กสม.ถูกปฏิเสธเข้าพื้นที่ค่ายบ้านแม่หละ-แนะขยับพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัยคอกวัวเมยโค้งไปที่ปลอดภัย

กสม.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงค่ายผู้ลี้ภัยแม่หละ แต่ถูก จนท.ปฏิเสธด้วยเหตุผลด้านสถานการณ์โควิด-19 พร้อมเสนอย้ายพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัยคอกวัวมหาวันเมยโค้ง จ.ตาก ไปที่ปลอดภัย หลังมีรายงานกระสุนจากพม่าตกใกล้พื้นที่ดังกล่าว 

พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ หรือค่ายผู้ลี้ภัยบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

17 ม.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อ 17 ม.ค. 65 ระบุว่า เมื่อ 12-14 ม.ค. 65 ปรีดา คงแป้น และ ศยามล ไกยูรวงศ์ จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ หรือค่ายผู้ลี้ภัยบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และคอกวัวเมยโค้ง ซึ่งปัจจุบัน ถูกภาครัฐใช้เป็นพื้นที่รองรับผู้หนีภัยสงครามชั่วคราว ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีคณะผู้สื่อข่าวร่วมติดตามสังเกตการณ์การลงพื้นที่ดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม ทาง กสม.กลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงทั้ง 2 พื้นที่ดังกล่าว สำหรับพื้นที่ค่ายผู้อพยพบ้านแม่หละ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ภายใต้กระทรวงมหาดไทย อ้างมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 และหากต้องการเข้าไปในพื้นที่ ต้องขออนุญาตจากปลัดอำเภอแม่สอด จ.ตาก ก่อน 

ขณะที่ในส่วนของคอกวัวมหาวันเมยโค้ง ซึ่งปัจจุบันถูกใช้เป็นพื้นที่รองรับผู้หนีภัยสงครามที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบบริเวณทางใต้ จ.เมียวดี ประเทศพม่า มีรายงานว่ามีกระสุนไม่ทราบฝ่ายจากฝั่งพม่าตกมายังฝั่งไทย ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธให้ทาง กสม. เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย

ปรีดา คงแป้น และศยามล ไกยูรวงศ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเหตุที่ กสม.มาลงพื้นที่ค่ายผู้อพยพบ้านแม่หละ และพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัยครั้งนี้ เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่อาศัยในค่ายฯ ซึ่งอยู่มานานกว่า 30 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องความเป็นอยู่ การเข้าถึงการศึกษา การทำงาน และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์มีศรีอย่างมนุษย์ และเนื่องด้วยสถานการณ์ที่สงครามในพม่ากลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง นโยบายเดิมของรัฐไทยที่ต้องการส่งผู้ลี้ภัยใน 9 ค่ายไปประเทศที่ 3 หรือประเทศมาตุภูมิอาจเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสม.ก็อยากลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงนี้ เพื่อนำไปทำเป็นรายงานข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐต่อไป 

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยความไม่สงบจากพม่า หรือค่ายผู้ลี้ภัยจากพม่า ตั้งอยู่ตามตะเข็บชายแดนในประเทศไทยมีจำนวนทั้งหมด 9 ค่าย โดย 4 แห่ง อยู่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน คือค่าย ค่ายแม่ละอู ค่ายแม่ลามาหลวง บ้านใหม่ในสอย และบ้านแม่สุรินทร์ จังหวัดตาก มี 3 แห่ง คือบ้านแม่หละ อุ้มเตี้ยม และบ้านแม่นุโพ จ.ราชบุรี มี 1 แห่ง คือ บ้านค่ายถ้ำหิน จ.กาญจนบุรี มี 1 แห่ง คือ บ้านต้นยาง 

แต่อย่างไรก็ตาม กสม. ปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียดของข้อร้องเรียน และชื่อผู้ร้อง เนื่องด้วยตามกฎหมาย หาก กสม.ยังตรวจสอบไม่เสร็จสิ้น ก็ไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกได้ 

ศยามล ไกยูรวงศ์ (ซ้าย) และ ปรีดา คงแป้น (ขวา) จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ทั้งนี้ การปฏิเสธดังกล่าวทำให้มีข้อกังขาจากสื่อว่าเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากเมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา กสม.จะมีอำนาจเข้าหน้าที่ที่จะเข้าไปในเคหะสถานของหน่วยงานรัฐต่างๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ แต่ต้องทำหนังสือแจ้งมาที่ส่วนราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ ก่อนเข้าไปตรวจสอบ 

กสม. ระบุว่า ทางทีมก็เสียดายที่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ผู้ลี้ภัยบ้านแม่หละ และคอกวัวมหาวันเมยโค้ง เนื่องจากทางทีม กสม.ก็มีการเตรียมตัวมาอย่างดีก่อนลงพื้นที่ แต่จะใช้เป็นกระบวนการหารือ โดยจะจัดให้มีการประชุมร่วมกับหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและประชาชน อย่างนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อรวบรวมข้อมูล และนำข้อมูลดังกล่าวไปหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ อย่างกระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และอื่นๆ ที่ กทม. เพื่อหารือเรื่องนโยบาย และจะวางแผนกลับมาลงพื้นที่ จ.ตาก อีกครั้งในอนาคต

ย้ายพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัยชั่วคราวคอกวัวเมยโค้ง

หลังจากถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากสงครามทั้ง 2 แห่ง เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 65 กสม. จึงเปลี่ยนกำหนดการไปที่ ต.มหาวัน อ.แม่สอด เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ผู้พลัดถิ่นภายในจากรัฐกะเหรี่ยง ที่หนีภัยความไม่สงบจากการสู้รบทางตอนใต้ของ จ.เมียวดี มาอาศัยที่พื้นที่ไร้รัฐ หรือ ‘No Man Land’ ริมแม่น้ำเมย 

ผู้พลัดถิ่นภายในจากสงคราม มาพักพิงบริเวณริมแม่น้ำเมย ฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 13 ม.ค. 65

ศยามล ให้สัมภาษณ์กับสื่อเพิ่มเติมหลังการสังเกตการณ์ว่า หลังจากนี้ทาง กสม. จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับทางจังหวัดตากว่าจะมีการเตรียมการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมอย่างไรต่อไป เพราะการสู้รบไม่น่าจะยุติภายใน 1-2 วันนี้ 

สมาชิก กสม. กล่าวต่อว่า อาจทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้มีการขยับพื้นที่รองรับชั่วคราวผู้ลี้ภัยจากเมียนมา คอกวัวมหาวันเมยโค้ง บ้านมหาวัน อ.แม่สอด ให้ห่างจากชายแดนราว 5 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย หลังมีรายงานกระสุนปืนจากฝ่ายพม่ายิงตกลงบนฝั่งไทย นอกจากนี้ พื้นที่คอกวัวเมยโค้งมีปัญหาด้านความแออัด อากาศร้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพจิต และพื้นที่รองรับในเรื่องของห้องน้ำก็ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ลี้ภัยในคอกวัวเมยโค้งอีกด้วย  

ต่อจากนี้ กสม.จะจัดระบบว่า จะต้องหารือกับภาครัฐทั้งหมดกี่หน่วยงาน และจะสามารถช่วยเหลือทั้งระยะสั้น และระยะยาวอย่างไรได้บ้าง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์