อดีตทีมข่าว 'แอปเปิลเดลี' ฮ่องกง ยอมรับผิด กม. ความมั่นคง หลังถูกกล่าวหาว่าร่วมมือต่างชาติทำลายจีน

23 พ.ย. 2565 สื่อต่างประเทศรายงานว่าในคดีหมุดหมายสำคัญของการใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติกับสื่อ 6 อดีตสมาชิกกองบรรณาธิการของ 'แอปเปิลเดลี' สำนักข่าวฮ่องกงที่วิจารณ์รัฐบาลจีนและถูกบีบให้ปิดตัวเมื่อกลางปีที่แล้ว ยอมรับความผิดตามกฎหมายเพื่อขอลดโทษ ฝ่ายอัยการใช้การประชุมประจำสัปดาห์ของกองบรรณาธิการข่าว ซึ่งเป็นกิจวัตรปกติของสำนักข่าวทั่วไป เป็นหลักฐานกล่าวหาว่าพวกเขา 'สมรู้ร่วมคิด' ในการเผยแพร่บทความ เรียกร้องให้ประชาชนเข้าร่วมการประท้วง และเรียกร้องให้ต่างชาติคว่ำบาตรรัฐบาลจีนและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 

ผู้ที่ยอมรับผิดในคดีนี้แล้ว ได้แก่ (1.) เชิง คิม-ฮุง อดีตซีอีโอของ 'เน็กซ์ดิจิตัล' บริษัทเจ้าของสำนักข่าวแอปเปิลเดลี (2.) ไรอัน ลอว์ อดีตหัวหน้าบรรณาธิการ (3.) ชาน พุย-มัน อดีตผู้ช่วยเผยแพร่ (4.) ลัม มัน-ชุง อดีตหัวหน้าบรรณาธิการฝ่ายบริหาร (5.) ฟุง ไว-กง อดีตหัวหน้าบรรณาธิการฝ่ายข่าวภาษาอังกฤษ และ (6.) เยิง ชิง-กี อดีตนักเขียนของกองบรรณาธิการ 

ผู้ยอมรับผิดทั้ง 6 รายเดินทางไปขึ้นศาลสูง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 พ.ย. 2565) และยอมรับผิดในข้อหาร่วมมือกับต่างชาติ หรือกลุ่มนอกประเทศ เพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ หลังฝ่ายอัยการกล่าวหาว่าพวกเขาสมรู้ร่วมคิดกับ 'จิมมี ไหล' มหาเศรษฐีสัญชาติอังกฤษและเจ้าของสื่อฮ่องกง และอีก 3 บริษัทที่เชื่อมโยงกับสำนักข่าวแอปเปิลเดลี่ที่ปิดตัวลง ได้แก่ บริษัท แอปเปิลเดลี จำกัด บริษัท แอปเปิลเดลีปรินติง จำกัด และบริษัท อีดีอินเตอร์เน็ต จำกัด

คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามอง ฝ่ายอัยการนำโดยแอนโธนี เชา ระบุในวันอังคารว่าจำเลยบางส่วนจะขึ้นให้การในการไต่สวนที่ 'จิมมี ไหล' เป็นผู้ถูกกล่าวหาในวันพฤหัสบดีหน้า (1 ธ.ค. 65) หลังเขาและบริษัท 3 แห่งของเขายังไม่รับสารภาพความผิด ผู้พิพากษาในคดีนี้เป็นผู้พิพากษาสำหรับคดีความมั่นคงแห่งชาติที่ได้รับการคัดเลือกมาโดยเฉพาะ ได้แก่ ผู้พิพากษาเอสเธอร์ โทห์, ซูซานา ดี'อัลมาดา เรเมดีโอส และอเล็กซ์ ลี  

สรุปการพิจารณาของศาลระบุว่า แอปเปิลเดลีถูกใช้ในการตีพิมพ์ข่าว 'เนื้อหาที่อ้างว่าเป็นบทความข่าว' บทความแสดงความเห็น และคลิปวิดิโอ ฝ่ายอัยการพบการตีพิมพ์เนื้อหา 'ยุยงปลุกปั่น' 161 ครั้งนับตั้งแต่ 1 เม.ย. 62 โดยมีเป้าหมายเพื่อ 'ชักจูงความเห็นประชาชน' ให้เข้าร่วมการประท้วง บทความบางชิ้นพบการร้องขอ 'กลุ่มนอกประเทศ' ให้ 'ออกมาตรการคว่ำบาตรหรือปิดกั้น หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ไม่เป็นมิตรต่อสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือเขตบริหารพิเศษฮ่องกง' ด้วย 

ฝ่ายอัยการกล่าวหาอีกว่า  เชิง คิม-ฮุง, ไรอัน ลอว์,  ลัม มัน-ชุง, และเยิง ชิง-กี เข้าร่วมการประชุมรับประทานอาหารกลางวันกับ 'จิมมี่ ไหล' โดยมีเป้าหมายเพื่อ 'พูดคุยและออกคำสั่งและกำหนดทิศทางเกี่ยวกับนโยบายของการตีพิมพ์ โดยใช้แอปเปิลเดลีเป็นแพลตฟอร์ม' นอกจากการประชุมรับประทานอาหาร ยังมีการประชุมวางแผนทุกวันอังคารร่วมกับหัวหน้าทีมคนอื่นๆ เพื่อพูดคุยหัวข้อข่าวที่จะมีการนำเสนอ

กลุ่มจำเลยถูกควบคุมโทษเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว หลังจากพวกเขาถูกนำตัวขึ้นศาลเป็นครั้งแรกในช่วง มิ.ย. - ก.ค. เมื่อปีที่แล้ว กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ มิ.ย. 62 เป็นต้นมา รัฐบาลปักกิ่งบรรจุกฎหมายดังกล่าวเข้ามาใน 'กฎหมายพื้นฐาน' ซึ่งมีสถานะเป็นเหมือนรัฐธรรมนูญของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงโดยตรง ไม่ได้ผ่านสภานิติบัญญัติของฮ่องกงก่อน หลังเกิดการประท้วงต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง 

กฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้การต่อต้าน การแบ่งแยกดินแดน การสมรู้ร่วมคิดต่างชาติ การก่อการร้าย เป็นสิ่งผิดกฎหมาย โทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ความผิดเหล่านี้ถูกตีความกว้างขวางอย่างมาก โดยรวมถึง การขัดขวางการขนส่งมวลชนและโครงสร้างพื้นฐานอื่นด้วย ก่อนหน้าที่จะมีกฎหมายความมั่นคงแห่งชาคิฉบับนี้ ฮ่องกงเคยมีกฎหมายต่อต้านการยุยงปลุกปั่นในสมัยที่อยู่ภายใต้ระบอบอาณานิคมของอังกฤษ ซึ่งถูกแก้ไขครั้งสุดท้ายในช่วงทศวรรษที่ ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513-2523) และถูกใช้เรื่อยมาจนกระทั่งมีการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่  

สำนักข่าวแอปเปิลเดลีเผยแพร่หนังสือพิมพ์ฉบับสุดท้ายในวันที่ 24 มิ.ย. 62 เพียงไม่กี่วันหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายทำการบุกสำนักข่าวเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 เดือน ทำการจับกุมผู้บริหารระดับสูง และระงับการเข้าถึงบัญชีธนาคาร นับเป็นคดีแรกที่เจ้าหน้าที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกงใช้บทความในสื่อเป็นหลักฐานกล่าวหาความผิดตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ หลังจากตำรวจระบุว่าหมายค้นสำนักงานออกโดยใช้อำนาจของกฎหมายดังกล่าว

การปิดสำนักข่าวแอปเปิลเดลีถูกมองว่าส่งผลกระทบต่อเสรีภาพสื่ออย่างมาก องค์กรสิทธิเสรีภาพสื่อ 'สื่อไร้พรมแดน' (Reporters without Borders) ประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการ 'ปราบปรามสื่ออิสระ' สื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินคดีในครั้งนี้ก่อให้เกิดความกังวลต่อเสรีภาพสื่อในฮ่องกง ซึ่งหล่นจากอันดับที่ 18 มาอยู่ที่ 148 ในดัชนีของเสรีภาพสื่อของ สื่อไร้พรมแดน

สำนักข่าวฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย เช่น Stand News ถูกตำรวจบุกสำนักงานเมื่อ ธ.ค. 64 และถูกบังคับให้ปิดตัวภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งให้อำนาจกับตำรวจอย่างมาก และสร้างความกังวลต่อกลุ่มประชาสังคม และคู่ค้าของฮ่องกง หลายฝ่ายมองว่ากฎหมายฉบับนี้ทำให้วัฒนธรรมการเห็นต่างทางการเมืองและประชาสังคมของฮ่องกงที่เคยมีชีวิตชีวาหายวับไปอย่างรวดเร็ว แม้รัฐบาลจีนเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ช่วยฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพกลับมาสู่ฮ่องกงอีกครั้ง และฮ่องกงจะยังอยู่ภายใต้หลักการ 'หนึ่งประเทศ สองระบบ' ก็ตาม

แปลและเรียบเรียงจาก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท