Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“บัสบาส” ผู้ต้องขังคดี ม.112 ถูกย้ายตัวเรือนจำเชียงรายไปยังเรือนจำเชียงใหม่ โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในการสั่งย้าย และไม่มีการแจ้งล่วงหน้าหรือแจ้งญาติก่อน เจ้าตัวระบุ เจ้าหน้าที่เรือนเชียงรายนำเอกสารมาให้อ่านช่วงเที่ยงของวันที่ 16 มิ.ย. 2568 บอกว่าจะย้ายตัวมาอยู่ที่เชียงใหม่จนถึงวันที่ 20 มิ.ย. นี้ หลังจากนั้นก็ใส่กุญแจข้อเท้าพาขึ้นรถเรือนจำมาเลย ทั้งนี้ บัสบาสได้อดอาหารประท้วงกระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดอายุครบ 32 ปีของเขา และเจ้าตัวยังคงยืนยันอดอาหารต่อไปแม้จะถูกย้ายเรือนจำ

 

18 มิ.ย. 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2568 เสียงโทรศัพท์ผ่านกระจกที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ดังขึ้น ท่ามกลางแววตางุนงงของ “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร ผู้ต้องขังในคดีตามมาตรา 112 ที่เพิ่งถูกย้ายจากเรือนจำกลางเชียงรายมาแบบไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

“ผมยังไม่รู้เลยว่ามาอยู่ที่นี่ทำไม” เขาหัวเราะ ซ่อนความไม่เข้าใจในกระบวนการที่พาตัวเขามาถึงตรงนี้

บัสบาสเล่าว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางเชียงรายเพียงนำเอกสารมาให้เขาอ่านช่วงเที่ยงของวันที่ 16 มิ.ย. 2568 บอกว่าจะย้ายตัวมาอยู่ที่เชียงใหม่จนถึงวันที่ 20 มิ.ย. นี้ โดยไม่มีคำอธิบายถึงเหตุผลที่ชัดเจน และที่สำคัญคือ ไม่มีการแจ้งญาติให้ทราบล่วงหน้า

บัสบาสเล่าว่า ในวันที่ 16 มิ.ย. 2568 เขาถูกเจ้าหน้าที่พาขึ้นรถของเรือนจำมาพร้อมนักโทษอีก 1 ราย โดยใส่กุญแจข้อเท้าตลอด 4 ชั่วโมง ที่เดินทางผ่านเส้นทางสายเชียงราย-เชียงใหม่ ท่ามกลางฝนโปรยปราย

เมื่อถึงเรือนจำกลางเชียงใหม่ที่อำเภอแม่แตง เขาไม่ได้ถูกนำไปผ่านขั้นตอนรับตัวตามปกติ ไม่ได้มีการชั่งน้ำหนักหรือตรวจร่างกาย และไม่ต้องทำทะเบียน ก่อนเขาถูกพาตัวไปที่แดนพยาบาลในทันที

ในแดนพยาบาลห้องหนึ่งมีฟูกนอนให้ โดยผู้ต้องขังที่ป่วยนอนรวมกัน 12 คน บางคนเป็นผู้ป่วยทางจิตเวช บางคนมารักษาอาการติดยาเสพติด บรรยากาศเงียบเหงาจนบัสบาสบอกว่าดูเหมือนหนังซอมบี้

“ผมแข็งแรงที่สุดในนั้น ถ้ามีอะไรคงสู้ได้อยู่” เขาพูดติดตลก

ตั้งแต่มาถึงเป็นเวลาวันกว่า เขายังไม่ได้รับการตรวจร่างกาย และการย้ายเรือนจำ พร้อมกับนำตัวไปอยู่ที่แดนพยาบาล ทำให้เขาไม่สามารถซื้อของในเรือนจำทานได้เหมือนตอนอยู่ที่เรือนจำกลางเชียงราย ต้องกินน้ำเปล่าอย่างเดียว ทำให้เขาคิดว่าร่างกายอ่อนเพลียลง

“ไม่มีนมให้กินเลย มีแต่น้ำเปล่า บางทีปวดท้องบ้าง แต่ยังไหวอยู่” เขาบอก

บัสบาสยังตั้งคำถามกับเหตุผลในการย้ายมาเชียงใหม่อย่างเงียบ ๆ หากเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ก็สามารถส่งตัวไปยังโรงพยาบาลได้ “โรงพยาบาลเชียงรายก็มี แล้วจะส่งผมมาทำไม ที่เชียงใหม่ก็ไม่มีใครรู้ว่าผมอดอาหารอยู่ด้วยซ้ำ”

“ไม่รู้จะส่งมาทำไม แต่ปรับตัวได้แหละ แค่เสียเวลาไปเฉย ๆ” บัสบาสบ่น

แม้ดูเหมือนว่าทางเรือนจำกลางเชียงรายอ้างว่าการย้ายครั้งนี้เพื่อ “การรักษาพยาบาล” ในระหว่างที่เขาอดอาหาร แต่บัสบาสกลับตั้งข้อสังเกตว่า ทุกอย่างดูไม่สอดคล้องกับคำอธิบายดังกล่าว

“ร่างกายก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต คุยรู้เรื่อง มีแรงอยู่ ถ้ามาสภาพหน้าเดฟเลยก็ว่าไปอย่าง ที่เชียงรายผมก็มีหมอมาตรวจประจำอยู่แล้ว” บัสบาสบอก

เขายังฝากความห่วงใยกลับบ้านด้วย เพราะทราบว่าเดิมพ่อกับแม่ก็มีกำหนดจะมาเยี่ยมเขาในช่วงอาทิตย์นี้ แต่เมื่อถูกย้ายตัวมา ทำให้ไม่ได้เยี่ยมกันแล้ว

“ฝากบอกรักพ่อแม่ และบอกว่าผมดูแลตัวเองอยู่แล้ว เดี๋ยวเจอกันครับ”

บัสบาสเริ่มอดอาหารประท้วงในเรือนจำมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 พ.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 32 ปีของเขา โดยยังดื่มกาแฟ นม และน้ำ เพื่อต้องการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 32 วันแล้ว

ขณะที่ยังต้องติดตามต่อไปว่าวันที่ 20 มิ.ย. บัสบาสจะถูกย้ายตัวกลับไปเรือนจำกลางเชียงรายหรือไม่ และเหตุผลของการย้ายตัวเขามาเรือนจำกลางเชียงใหม่คืออะไร

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง