Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติชื่นชมความก้าวหน้าด้านสิทธิสตรีของไทย แต่เรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณและทรัพยากรเพื่อขจัดช่องว่างการเลือกปฏิบัติ พร้อมเสนอให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านความเท่าเทียมทางเพศในภูมิภาคเอเชีย

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2567 ประเทศไทยอยู่ในจังหวะสำคัญที่จะก้าวเป็นแบบอย่างของความเท่าเทียมทางเพศในภูมิภาค คณะผู้เชี่ยวชาญแห่งสหประชาชาติกล่าว

คณะผู้แทนแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิงสรุปการเดินทางมาเยือนประเทศไทยตลอด 12 วัน โดยออกแถลงการณ์ชื่นชมประเทศไทยที่มีความก้าวหน้าด้านสิทธิผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ทั้งทางด้านกฎหมายและในเชิงสถาบันต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา สาธารณสุข และการจ้างงาน

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานฯ ได้แสดงความห่วงกังวลอย่างมากต่อช่องว่างที่สำคัญในการบังคับใช้นโยบาย ซึ่งขัดขวางการบรรลุความเสมอภาคอย่างแท้จริง

“กลไกขับเคลื่อนเรื่องผู้หญิงระดับชาติควรได้รับการสนับสนุนทางการเงิน รวมถึงบุคลากรเพื่อที่จะสามารถสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ” คณะผู้เชี่ยวชาญกล่าว

คณะผู้เชี่ยวชาญยังได้แสดงความกังวลต่อการไม่มีการจัดสรรงบประมาณที่คำนึงถึงมิติทางเพศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในคำมั่นที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญที่สำคัญต่อการจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง

“ไม่มีการปรับนโยบายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของชุมชนท้องถิ่น การมีทรัพยากรที่ไม่เพียงพอจำกัดการเข้าถึงสิทธิและบริการที่จำเป็นต่างๆสำหรับผู้หญิงและเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดน และจังหวัดชายแดนภาคใต้” คณะทำงานฯ กล่าว

คณะผู้เชี่ยวชาญยังแสดงความห่วงกังวลถึงความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่ยังคงพบอยู่ทั่วไป โดยการเข้าถึงความยุติธรรมยังเป็นไปอย่างจำกัด

“ขณะที่การก่อตั้งศูนย์พึ่งได้ (One Stop Crisis Center - OSCC) และแนวทางการปฏิบัติงานเชิงสหวิชาชีพนับเป็นการพัฒนาในเชิงบวก ความปลอดภัยของผู้รอดชีวิตมักถูกบั่นทอนจาก การจัดสรรงบประมาณที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็นอย่างต่อเนื่องให้กับศูนย์ดังกล่าว การตีตราผู้รอดชีวิต และการเน้นการไกล่เกลี่ยกับผู้กระทำผิด” คณะผู้เชี่ยวชาญกล่าว

พวกเขากังวลว่าความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศผ่านการใช้เทคโนโลยีมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โดยมีเด็กผู้หญิง นักการเมืองและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง ตกเป็นเป้าหมายของการคุกคามทางเพศออนไลน์  การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความอันตรายแก่ผู้อื่น (doxing) และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (cyberbullying) ความแออัดของทัณฑสถานและขาดการติดตามและตรวจสอบอย่างอิสระยังคงสร้างความกังวลอย่างมากต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสถานที่ดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นและไม่มีการรายงาน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญกล่าว

คณะทำงานฯ ยังคงกังวลต่อการเลือกปฏิบัติที่ทับซ้อนซึ่งผู้หญิงและเด็กผู้หญิงจากกลุ่มชายขอบต้องเผชิญ รวมถึงผู้ลี้ภัย ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนา ชนเผ่าพื้นเมือง คนไร้รัฐไร้สัญชาติ คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ เหยื่อการค้ามนุษย์ ผู้ที่ปราศจากอิสรภาพ ผู้ใช้ยาเสพติด ผู้ให้บริการทางเพศ และผู้ติดเชื้อเอชไอวี

“ความท้าท้ายที่ทับซ้อนเหล่านี้มักนำไปสู่การเข้าถึงความยุติธรรม การศึกษา การดูแลสุขภาพ และการจ้างงานที่ไม่เท่าเทียม ก่อให้เกิดวงจรของความเปราะบางและการเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่จบสิ้น” พวกเขากล่าว

พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการที่เข้มแข็งกว่านี้เพื่อแปลงคำมั่นทางกฎหมายที่มีอยู่ต่างๆ เป็นการกระทำที่มีความหมาย

“ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการจัดงบประมาณที่คำนึงถึงมิติทางเพศที่เป็นรูปธรรม เพื่อปิดช่องว่างทางทรัพยากร และบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศในการบังคับใช้กฎหมาย ขจัดอุปสรรคการเลือกปฏิบัติ เช่น การไม่รับเด็กผู้หญิงเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจและเตรียมทหาร และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงทางการเมืองในทุกระดับ รวมถึงกระบวนการสันติภาพ” คณะผู้เชี่ยวชาญกล่าว

“เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้หญิงหรือเด็กผู้หญิงคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ประเทศไทยควรแปลงคำมั่นสัญญาที่อยู่ในรัฐธรรมนูญให้เป็นความจริง วางประเทศอยู่ในสถานะของผู้บุกเบิกด้านความเท่าเทียมทางเพศในภูมิภาค”

“เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะเสริมสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับองค์กรภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง นักปกป้องสิทธิผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ผู้ซึ่งคุณูปการต้องได้รับการสนับสนุน และปกป้องจากการข่มขู่คุกคามไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม”

คณะทำงานฯ จะนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ของการมาเยือนประเทศไทยต่อคณะมนตรีแห่งสหประชาชาติในเดือน มิ.ย. 2568 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง