ตั้งแต่เยอรมนีถึงโรมาเนีย หลายประเทศในยุโรปจะจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2568 ซึ่งอาจจะกลายเป็นการพลิกโฉมอนาคตของอียูได้ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนีที่จัดเลือกตั้งสภาผู้แทนฯ แบบฉับพลันหลังโหวตไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในโรมาเนียมีการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในโปแลนด์ที่เป็นเสมือนบทพิสูจน์ความนิยมของผู้นำ ในเชกเกียฝ่ายประชานิยมเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น และประเทศอื่นๆ

แฟ้มภาพ การนับคะแนนบัตรเลือกตั้งทั่วไปเยอรมนี เมื่อเดือน ก.ย. 2564 | ที่มาภาพ: Shisma/Wikipedia
ในปีที่แล้ว ปี 2567 มีการเลือกตั้งที่เปลี่ยนโฉมทางการเมืองของประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาอีกครั้งในสหรัฐฯ การที่พรรคฝ่ายขวาครองอำนาจในการเลือกตั้งของอียู การที่สหราชอาณาจักรเปลี่ยนขั้วรัฐบาลจากพรรคอนุรักษ์นิยมมาสู่พรรคแรงงาน
ในยุโรปปีนี้ ปี 2568 ก็มีการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งจะส่งอิทธิพลต่าการเมืองแบบสนับสนุนสหภาพยุโรปที่ห่ำหั่นกับการเมืองสนับสนุนรัสเซีย ในขณะเดียวกันอิทธิพลจากฝ่ายขวาจัดก็ดูจะน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ฝ่ายซ้ายของบางประเทศก็ดูจะต้องพยายามอย่างมากในการรักษาคะแนนนิยม
เยอรมนี : กระแสพรรคหนุนยุโรปกำลังมา?

แฟ้มภาพ แกนนำพรรค AfD ของเยอรมนี ในการประชุมสามัญพรรคครั้งแรกที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อ 14 เม.ย. 2556 ผ่านมา 12 ปีพรรค AfD กลายเป็นพรรคลำดับสำคัญในการเลือกตั้งของเยอรมนี และมีแนวโน้มอาจได้จัดตั้งรัฐบาล | ที่มาภาพ: Wikipedia
หลังจากที่สภาผู้แทนฯ ของเยอรมนี ที่เรียกว่า "บุนเดสถาก" ทำการโหวตไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี โอลาฟ โชลซ์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2567 ก็มีการกำหนดให้มีการจัดเลือกตั้งด่วนในวันที่ 23 ก.พ. 2568
เรื่องหนึ่งที่จะส่งอิทธิพลต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้คือเหตุการณ์กราดยิงที่ตลาดคริสต์มาสในมักเดบูร์ก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2567 ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นแพทย์ผู้เกิดที่ซาอุดิอาระเบีย โดยที่ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีกิจการภายใน แนนซี เฟเซอร์ จะเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุเป็นฝ่ายขวาจัดที่สนับสนุนพรรคฝ่ายขวาสุดโต่ง AfD และมีแนวคิดแบบเกลียดกลัวอิสลาม แต่เหตุที่เกิดขึ้นก็ทำให้ความรู้สึกเกลียดกลัวผู้อพยพในภูมิภาคหนึ่งของเยอรมนีตะวันออกหนักแน่นขึ้น ซึ่งภูมิภาคดังกล่าวเป็นที่ๆ พรรคขวาจัด AfD มีอิทธิพลอยู่แล้ว
จากผลโพลล่าสุดของ INSA แสดงให้เห็นว่าพรรค AfD มีคะแนนนิยมร้อยละ 20.5 ตามติดแนวร่วมพรรคขวากลาง CDU/CSU ซึ่งมีคะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 31 ซึ่งพรรค CDU หรือ Christian Democratic Union of Germany นำโดย ฟริดดิช เมิร์ซ เป็นพรรคที่อาศัยการสร้างคะแนนนิยมด้วยการต่อต้านพรรครัฐบาลแนวร่วมฝ่ายซ้าย SPD-Green-FDP ซึ่งเมิร์ซ ได้เสนอนโยบายที่จะเปิดเสรีทางเศรษฐกิจมากยิ่งกว่าสมัยของ อังเกลา แมร์เคิล แต่ก็มีนโยบายอนุรักษ์นิยมในเชิงสังคมมากขึ้น เช่นประเด็นผู้อพยพ
อย่างไรก็ตาม มุมมองเรื่องอียูของเมิร์ซนั้น ดูเหมือนจะต้องการให้ยุโรปมีความเป็นปึกแผ่นมากขึ้น ตรงข้ามกับฝ่ายขวาจัดที่ต้องการแยกตัว เมิร์ซระบุว่าต้องการกลับไปสานสัมพันธ์กับสมาชิกอียูชาติอื่นคือฝรั่งเศส กับ โปแลนด์ ขณะเดียวกันเขาก็ต้องการให้อียูมีความเป็นอิสระมากขึ้นด้วย เขาวิพากษ์วิจารณ์ว่ายุโรปพึ่งพาสหรัฐฯ มากเกินไป รวมถึงยังเรียกร้องให้มีการส่งขีปนาวุธร่อนทอรัส หรือ Taurus Cruise missiles ให้กับยูเครนด้วย
มีการวิเคราะห์ว่าถึงแม้พรรคขวาจัด AfD จะกำลังได้รับความนิยมจนกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับที่สองของเยอรมนี แต่ก็ยังคงเป็นพรรคที่ถูกโดดเดี่ยวทางการเมือง เพราะพรรคการเมืองกระแสหลักยังคงปฏิเสธไม่ยอมเป็นแนวร่วมใดๆ กับพรรคนี้
ขณะเดียวกันฝ่ายซ้ายของเยอรมนีก็มีพรรคใหม่เข้ามาร่วมลงแข่งด้วยคือพรรค BSW นำโดย ซาห์รา วาเกนคเนชท์ ที่มีแนวทางเป็นซ้ายแบบประชานิยมผู้เข้ามาโหนกระแสความไม่พอใจทางการเมือง
สื่อ Euro News ระบุว่าเมื่อพิจารณาจากผลโพลหลายสำนักในช่วงปลายเดือน ธันวาคม-ต้นเดือน มกราคม แล้ว จะพบว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ได้คะแนนกระจัดกระจายกันไปโดยไม่มีพรรคใดเลยที่ได้เสียงข้างมากแบบขาดลอย
ซึ่งถ้าหากว่าแนวร่วม CDU/CSU ได้รับชัยชนะเป็นพรรคคะแนนเสียงอันดับที่ 1 จริง พวกเขาก็ยังคงต้องอาศัยการสนับสนุนจากพรรคกรีนส์ กับพรรคประชาธิปไตยสังคมนิยมหรือ SPD อยู่ดี ส่วนการจะจัดแนวร่วมแบบสามพรรคเดิมคือ SPD-Greens-FDP คงเป็นไปได้ยาก เพราะพรรค FDP ซึ่งเป็นสายเสรีนิยมมีคะแนนนิยมต่ำกว่าร้อยละ 5 ถ้าผลการเลือกตั้งเป็นไปตามผลโพลพวกเขาก็จะมีคะแนนเสียงไม่มากพอที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
โรมาเนีย : การแทรกแซงจากรัสเซีย และปัญหาโซเชียลมีเดีย
โรมาเนียจะจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่อีกครั้งหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งรอบแรกเป็นโมฆะ การตัดสินเช่นนี้มีขึ้นหลังจากที่มีความกังวลว่าจะมีการแทรกแซงจากต่างชาติในการเลือกตั้งของพวกเขา โดยในผลการเลือกตั้งรอบแรกที่ว่านี้ มีผู้ผ่านเข้ารอบคือ ผู้แทนสายกลางที่สนับสนุนอียูอย่าง เอเลนา ลาสโกนี กับ ผู้แทนฝ่ายขวาจัดสนับสนุนรัสเซีย คาลิน จอร์เกสคู
ศาลของโรมาเนียตัดสินหลังจากที่พบหลักฐานว่ามีการแทรกแซงการเลือกตั้งโดยรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการเพิ่มความนิยมแบบปลอมๆ ทางโซเชียลมีเดียของจอร์เกสคู ซึ่งก่อนหน้านี้จอร์เกสคูไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่ประชาชนเท่าไหร่ แต่การสนับสนุนทางออนไลน์ที่เขาได้รับทำให้ทางการโรมาเนียเริ่มเห็นสัญญาณไม่ดี
