นักกิจกรรมรวมตัวยื่นหนังสือถึง กสม. ‘ขอให้อยู่ข้าง ปชช.’ ช่วยเหลือ-เยียวยาผู้ที่ถูก จนท.ละเมิดสิทธิ

นักกิจกรรมหลายรายรวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียนถึง กสม. ‘ขอให้อยู่ข้างประชาชน’ พร้อมดำเนินการช่วยเหลือ คุ้มครอง และเยียวยานักกิจกรรมที่ถูกเจ้าหน้ารัฐคุกคามทางเพศ-ละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งในอดีตและปัจจุบัน

20 ม.ค. 65 เพจเฟซบุ๊ก ทะลุฟ้า - thalufah ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กวันนี้ (20 ม.ค.) ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะอาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ ทีมทะลุฟ้า ร่วมด้วย นางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน  พยาบาลอาสา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นางมัทนา อัจจิมา นายมนัส แกล้ววิกย์กิจ นางสาวกัลยามน หรือมินท์ สุนันท์รัตน์ นายเอกชัย หงส์กังวาล เดินทางมายื่นหนังสือหัวข้อ ‘ขอให้ กสม.เป็นกลาง อยู่เคียงข้างประชาชน’ แก่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. 

เวลาประมาณ 11.00 น. ก่อนการยื่นหนังสือ นางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา อ่านแถลงการณ์ระบุว่า เนื่องด้วยช่วงที่ผ่านมา นักกิจกรรมการเมืองต้องเผชิญการคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างการจับกุมและบังคับสูญหาย การลวนลามคุกคามทางเพศ การคุมขังนักกิจกรรมทางการเมืองโดยไร้ซึ่งสิทธิการประกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา ดังนั้น จึงขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ดังนี้

ขอให้ กสม.เยียวยาทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ให้แก่นักกิจกรรมทุกคนที่ได้รับการคุกคาม รวมถึงกรณี น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา ที่ถูกขังคุกฟรี  ในคดี ม.112 แม้คดียกฟ้องแม้จะยื่นเยียวยาตามระบบหากแต่ถูกปฏิเสธ ด้วย ม.27 วรรค 2 ซึ่งมันเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว อันมีที่มาอย่างไม่ชอบทำซึ่งเกิดขึ้นจากการสร้างขึ้นด้วยมาน้ำมือของชุดจับกุมในค่ายทหาร

ณัฏฐธิดา  มีวังปลา  ถูกจับกุมเข้าค่ายทหารและถูกกระทำอนาจาร กสม. ต้องเชิญทั้งฝ่ายทหารและตำรวจรวมทั้งตัวของจำเลย  มานั่งหาข้อสรุปในที่ประชุมพร้อม ให้ทั้งสองฝ่ายมีทนายและผู้ไว้วางใจเข้าร่วมรับฟังเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายด้วย

กสม.ต้องเป็นกลางยืนอยู่ข้างประชาชนและความถูกต้อง  อนึ่งในเคสของนักกิจกรรมที่ถูกทำร้ายจนแขนหักอย่างเอกชัย หงส์กังวาน และรถยนต์ถูกเผา แม้เคยไปแจ้งความแม้เคยหาหลักฐานต่างๆ มาประกอบคดี หากแต่ถูกรัฐเพิกเฉย กสม.หรือรู้หรือไม่

ในเคส ของ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เคยมีการคุกคามและจับตัวบุตรสาวของเขาเข้าในค่ายทหาร ซึ่งมีการข่มขู่คุกคามและกระทำอนาจาร กสม. ต้องมีมาตรการปกป้องประชาชน ด้วยการออกมาตรการคุ้มครองประชาชนอย่างจริงจัง 

และปัจจุบันมีนักกิจกรรม ถูกคุกคาม ถูกติดตาม และถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมอีกมาก

ณัฏฐธิดา กล่าวต่อว่า ช่วงที่เธอถูกคุมขังในค่ายทหาร เธอต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าเทอมสมัยเรียนมหาวิทยาลัยช่วงที่กำลังขึ้นจากชั้นปีที่ 2 ไปปีที่ 3 นอกจากนี้ หลังได้รับการยกฟ้อง เธอยังไม่มีที่อยู่อาศัย และรถยนต์ถูกยึดไปอีกด้วย 

นอกจากนี้ ขณะถูกจับกุม เธอถูกเจ้าหน้าที่จับโดยไม่มีหมาย และใช้ผ้าปิดตาอุ้มขึ้นรถ รวมถึงเจ้าหน้าที่มีการกระทำอนาจารต่อเธอ โดยการเปิดเสื้อ และจับหน้าอกและอวัยวะเพศของเธออีกด้วย 

แหวน ระบุต่อว่า การพูดถึงการถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องที่น่าอับอาย และเธอไม่อยากจะมายืนพูดตรงนี้ แต่พยายามเรียกร้องมาตลอดตั้งแต่ 2558 ถึง 2565 ไม่มีใครรับฟัง เธอจึงอยากให้ กสม. ช่วยเหลือ โดยการเรียกเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำอนาจาร มาพูดคุยและขอโทษออกสื่อสาธารณะว่าสิ่งที่ทำผิดอย่างไร 

“สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำกับเรามันมีแต่อัปยศ ไม่มีกฎหมายสำหรับประชาชน มีแต่กฎหมายปกป้องผู้มีอำนาจ ทุกครั้งที่มา (กสม.) เรามีแต่ความผิดหวัง ส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่ กสม.ชั้นผู้น้อยที่รับหนังสือ และอ้างรอนาย วันนี้เรามา เราก็หวังใจว่า เราจะได้พบผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ และให้คำตอบกับเราได้ สามารถออกหนังสือไปเรียกผู้ที่กระทำความผิด และกระทำอนาจารต่อประชาชนมาคุยได้ ดิฉันเชื่อว่าท่านทำได้ และท่านมีอำนาจหน้าที่ตรงนี้ เราจึงมาขอความช่วยเหลือจากท่านวันนี้” แหวน กล่าวทิ้งท้าย 

เมื่อเวลา 11.30 น. สำนักข่าวสยามรัฐ รายงานว่า กสม. ได้เชิญกลุ่มผู้มายื่นหนังสือขึ้นไปหารือที่สำนักงาน กสม. โดยมีวสันต์ ภัยหลีกลี้ หนึ่งในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่อง  

วสันต์ ชี้แจ้งกับผู้มาร้องว่า ตามที่ 1 ใน 3 ประเด็นที่ผู้ร้องมา มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง ที่เหลือนั้นพิจารณาแล้วไม่พบการละเมิดสิทธิฯ

วสันต์ ระบุต่อว่า ในประเด็นที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทาง กสม.ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถึงผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากกรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวเมื่อ 11-17 มี.ค. 58 โดยเจ้าหน้าที่ทหารมีการลวนลามแบะปฏิบัติไม่เหมาะสมขณะผู้ร้องถูกควบคุมตัว นอกจากนี้ ผู้ร้องถูกควบคุมตัวในฑัณทสถานหญิงกลางเป็นเวลานานโดยไม่ดำเนินคดีใดๆ

วสันต์ ภัยหลีกลี้ หนึ่งในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กสม. ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้วเห็นว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงให้เสนอแนะมาตรการในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพไทย (กองบัญชาการสูงสุด) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) อาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ม.247(1) และ พรป.รธน.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2560 ม.20(1) ประกอบ ม.36 ในส่วนของทางตำรวจมีการอายัดตัวไว้ แต่มีคดีอื่น เมื่อมีการปล่อยตัวแล้วกลับไปเริ่มดำเนินคดีอีก แทนที่จะดำเนินการคู่ขนานไปด้วยกันได้ จึงแจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับไปดำเนินการ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท