'P-Move-แรงงานยานภัณฑ์-ทะลุฟ้า' รวม 15 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จากกรณีชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เมื่อ ต.ค. 67 และ เม.ย. 68 รวม 4 คดี ท่ามกลางประชาชนหลายภูมิภาคที่มาร่วมมอบดอกไม้ขาวให้กำลังใจ พร้อมอ่านแถลงการณ์ประณามรัฐบาลใช้กฎหมายลิดรอนเสรีภาพ
26 พ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (28 พ.ค.) เวลา 9.00 น. ที่ สน.ดุสิต กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move), กลุ่มแรงงานยานภัณฑ์ และกลุ่มทะลุฟ้า จำนวน 15 คน เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดี พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ซึ่งมีเหตุมาจากการชุมนุมพีมูฟทวงสิทธิ เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของประชาชน เมื่อ ต.ค. 2568 และการชุมนุมติดตามข้อเรียกร้องให้มีการนำข้อเสนอของพีมูฟ เรื่องนโยบายเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน สิทธิที่อยู่อาศัย และผลกระทบจากกฎหมายป่าไม้ทับที่ดินทำกิน เข้าที่ประชุม ครม. เมื่อ 1 เม.ย. 2568 รวมทั้งหมด 4 กรณี
สามารถคลิกลูกศร ซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ สน.ดุสิต ประชาชนกว่า 50 คนเดินทางมาให้กำลังใจการรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ โดยบางส่วนเดินทางมาจากต่างจังหวัด ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้ถูกออกหมายเรียกทยอยเดินทางมา สน.ดุสิต สำหรับคดีที่มีการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ ได้แก่
1.เหตุเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2567 ในเวลากลางวัน มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 5 คน ได้แก่ สมศักดิ์ บุญมาเลิศ, สินชัย รู้เพราะจีน, จรัสศรี จันทร์อ้าย, จำนงค์ หนูพันธ์ และธีรเนตร ไชสุวรรณ โดยมี พ.ต.ท.ชัยธัช เชียงทา (รอง ผกก. สืบสวนสอบสวน สน.ดุสิต) เป็นผู้กล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันชุมนุมฯ
2.เหตุเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2567 เวลาประมาณ 13.15 น. มีผู้ถูกกล่าวหา 1 คน คือ จำนงค์ หนูพันธ์ โดยมี พ.ต.ท.ชัยธัช เชียงทา (รอง ผกก. สืบสวนสอบสวน สน.ดุสิต) เป็นผู้กล่าวหาในฐานความผิด "เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมไม่ควบคุมการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบ และฝ่าฝืนคำสั่งประกาศ 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล" บริเวณถนนพิษณุโลก ติดทำเนียบรัฐบาล
3.เหตุเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2567 เวลาประมาณ 10.10 น. มีผู้ถูกกล่าวหา 1 คน ได้แก่ จำนงค์ หนูพันธ์ โดยมี พ.ต.ท.ชัยธัช เชียงทา (รอง ผกก. สืบสวนสอบสวน สน.ดุสิต) เป็นผู้กล่าวหาในฐานความผิด “เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมไม่ควบคุมการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบ และฝ่าฝืนคำสั่งประกาศ 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล” บริเวณถนนพิษณุโลก ติดทำเนียบรัฐบาล
4.เหตุเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2568 ช่วงเวลากลางวัน มี พ.ต.ท.สุรพันธ์ พันเปี่ยม (รอง ผกก. สืบสวนสอบสวน สน.ดุสิต) เป็นผู้กล่าวหา ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 11 คน
โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) จำนวน 7 คน ได้แก่ จำนงค์ หนูพันธ์, พชร คำชำนาญ, นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, กัญญ์วรา หมื่นแก้ว, เกรียงไกร ชีช่วง และสมพร หารพรม กรณีชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อติดตามให้การแก้ไขปัญหาที่จะได้รับการบรรจุในวาระประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในประเด็นเกี่ยวกับการแก้กฎหมายป่าอนุรักษ์ และหยุดผลกระทบจาก พ.ร.ก.โครงการอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
อีกส่วนหนึ่งเป็นการชุมนุมของกลุ่มแรงงานยานภัณฑ์จำนวน 4 คน ได้แก่ วิรุต นามณี, สุริยะ ปะสาวะนัง, สุนทร บุญยอด และ ธัชพงษ์ แกดำ กรณีชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลเรียกร้องเงินชดเชยหลังถูกยกเลิกการจ้างงาน
ก่อนจะมีการเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา มีการมอบดอกไม้สีขาวเพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ถูกดำเนินคดี และอ่านแถลงการณ์ด้านหน้า สน. ดังนี้
รายละเอียดแถลงการณ์
แถลงการณ์ร่วมเครือข่ายภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.ชุมนุมฯ เรื่อง ประณามรัฐบาล 'แพทองธาร' บังคับใช้กฎหมายปิดปากประชาชน
สืบเนื่องจากการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อกลุ่มผู้ชุมนุมผู้ต่อสู้เรื่องสิทธิในที่ดิน สิทธิแรงงาน รัฐสวัสดิการ และประชาธิปไตย รวม 15 คน จากการเคลื่อนไหวชุมนุมในช่วงเดือนตุลาคม 2567 และเดือนเมษายน 2568 โดยอ้างความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะพ.ศ. 2558 ทำให้วันนี้พวกเราได้นัดหมายกันมารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจนครบาลดุสิตในวันนี้
เราจะเข้าไปรายงานตัว และยืนยันว่าเราคือผู้บริสุทธิ์ การชุมนุมเคลื่อนไหวของเราเป็นสิทธิเสรีภาพอันพึงมีที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล เราชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลอันเป็นศูนย์กลางอำนาจเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ให้สมกับที่เป็นรัฐบาลที่อ้างตัวว่ามาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ท่านควรจะรับฟังเสียงแห่งความทุกข์ร้อนของพวกเราและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนอันแสนสาหัส ให้เหมือนกับที่หาเสียงกับประชาชนไว้ในช่วงการเลือกตั้ง
และที่สำคัญเรามาที่นี่เพื่อประจานความล้มเหลวของรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทย มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร ชินวัตร รัฐบาลไม่เคยสนใจใยดีที่แก้จะปัญหาของพี่น้องคนยากคนจน ไม่เคยรับฟังเสียงของพวกเรา เห็นได้จากการที่เรายังต้องออกมาชุมนุมเรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่รัฐบาลก็ปล่อยให้ตำรวจสามารถประกาศพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลให้เป็นพื้นที่ห้ามชุมนุมได้โดยไม่คัดค้าน แล้วยังปล่อยปละละเลยจนพวกเราต้องถูกดำเนินคดี นี่หรือคือรัฐบาลเลือกตั้ง หรือท่านเป็นเพียงรัฐบาลหุ่นเชิดให้ฝ่ายเผด็จการและอนุรักษ์นิยมชักใยอยู่เบื้องหลัง ฉุดรั้งการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของสังคมไทยกันแน่ พี่น้องคนยากคนจนทั้งหลายจงดูไว้เถิด ว่านี่คือชะตากรรมของพวกเราภายใต้การนำของรัฐบาลชุดนี้ เขาไม่เคยเห็นหัวเรา ไม่เคยคิดอยากจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ได้ลืมตาอ้าปาก มีเกรียรติ มีศักดิ์ศรี แบบที่เขาหลอกลวงเราตอนหาเสียง
เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาลแพทองธารอีกครั้ง จงหยุดการบังคับใช้กฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพและปิดปากประชาชน สิ่งที่ท่านต้องทำขณะนี้คือการเดินหน้ายกเลิกคดีความอันไม่เป็นธรรม ทั้งปวงที่หน่วยงานรัฐและเอกชนกระทำต่อพี่น้องประชาชน เมื่อไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหา ก็อย่าได้ซ้ำเติมปัญหา จงแสดงความกล้าหาญในการปกป้องพี่น้องประชาชนของท่านให้พ้นจากความทุกข์ทนและหลุดพ้นจากการคุกคามเช่นนี้เสียที
เราไม่เกรงกลัว และจะเข้าไปรายงานตัวเพื่อปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เราขอยืนหยัดเชื่อมั่นว่าการเคลื่อนไหวเรียกร้องของเราไม่ควรถูกยัดเยียดข้อหาประหนึ่งเป็นอาชญากร และขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนว่าหากการมีกฎหมายชุมนุมเป็นอุปสรรคต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ทำให้เราไม่สามารถติดตามการแก้ไขปัญหาหรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานอันล้มเหลวของรัฐบาลได้ เราจะยืนยันต่อสู้โดยการเดินหน้าประสานเชื่อมโยงเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศเพื่อรณรงค์ขับเคลื่อนให้ยกเลิก พ.ร.บ.ชุมนุมฯ อย่างถึงที่สุด
เชื่อมั่นและศรัทธาในพลังประชาชน
26 พฤษภาคม 2568
ณ สถานีตำรวจนครบาลดุสิต กรุงเทพมหานคร
โดยระหว่างรอผู้ถูกดำเนินคดีเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาทั้งในช่วงเช้าและบ่าย มีประชาชนทยอยสลับกันขึ้นมากล่าวปราศรัยให้กำลังใจผู้ที่ถูกดำเนินคดี และพูดถึงปัญหาที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการประกอบอาชีพ รวมไปถึงการถูกรัฐดำเนินคดีจากการออกมาเรียกร้องสิทธิ อีกทั้งมีการชูป้ายกระดาษเป็นข้อความ เช่น “ยกเลิกคดีปิดปาก”, “หยุดปิดปากประชาชน”, “ยกเลิก พ.ร.บ.ชุมนุม”, “ฟ้องชาวบ้าน ได้อะไร?” ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจผลัดเวรยืนสังเกตการณ์อยู่บริเวณหน้าประตู สน.ดุสิต
จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.50 น. จึงเสร็จสิ้นกระบวนการรับทราบข้อกล่าวหา ประชาชนได้มาร่วมถ่ายภาพที่หน้า สน.ดุสิต ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับ สำหรับทั้งคดีที่มีการรับทราบข้อหาวันนี้ มีกำหนดนัดส่งตัวให้อัยการในวันที่ 17-18 มิ.ย. 2568
สำหรับกลุ่ม P-Move เป็นการรวมตัวกันของเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนได้รับผลกระทบจากกฎหมายและนโยบายของรัฐ ในด้านที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ได้ร่วมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องกันมามากกว่า 10 ปี ได้มีการชุมนุมเรียกร้อง และเจรจาประชุมร่วมกับรัฐบาลมาหลายสมัย ซึ่งมีอีกหลายปัญหาที่ปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขได้
ส่วนกรณีการชุมนุมของกลุ่มแรงงานบริษัทยานภัณฑ์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ ได้ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือแรงงานจำนวน 859 คนที่ถูกลอยแพเลิกจ้างงานและไม่ได้รับค่าชดเชย รวมเป็นเงินประมาณ 250 ล้านบาท

