รมว.ต่างประเทศ เผยเหตุผลไทยงดออกเสียงประณามรัสเซีย

Thai PBS สัมภาษณ์ 'ดอน ปรมัตถ์วินัย' รมว.ต่างประเทศ เบื้องหลังไทยงดออกเสียงในมติสหประชาชาติประณามการผนวกดินแดนยูเครนของรัสเซีย ระบุงดออกเสียงเพื่อให้ประชาคมโลกสนใจว่าประเทศไทยมีจุดยืนอย่างไรต่อสงครามในยูเครน "ถ้าเราลงคะแนนเสียงเห็นด้วยกับมตินี้ เราก็จะเป็นเพียงหนึ่งในเสียงของ 143 ประเทศที่เห็นด้วย แล้วมันก็จะไม่มีความหมายอะไรมาก" ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมาประชุมเอเปคหรือไม่ของผู้นำรัสเซีย


ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ (แฟ้มภาพ)

23 ต.ค. 2565 Thai PBS รายงานว่า รมว.ต่างประเทศ ได้เปิดใจกับ Thai PBS ถึงเบื้องหลังที่ประเทศไทยงดออกเสียงในมติสหประชาชาติ ประณามการผนวกดินแดนยูเครนของรัสเซีย เผยเพื่อทำให้โลกสนใจจุดยืนของไทยต่อวิกฤตในยูเครน

“เราเลือกที่จะงดออกเสียง เพื่อให้ประชาคมโลกสนใจว่าประเทศไทยมีจุดยืนอย่างไรต่อสงครามในยูเครน” นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวกับ Thai PBS

อาจจะยังเป็นคำถามมาจนถึงทุกวันนี้ว่า ทำไมประเทศไทยถึงได้งดออกเสียงในมติของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการสวนกระแสของเสียงส่วนใหญ่ของโลก ไทยเป็น 1 ในเพียง 35 ประเทศที่งดออกเสียง ขณะที่มีมากถึง 143 ประเทศที่สนับสนุนมติดังกล่าว

ไทยกำลังพยายามเอาใจรัสเซียหรือเปล่า เพื่อแลกกับการมาร่วมประชุมเอเปคที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเดือนหน้าของประธานาธิบดีปูติน เป็นข้อสงสัยที่ดังกระหึ่มมาตลอด

นายดอน ยืนยันกับ Thai PBS ว่าการงดออกเสียงของไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมาประชุมเอเปคหรือไม่ของผู้นำรัสเซีย แต่เป็นความตั้งใจของไทย ที่จะทำให้จุดยืนของไทยต่อสถานการณ์ในยูเครนเป็นที่สนใจของประชาคมโลก

"ถ้าเราลงคะแนนเสียงเห็นด้วยกับมตินี้ เราก็จะเป็นเพียงหนึ่งในเสียงของ 143 ประเทศที่เห็นด้วย แล้วมันก็จะไม่มีความหมายอะไรมาก"

แต่ทันทีที่ไทยงดออกเสียง ก็เกิดคำถามทันที่ว่าประเทศไทยกำลังคิดอะไรอยู่ และเริ่มมีการมาขอพูดคุยกับประเทศไทยเพื่อขอคำอธิบาย นั่นเป็นสิ่งที่นายดอนเรียกว่าเป็นโอกาสของไทยที่ได้พูดถึงแนวคิดของไทยในการหาทางยุติสงครามในยูเครน

รมว.ต่างประเทศ ย้ำว่าวิกฤตในยูเครนซึ่งลากยาวมาแล้วถึง 8 เดือน มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของไทยโดยตรง เพราะฉะนั้นไทยจึงต้องมีบทบาทในการช่วยเสนอหาทางออก

นายดอนตอกย้ำถึงจุดยืนของไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังผนวกดินแดนของรัฐอื่น แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ “มีความอ่อนไหวและพลุ่งพล่านอย่างมาก ความพยายามหาทางแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาแทบไม่ปรากฏ”

นายดอนเชื่อว่า การประณามรังแต่จะผลักให้คู่ขัดแย้งหันไปใช้ความรุนแรงมากขึ้น และยกระดับความเสี่ยงของใช้อาวุธนิวเคลียร์ทำลายล้างกัน และเหตุผลที่สงครามยังยืดเยื้ออยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ได้แสดงท่าทีที่พร้อมจะนั่งลงพูดคุยกัน

รมว.ต่างประเทศ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ “โอกาสทอง” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนหน้าให้เป็นประโยชน์ ในการหาทางออกให้กับวิกฤตดังกล่าว “โอกาสทอง” ที่นายดอนพูดถึงคือการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคและระดับโลก 3 เวทีที่มีขึ้นในเอเซีย

นั่นคือการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พ.ย. ตามมาด้วยการประชุม G-20 ที่บาหลี อินโดนิเซีย และปิดท้ายด้วยการประชุมเอเปคที่กรุงเทพฯ

“ผมเรียกเวทีเหล่านี้ว่าเป็นโอกาสทองที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อคลี่คลายวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้” นายดอนกล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท