อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์: “ดูหมิ่นและด้อยค่า” ประชาชน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

นายกรัฐมนตรีและกลไกอำนาจรัฐ (โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ปราบปราม/จับกุมประชาชนที่ชุมนุมตามสิทธิพลเมืองของระบอบประชาธิปไตยที่โลก/ประเทศทั่วไปได้ตระหนักและยอมรับ) ได้กระทำการ “ดูหมิ่นและด้อยค่า” ประชาชนพลเมืองอย่างถึงที่สุด

ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนยิงกระสุนยางในระดับที่ไม่สมควร หรือกระชากลากพลเมืองอย่างไม่ปราณีปราศรัยไม่ได้รับการลงโทษเพราะได้รับคำสั่งเพียงแค่ว่าจัดการให้ทุกอย่างสงบลงได้ คนที่สั่งไม่ได้ตระหนักและยอมรับใน “ศักดิ์ศรี”ของความเป็นประชาชนพลเมืองเลยแม้แต่น้อย

การชุมนุมของพี่น้องจากจะนะเพื่อทวงถามถึงข้อตกลงในเรื่องนิคมอุตสาหกรรมที่คนในรัฐบาลรับปากว่าจะจัดการให้กลับถูกสลายการชุมนุม การชุมนุมแสดงการไม่ยอมรับนายกรัฐมนตรีที่อุดรธานีก็ถูกกระชากลากถูไปจากพื้นที่ เสียงกรีดร้องของพี่น้องประชาชนที่ถูกกระทำไม่ได้กระทบต่อโสตประสาทและ “มโนธรรม” ของนายกรัฐมนตรีและบุคคลในเครื่องแบบเลยแม้แต่น้อย

การจับกุมคุมขังและไม่ยอมให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งๆ ที่เป็นสิทธิอันชอบธรรมตามกฏหมายประเทศอารยทั้งหลาย การส่งเสริมให้มีส่วนของหน่วยราชการสร้างกระแสปลอมๆ ในโลกโซเชียลเพื่อที่จะลดทอนเสียงของประชนพลเมือง การคุกคามคนที่เห็นต่างและพูดตามที่ตนเองคิดเกิดขึ้นมาโดยตลอด

พลเมืองที่ชูนิ้วกลางและตะโกนคำแทนของลับผู้ชายกลับถูกแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหา “ดูหมิ่น ดูถูกเหยียดหยามทําให้อับอาย สบประมาท ลดคุณค่าทางสังคมของเจ้าหน้าที่” ทั้งๆ ที่เป็นสถานการณ์การชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็รับรู้อยู่ว่าเป็นสถานการณ์พิเศษ และเป็นสถานการณ์ที่แสดงถึง “ความไม่พอใจต่ออำนาจที่ไม่ชอบธรรม เพื่อต่อต้านความไม่ยุติธรรม มากกว่าเป็นการมุ่งโจมตีตัวบุคคล” ซึ่งเป็นสิทธิของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย

นายกรัฐมนตรีและกลไกอำนาจรัฐ/อำนาจเหนือรัฐทุกด้านทุกมิติได้ร่วมกันกระทำการ “ดูหมิ่นและด้อยค่า”ประชาชนมาโดยตลอด

กระบวนการการ “ด้อยค่าและดูหมิ่น” ประชาชนที่ดำเนินมาจะยุติได้อย่างไร และเมื่อใด

ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของสังคมในประเด็นเรื่องความเชื่อถือ (trust ซึ่งเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ ในปัจจุบัน ความเชื่อถือ (trust) ในกลไกอำนาจรัฐและตัวนายกรัฐมนตรีเสื่อมทรุดลงอย่างทบทวีคูณ แม้นายกรัฐมนตรีจะไม่เข้าใจในเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำ/ความเสมอภาคทางโอกาส” แต่ก็คงฉลาดพอที่ว่าเมื่อถึงที่สุดแล้วก็รู้ว่าจะต้องเลือกทางยุบสภา และกำหนดการเลือกตั้งในไม่นานเพื่อลดทอนกระแสการลุกฮือโดยไม่ได้มีกำหนดหมาย (spontaneous uprising)

จังหวะที่รอประกาศยุบสภาก็คือการรอให้ “การซื้อเสียงผ่านระบบเงินความช่วยเหลือหลากรูปแบบ” ทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลเสียก่อน โดยหวังว่าจะลดทอนความรู้สึกของประชาชนที่ถูก “ดูหมิ่นและด้อยค่า” ให้หันกลับมาสู่วิถีการยอมรับในฐานะผู้โน้มกาย (bend) ลงไปให้ความช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก

ในระหว่างนี้ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนผู้ถูก “ดูหมิ่นและด้อยค่า” เตรียมตัวเตรียมใจรับกับอำนาจอัปลักษณ์ที่แทรกอยู่ในแสงสว่างกันนะครับ อีกไม่นาน เราจะยืนได้เยี่ยง “พลเมือง ประชาชน” อย่างสมศักดิ์ศรีครับ

หมายเหตุ: ขอขอบคุณภาพประกอบจาก pptv36

เผยแพร่ครั้งแรกใน: เฟสบุ๊ค ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์