อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ยื่นคำร้องออกหมายจับ “มินอ่องหล่าย” ข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติต่อชาวโรฮิงญา เมื่อปี 2560 คาดต้องใช้เวลา 3 เดือนในการออกหมายจับ และไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากพม่าไม่ได้เป็นหนึ่งใน 124 รัฐภาคีของ ICC
28 พ.ย. 2567 ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา คาริม ข่าน หัวหน้าอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาออกหมายจับ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่าในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติต่อชาวมุสลิมโรฮิงญา จากกรณีที่เมื่อปี 2560 พม่าได้ใช้ปฏิบัติการทางทหารประหัตประหารชาวโรฮิงญา ทำผลให้ชาวโรฮิงญาหลายแสนคนต้องอพยพออกจากพม่า ในตอนนั้นสหประชาชาติเคยระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาโดยกองทัพพม่า
สำนักข่าวเดอะสแตนดาร์ด ระบุ ไม่ใช่เรื่องง่ายในการออกหมายจับมินอ่องหล่าย เนื่องจากพม่าไม่ได้เป็นหนึ่งใน 124 รัฐภาคีของ ICC แต่คณะผู้พิพากษาเมื่อปี 2018 และ 2019 เคยระบุว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศมีขอบเขตอำนาจเหนือข้อกล่าวหาในลักษณะที่เป็น ‘การก่ออาชญากรรมข้ามพรมแดน’ (Cross-Border Crimes) โดยบางส่วนเกิดขึ้นในบังกลาเทศ ซึ่งเป็นรัฐภาคีของ ICC
อาจต้องใช้ระยะเวลา 3 เดือนในการออกหมายจับครั้งนี้
หากศาล ICC อนุมัติการออกหมายจับบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในรัฐสมาชิก ICC โดยเฉพาะในกรณีของมินอ่องหล่าย รัฐภาคีทั้ง 124 ประเทศมีพันธกรณีที่จะต้องจับกุมตัวพวกเขาตามหมายจับของศาล พร้อมส่งตัวไปขึ้นศาลที่เนเธอร์แลนด์ จึงดูเป็นเรื่องยากที่ผู้ถูกออกหมายจับจะเดินทางไปเยือนประเทศพันธมิตรที่เป็นสมาชิกของศาล ICC ศาล ICC ไม่ได้มีกลไกในการบังคับใช้หมายจับ ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประเทศสมาชิก
