เรือประมงล่มกลางทะเลสงขลา ทัพเรือช่วยชีวิตลูกเรือ 5 คน เร่งค้นหาอีก 2 คนที่ยังสูญหาย ขณะที่อุตุเตือนเรือเล็กงดออกจากฝั่ง คลื่นลมแรงในอ่าวไทยต่อเนื่องถึงวันที่ 17 ธ.ค. นี้ - รถไฟล่องใต้ เปิดเดินรถระยะทางไกล ตามปกติ เริ่มวันแรก (16 ธ.ค.) - เช้านี้ สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ของสุราษฎร์ธานีเริ่มเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รักษาการผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

16 ธ.ค. 2567 วานนี้ (15 ธ.ค.) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 (ศรชล.ภาค 2) ได้รับแจ้งว่าเรือประมง อ.กฤช 11 อับปางในทะเล ห่างจากร่องน้ำสงขลาทิศตะวันออก 76 กิโลเมตร ทัพเรือภาคที่ 2 ส่งเฮลิคอปเตอร์และเรือหลวงปัตตานีปฏิบัติการช่วยเหลือ สำเร็จช่วยลูกเรือได้ 5 ราย ส่วนอีก 2 รายยังอยู่ระหว่างการค้นหา
สำหรับวันนี้ (16 ธ.ค.) ทางด้าน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกออกประกาศเตือน ฝนตกหนักในหลายจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยวันที่ 16-17 ธ.ค. 2567 โดยเฉพาะสงขลา นครศรีธรรมราช และปัตตานี อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม พร้อมคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือและประชาชนริมชายฝั่งควรเพิ่มความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลเรดาร์พบกลุ่มฝนปานกลางถึงหนักปกคลุมพื้นที่กว้างในภาคใต้ รวมถึง 5 อำเภอในสงขลา ได้แก่ อ.เมืองสงขลา อ.ระโนด อ.สทิงพระ อ.กระแสสินธุ์ และ อ.สิงหนคร ฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ประชาชนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
รถไฟล่องใต้ เปิดเดินรถระยะทางไกล ตามปกติ เริ่มวันแรก (16 ธ.ค.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะเปิดให้บริการ เดินรถเข้ากรุงเทพ ออกเดินทางจากต้นทางตามปกติ แล้ว โดยเริ่มวันนี้ 16 ธ.ค. 2567 เป็นวันแรก ทั้งขบวนรถด่วนพิเศษ และรถเร็ว สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ 172/38/46/32/170/986
สำหรับเที่ยวแรก จะเดินทางจากสถานีต้นทางสุไหงโกลก-กรุงเทพ โดยออกจากสถานีรถไฟยะลา เวลา 14.00 น.
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนหลายจังหวัด ยังมีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ทำให้น้ำท่วมเส้นทางรถไฟที่นครศรีฯ ล่าสุดทางการรรถไฟ ต้องปรับแผนการเดินรถใหม่ เปลี่ยนสถานีปลายทางรถไฟขบวนท้องถิ่น 456 และ 452 ชั่วคราว โดยขบวนรถ 456 มีเดินถึงเขาชุมทอง แล้วทำกลับเป็น ขบวน 455 เดินจากเขาชุมทอง-หาดใหญ่ รอทำเป็นขบวน 456 วันรุ่งขึ้น ขบวน 452 มีเดินจากสุไหงโก-ลก-หาดใหญ่ แล้วทำกลับเป็นขบวน 455 เดินจากหาดใหญ่-ยะลา รอทำเป็นขบวน 453วันรุ่งขึ้น รถไฟขบวนท้องถิ่นอื่นๆนอกเหนือจากนี้เปิดเดินรถตามปกติ
เช้านี้สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ของสุราษฎร์ธานีเริ่มเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รักษาการผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สภาพน้ำในแม่น้ำคลองยัน ณ สะพานเชื่อมต่อระหว่างหมู่ที่ 6 กับหมู่ที่ 10 ต.บ้านยาง อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงเช้าวันนี้ (16 ธ.ค.) ระดับน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่อนข้างไหลเชี่ยว บางจุดเริ่มล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ไร่สวนของราษฎรบ้างแล้ว หลายคนเริ่มขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินมีค่าไปไว้ในที่ปลอดภัย ขณะที่ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซึ่งทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นทึ่เยี่ยมเยียนประชาชนพร้อมสั่งการให้อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบลุ่ม/ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ให้ระมัดระวังอุทกภัยจากปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น และปริมาณน้ำสะสมที่อาจเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในระยะนี้
นอกจากนี้ให้อุทยานทุกแห่ง หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก ถ้ำ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างไกล้ชิด ถ้าสถานการณ์วิกฤติ ให้ดำเนิการปิดหรือห้ามเข้าโดยเด็ดขาด รวมทั้งให้ตรวจสภาพความพร้อมด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรณีเกิดภัยพิบัติ ได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง
ปภ.เผยสถานการณ์น้ำท่วม 5 จังหวัด ทีม ปภ. กระจายกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งช่วยเหลือประชาชน
เวลา 10.00 น. ปภ.เผยมีสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช และพัทลุง รวม 47 อำเภอ 274 ตำบล 1,998 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 128,035 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 8 ราย เจ้าหน้าทีหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีน ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทําให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 22 พ.ย. - 16 ธ.ค. 67 เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวม 107 อำเภอ 702 ตำบล 5,050 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 737,091 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 35 ราย ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด รวม 47 อำเภอ 274 ตำบล 1,998 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 128,035 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ได้แก่
จังหวัดชุมพร เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.ปะทิว อ.เมืองฯ อ.สวี อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน อ.ละแม อ.พะโต๊ะ และอ.ท่าแซะ รวม 62 ตำบล 530 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,200 ครัวเรือน ปัจจุบันคลองหลังสวนระดับน้ำลดลง
จังหวัดระนอง เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.กระบุรี อ.ละอุ่น และอ.เมืองฯ รวม 12 ตำบล 42 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,070 ครัวเรือน ปัจจุบันคลองญวนระดับน้ำลดลง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา อ.ท่าฉาง อ.เมืองฯ อ.กาญจนดิษฐ์ อ.ดอนสัก อ.บ้านนาสาร อ.เกาะพงัน และอ.เกาะสมุย รวม 42 ตำบล 240 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,804 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 รายปัจจุบันแม่น้ำตาปีมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 21 อำเภอ ได้แก่ อ.ขนอม อ.สิชล อ.นบพิตำ อ.ท่าศาลา อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ฉวาง อ.เมืองฯ อ.ลานสกา อ.ช้างกลาง อ.พระพรหม อ.ปากพนัง อ.นาบอน อ.ร่อนพิบูลย์ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ทุ่งสง อ.เชียรใหญ่ อ.จุฬาภรณ์ อ.หัวไทร อ.บางขัน และอ.ชะอวด รวม 130 ตำบล 1,056หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 107,937 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ปัจจุบันคลองท่าดีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดพัทลุง เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ควนขนุน อ.ศรีบรรพต อ.เมืองฯ อ.ศรีนรินทร์ อ.เขาชัยสน และอ.กงหรา รวม 28 ตำบล 130 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,024 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ปัจจุบันคลองนาท่อมระดับน้ำลดลง
สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักกลสาธารณภัย อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถสูบน้ำระยะไกล รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถผลิตน้ำดื่ม รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย เรือท้องแบน พร้อมเครื่องยนต์ เฮลิคอปเตอร์ป้องกันละบรรเทาสาธารณภัย KA 32 เข้าช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง รวมถึงทีม ปภ.ส่วนหน้า ยังคงคิดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้ปภ.ได้กำชับให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเร่งประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ และระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ประชาชนสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์ข่าวสารสาธารณภัย ได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X@DDPMNews ติดตามการประกาศแจ้งเตือนภัยได้ทางแอปพลิเคชัน “Thai Disaster Alert” ทั้งระบบ IOS และ Android และหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์“ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มาเรียบเรียงจาก: NBT Connext [1] [2] [3] | กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
