Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัสเซียกับตุรกีต่างเป็นผู้มีบทบาทในสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในซีเรีย และโดยที่รัสเซียเป็นฝ่ายที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการของ บาชาร์ อัล อัสซาด ขณะที่ตุรกีเคยสนับสนุนกลุ่มกบฏบางกลุ่มในซีเรียหันมาร่วมมือกับฝ่ายอัสซาดและรัสเซีย และมีท่าทีต่อต้านกบฏชาวเคิร์ดชัดเจน เมื่ออัสซาดถูกโค่นล้มแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับรัสเซียที่ไม่ใช่ทั้งมิตรแท้และศัตรูถาวรเช่นนี้ จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร

 

26 ธ.ค. 2567 มีรายงานข่าวว่ารัสเซียได้ขอความช่วยเหลือตุรกีในการถอนทัพของพวกเขาออกจากซีเรีย โดยที่กองทัพรัสเซียได้วางกำลังอยู่ในหลายส่วนของประเทศซีเรีย เช่น ในแถบทะเลทรายภาคกลาง และในเขตพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือที่มีชาวเคิร์ดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อไม่นานนี้ดูเหมือนว่ารัสเซียได้ย้ายกำลังพลจากพื้นที่เหล่านั้นกลับไปยังฐานทัพที่จังหวัดลาตาเคียในซีเรีย ทั้งนี้หน่วยข่าวกรองของยูเครนยังระบุอีกว่า รัสเซียได้ทำการลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของพวกเขากลับประเทศโดยทางอากาศ

ยังไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมของฐานทัพรัสเซียในซีเรียจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องละทิ้งฐานเหล่านั้นถ้าหากว่าไม่สามารถทำข้อตกลงกับกลุ่ม ฮายัต ทาร์รีร์ อัล ชัม หรือ HTS ซึ่งเป็นแนวร่วมหลักของกลุ่มกบฏที่โค่นล้มอัสซาดได้

ชั่วข้ามคืนหลังจากที่กลุ่ม HTS โค่นล้มอัสซาดได้สื่อรัสเซียก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลงกับ HTS โดยเลิกเรียกพวกเขาว่าเป็น "กลุ่มก่อการร้าย" หันมาเรียกว่า "กลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านของซีเรีย" แทน

ในขณะเดียวกัน หลังจากที่อัสซาดถูกโค่นล้ม ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและตุรกีก็เปลี่ยนไปด้วย  ซึ่งกลายเป็นการทำให้ตุรกีมีแต้มต่ออย่างชัดเจน

ในความขัดแย้งของซีเรียนั้น แรกเริ่มเดิมทีแล้ว ประเทศรัสเซีย, อิหร่าน และกลุ่มฮิชบอลเลาะห์ ต่างก็พยายามเข้ามาแทรกแซงซีเรียด้วยการสนับสนุนอัสซาดและพยายามสกัดกั้นตุรกีไม่ให้เข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในซีเรีย

บาชาร์ อัล อัสซาด อดีตประธานาธิบดีซีเรีย

 

มีการตั้งข้อสังเกตว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียได้สร้างความกดดันต่อประธานาธิบดี เรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ของตุรกีเรื่อยมาหลังจากที่กองทัพอากาศตุรกียิงเครื่องบินรบ Su-24 ของรัสเซียตกเมื่อปี 2558 ซึ่งในครั้งนั้นตุรกีมองว่ารัสเซียได้ล่วงล้ำอาณาเขตน่านฟ้าของพวกเขา หลังเหตุการณ์ดังกล่าวรัสเซียได้คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อตุรกี รวมถึงมีการสร้างอิทธิพลในอาร์เมเนียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นปฏิปักษ์กับตุรกี

ทั้งนี้รัสเซียยังได้ทำการยึดและผนวกรวมแคว้นไครเมียของยูเครนให้เป็นของรัสเซีย แคว้นดังกล่าวนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์กับรัสเซียเนื่องจากตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามตุรกีโดยมีทะเลดำคั่นกลาง ซึ่งปูตินเรียกไครเมียว่าเป็น "เรือบรรทุกเครื่องบินที่ไม่มีวันจม" ทำให้อิทธิพลรัสเซียดูเหมือนจะคืบคลานใกล้ตุรกีมากขึ้นอีก

สำหรับตุรกีนั้น พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัยจากรัสเซียแต่ขณะเดียวกันก็ไม่เชื่อใจชาติตะวันตก ตุรกีนั้นเป็นปฏิปักษ์กับชาวเคิร์ด เพราะมีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดในตุรกี แต่ทางการสหรัฐฯ ก็ผูกมิตรกับหนึ่งในกลุ่มกบฏชาวเคิร์ดคือพรรคแรงงานเคิร์ดดิสถาน หรือ PKK ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทั้งตุรกี, อียู หรือแม้กระทั่งสหรัฐฯ เองระบุว่าเป็นกลุ่มผิดกฎหมาย

ปัจจัยนี้เอง ที่ทำให้ตุรกียอมให้ความร่วมมือกับการช่วยอัสซาดรักษาอำนาจ ซึ่งหมายถึงการร่วมมือกับรัสเซียด้วย หนึ่งในเหตุการณ์ที่พวกเขาร่วมมือด้วยคือตอนที่ฝ่ายรัฐบาลอัสซาดบุกถล่มจังหวัดอิดลิบซึ่งเป็นฐานสำคัญของฝ่ายกบฏในช่วงปี 2562-2563 โดยมีกองกำลังฝ่ายเดียวกับตุรกีเป็นผู้เปิดฉากและมีกองกำลังรัสเซียคอยหนุนหลัง

ความสัมพันธ์ของตุรกีกับรัสเซียในในช่วงนั้นดูเหมือนจะราบรื่นดี ปูตินถึงขั้นเรียกร้องให้อัสซาดปฏิสัมพันธ์กับเออร์โดกันที่มีแผนการจะส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในตุรกีราว 3.9 ล้านรายกลับประเทศ

แต่พอรัสเซียสูญเสียอิทธิพลในซีเรียพวกเขาก็ไม่มีแต้มต่อให้คัดง้างกับตุรกีอีกต่อไป ตุรกีไม่ได้ติดต่อกับอัสซาดอีกต่อไปแต่หันไปติดต่อกับกลุ่มกบฏ HTS แทน ซึ่งเป็นกลุ่มที่พวกเขาเคยร่วมมือด้วยในอดีต แล้วตุรกีก็อาจจะได้เข้าหาสหรัฐฯ กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ กับอียูมากขึ้นด้วยในเรื่องเกี่ยวกับชาวเคิร์ดและการฟื้นฟูซีเรีย

 

ตัดประเด็นซีเรียออกไปแล้ว ตุรกีมีอะไรที่ยังต้องกลัวหรือพึ่งพิงรัสเซียอยู่ไหม

อำนาจคัดง้างอีกส่วนหนึ่งของรัสเซียคืออิทธิพลในอาร์เมเนียก็กำลังมีปัญหา เพราะการที่อาร์เซอร์ไบจานประสบความสำเร็จในสงครามคาราบัคทำให้อาร์เมเนียรู้สึกผิดหวังกับการที่รัสเซียล้มเหลวในการคุ้มครองพันธมิตรอย่างอาร์เมเนีย จึงได้ทำการระงับการเข้าร่วมกับกลุ่มด้านความมั่นคงที่นำโดยรัสเซีย คือ องค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน CSTO แล้วหันไปหาชาติตะวันตกแทนในเรื่องการทหาร  นอกจากนี้ยังหันมาปรับความสัมพันธ์กับตุรกีให้เป็นปกติด้วย

ในแง่ของอิทธิพลของรัสเซียในไครเมีย ที่ตุรกีมองว่าไม่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา กองทัพยูเครนก็สามารถรุกไล่กองเรือทะเลดำของรัสเซียออกไปจากพื้นที่ไครเมียและโนโวรอสซีสค์ได้ ทำให้อิทธิพลตรงจุดนี้ของรัสเซียร่องหรอลง

ทั้งนี้คนมักจะมองว่าตุรกีต้องพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย จึงอาจจะกลายเป็นเรื่องเอามาใช้คัดง้างทางความสัมพันธ์ได้ แต่ก็ดูเหมือนว่าบริษัทก๊าซของรัสเซีย Gazprom กำลังจะหมดสัญญากับบริษัทก๊าซของยูเครน Naftogaz ภายในวันที่ 1 มกราคม 2568 ทำให้รัสเซียกลายเป็นฝ่ายพึ่งพาท่อก๊าซของตุรกี เพราะเหลือแค่ท่อก๊าซตุรกีเพียงแหล่งเดียวเท่านั้นจะพวกเขาจะใช้ส่งออกก๊าซจากรัสเซียไปยังยุโรปได้ ทำให้ตุรกีสามารถใช้อำนาจคัดง้างตรงจุดนี้มาใช้ปรับสัญญาซื้อขายก๊าซกับรัสเซียในแบบที่พวกเขาต้องการได้

เมื่อประเด็นของซีเรียไม่ได้ส่งผลให้รัสเซียมีแต้มต่อตุรกีอีกต่อไปแล้ว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้กลับมาอยู่ตรงจุดเดิมในภูมิภาคทะเลดำ ตุรกีจะไม่ถึงขั้นเสี่ยงตัวเองท้าทายรัสเซีย แต่จะทำตัวเป็นตัวกลางระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกในแบบเดิม และอาจจะอาศัยโอกาสเรื่องที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอการเจรจาต่อรองระหว่างยูเครนกับรัสเซียในการเข้าไปมีบทบาทดังกล่าวด้วย

ไม่เพียงเท่านั้นตุรกียังอาจจะฉวยโอกาสที่อัสซาดเพลี่ยงพล้ำในการเอามาย้ำเตือนเป็นบทเรียนว่า ถ้ามีใครที่จองหองต่อตุรกีในแบบอัสซาดก็เจอกับจุดจบแบบเขา และเป็นบทเรียนอีกแง่หนึ่งว่าการทำข้อตกลงทางการเมืองนั้นดีกว่าความขัดแย้งปลายเปิด

 

 

เรียบเรียงจาก

What Does Regime Change in Syria Mean for Russian-Turkish Relations?, The Moscow Times, 19-12-2024

https://www.themoscowtimes.com/2024/12/19/what-does-regime-change-in-syria-mean-for-russian-turkish-relations-a87391

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/2015_Russian_Sukhoi_Su-24_shootdown

https://en.wikipedia.org/wiki/Russia%E2%80%93Turkey_relations

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง