โรมระบุ กมธ.ความมั่นคง เตรียมหารือที่ประชุมวันที่ 13 ธ.ค. นี้ กรณีกองกำลังว้าล้ำเขตแดน หวั่นเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะเดียวกันการผลิตยาเสพติดต้องใช้ไฟฟ้าต้องตรวจสอบว่าการไฟฟ้าแม่สาย จ.เชียงราย มีส่วนส่งกระแสไฟไปท่าขี้เหล็กเขตอิทธิพลของว้าหรือไม่
4 ธ.ค. 2567 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาระบุ รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งของกองกำลังว้าแดงและรัฐบาลพม่าว่า กมธ. มีความกังวลเรื่องความขัดแย้งชายแดนมาโดยตลอด โดยเมื่อความรุนแรงมีมากขึ้น ย่อมกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ ทำให้เกิดการอพยพ ตามข้อมูลการอพยพจากองค์การสหประชาชาติ (UN) มีตัวเลขเกิน 2 ล้านคนไปแล้ว ขณะที่ประเทศไทยสามารถรองรับผู้อพยพได้เพียง 1 แสนคน ดังนั้นต่อกรณีที่เกิดขึ้นไทยจะมองว่าไม่เกี่ยวข้องกับไทยไม่ได้ ขณะเดียวกันจะปิดกั้นไม่ให้ผู้อพยพเข้ามาในประเทศไทยก็ไม่ได้เช่นกันเนื่องจากจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศโดยเฉพาะประเทศไทยเป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการเรื่องนี้ให้ดี
ต่อกรณีกองกำลังว้าล้ำเขตแดน กมธ. จะนำเข้าหารือในที่ประชุม 13 ธ.ค. นี้ พร้อมกับเรื่องของกรณีการยิงเรือประมงพื้นบ้าน ซึ่งกองกำลังว้ามีชื่อเสียงเรื่องอาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติ มีการผลิตยาเสพติดอยู่ในเขตอิทธิพลของว้า เกิดปัญหาล้ำเขตแดนไทยจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยหรือไม่ เป็นวาระสำคัญที่จะต้องพูดคุย
ขณะเดียวกันการผลิตยาเสพติดนั้นต้องใช้พลังงาน มีการตั้งข้อสังเกตว่าไฟฟ้าในการผลิตนั้นมาจากประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งเดิมไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในเมืองท่าขี้เหล็กของพม่า เป็นเขตอิทธิพลของว้ามาจากไฟฟ้าในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ดังนั้นจะต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่ามีการบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร
