ค.2563

ทั้งนี้เวลา 13.30น. เริ่มการไต่สวนโดยมีปนัสยา พ่อของเธอและบุญเลิศ วิเศษปรีชา แถลงต่อศาลเกี่ยวกับกระบวนการสอบของปลายภาคเรียนที่ 1 ของปนัสยาที่จะมีทั้งการเดินทางไปสอบที่มหาวิทยาลัยและการทำรายงานศึกษาวิจัย และการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ซึ่งหากเรียนไม่ผ่านก็ต้องลงทะเบียนเรียนซ้ำ

ทั้งนี้ทนายความได้สอบถามปนัสยา ว่าหากเสนอเงื่อนไขต่างๆ ในการปล่อยตัวชั่วคราว ได้แก่ เงื่อนไม่กระทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์, ไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร, ไม่ออกนอกเคหสถาน เว้นแต่ไปศึกษาเล่าเรียน ไปรักษาพยาบาล หรือไปพิจารณาคดีต่างๆ รวมทั้งการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) รวมทั้งมีการตั้งผู้กำกับดูแล ปนัสยาจะสามารถรับเงื่อนไขได้หรือไม่ ปนัสยาได้ตอบรับเงื่อนไขดังกล่าวทั้งหมด

ส่วนทางด้านบุญเลิศแถลงศาลในฐานะเป็นผู้สอน 1 รายวิชาที่ปนัสยาเรียนว่ปนัสยามีรายงานที่ต้องส่งและตนก็ยินดีเป็นผู้กำกับดูแลปนัสยาให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ปนัสยาก็ให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด

นอกจากนั้นพ่อของปนัสยาแถลงศาลด้วยว่าหลังได้รับประกันตัวเมื่อครั้งก่อนช่วงกลางปีปนัสยาก็ไม่ได้ปราศรัยพาดพิงสถาบันกษัติรย์อีกนอกจากไปร่วมชุมนุมประเด็นอื่นๆ เช่นเรื่องคนเท่ากันและเรื่องความหลากหลายทางเพศ อีกทั้งยังมีแมวและหนูแฮมสเตอร์ต้องดูแล

ศูนย์ทนายฯ ระบุว่าจากนั้น 16.20 น. ศาลอ่านคำสั่งการไต่สวนประกันในทั้งสองคดีว่าศาลนี้มีคำสั่งให้ยกเลิกการปล่อยตัวชั่วคราว และขังจำเลยไว้ เนื่องจากเกรงว่าจำเลย จะก่อเหตุร้ายประการอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108/1 (3) อย่างไรก็ดี การพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเป็นการใช้อำนาจของรัฐเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งศาลจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการก่อเหตุร้ายกับสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา โดยไม่จำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นภาระการเรียนของจำเลยที่จะเสียหายจากถูกคุมขังสามารถนำมาพิจารณาได้ ความเสียหายที่จำเลยอาจก่อขึ้นอีกสามารถควบคุมได้โดยจำเลยยินยอมและตั้งใจปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ของศาลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

ที่ประชุมผู้บริหารศาลอาญาพิจารณาแล้ว จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยอย่างจำกัดและสั่งให้บุญเลิศ วิเศษปรีชา เป็นผู้กำกับดูแลให้จำเลยปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยหากผิดสัญญาประกัน ให้ปรับเป็นเงิน 90,000 บาท โดยไม่เรียกหลักประกัน โดยให้มีผลเฉพาะตั้งแต่วันนี้(30 พ.ย.) จนถึงวันที่ 12ม.ค.2565 ส่วนเงื่อนไขประกันที่ศาลกำหนดได้แก่

  1. ห้ามจำเลยทำกิจกรรมหรือก่อเหตุที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
  2. ห้ามจำเลยเข้าร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
  3. ห้ามจำเลยออกนอกเคหสถานตลอดเวลา เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาล ไปเรียนไปสอบ ไปติดต่อราชการที่ศาลอื่น หรือมีเหตุอื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาล
  4. ห้ามจำเลยออกนอกราชอาณาจักร
  5. ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM)

ศูนย์ทนายฯ ระบุว่าผู้พิพากษาที่ลงนามท้ายคำสั่งคือ มุขเมธิน กลั่นนุรักษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีค้ามนุษย์

อย่างไรก็ตาม ปนัสยายังไม่ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากยังมีคดีที่ต้องยื่นประกันในคดี ม.112อีก 2 คดี คือ คดี #แต่งครอปท็อปเดินห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2563 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ และคดีชุมนุม #อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2563 ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทนายความจะดำเนินการยื่นประกันในวันนี้

ล่าสุดได้ประกันอีก 2 คดี

บ่ายวันนี้(1 ธ.ค.64) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าปนัสยาได้ประกันตัวในอีก 2 คดีคือ #แต่งครอปท็อปเดินห้างสยามพารากอน ที่เป็นคดีในศาลอาญากรุงเทพใต้และคดี #อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป ที่เป็นคดีในศาลจังหวัดอยุธยา

ทั้ง 2 ศาลได้ตั้งเงื่อนไขเหมือนที่ศาลอาญารัชดาฯ ให้ปนัสยาประกันตัวเมื่อวานนี้ คือให้ติด EM ห้ามออกจากบ้านยกเว้นไปเรียนและศาล ห้ามก่อเหตุกระทบกระเทือนสถาบันกษัตริย์ ปล่อยตัววันนี้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ศาลมีการกำหนดค่าปรับกรณีผิดเงื่อนไขประกันตัวด้วยเช่นเดียวกัน โดยศาลอาญากรุงเทพใต้กำหนดค่าปรับในคดี #แต่งครอปท็อปเดินห้างสยามพารากอน ไว้ 200,000 บาท ส่วนศาลอยุธยากำหนดค่าปรับในคดี #อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป เป็นเงิน 150,000บาท

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์