ในขณะเดียวกัน โรมาเนียก็มีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ หรือสนช.ที่เป็นคนละส่วนกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งในการเลือกตั้งสนช.นี้พรรคประชาธิปไตยสังคมนิยมได้รับชัยชนะโดยไม่ได้ถูกทำให้เป็นโมฆะ
มีความเป็นไปได้ว่า จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่อีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 และการที่คณะกรรมาธิการยุโรปจะตรวจสอบโซเชียลมีเดีย TikTok ในเรื่องอัลกอริทึมทำงานอย่างไรนั้นก็อาจจะส่งผลบางอย่างต่อการเลือกตั้งครั้งใหม่ด้วย
โปแลนด์ : บทพิสูจน์คะแนนนิยมรัฐบาล โดนัลด์ ทัสก์
โปแลนด์จะจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการทำประชามติรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทัสก์ ไปในตัว โดยที่ทัสก์ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือน ธ.ค. 2566 ซึ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลด้วยแนวร่วมจากทั้งพรรคฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวากลาง
ในโปแลนด์นั้น นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ปกครองและบริหารจัดการเรื่องรายวันในประเทศ ในขณะที่ประธานาธิบดียังคงมีบทบาทสำคัญ หนึ่งในนั้นคืออำนาจการวีโตกฎหมาย สำหรับประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ อันเดรจ ดูดา จากพรรคฝ่ายขวา PiS ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในรัฐสภาเคยใช้อำนาจวีโตปิดกั้นนโยบายของรัฐบาลทัสก์จำนวนมาก
ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปีนี้ จะเป็นการชิงชัยกันระหว่าง ราฟัล ชราสคอฟสกี นายกเทศมนตรีกรุงวอร์ซอ ที่เป็นผู้แทนจากพรรคขวากลางชื่อ "ซีวิคแพล็ตฟอร์ม" หรือ PO ซึ่งเป็นพรรคเดียวกับทัสก์ และ คารอล นาวรอฟสกี นักประวัติศาสตร์จากพรรค PiS ซึ่งผลโพลออกมาว่าถึงแม้คะแนนนิยมสองพรรคจะสูสีแต่ PO ก็น่าจะเป็นฝ่ายชนะในครั้งนี้
อิตาลี : เลือกตั้งท้องถิ่นสะเทือนเสถียรภาพรัฐบาลกลาง
จะมีการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นใน 6 ภูมิภาคของอิตาลี ซึ่งจะเปรียบเสมือนกับภาพสะท้อนของความคิดเห็นประชาชนต่อรัฐบาล จอร์เจีย เมโลนี ที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพอยู่พอสมควร อย่างน้อยก็ในแบบของการเมืองอิตาลี
ก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ย. 2567 พรรคร่วมรัฐบาลของเมโลนีเสียท่าให้กับแนวร่วมพรรคซ้ายกลางในการเลือกตั้งท้องถิ่นสองแห่ง แต่ในปีนี้ก็มีท้องถิ่นที่น่าจับตาคือ เวเนโต ที่มีประชากรจำนวนมากและมีประวัติอยู่ภายใต้การปกครองมายาวนานโดยพรรคสายประชานิยมคือพรรคลีคที่เป็นผู้เล่นหลักในพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน
สาธารณรัฐเชก จะได้รัฐบาลฝ่ายต่อต้านอียูหรือไม่?
สาธารณรัฐเชก หรือเช็กเกีย จะมีการเลือกตั้งในเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้ โดยผลโพลล่าสุดระบุว่า อันเดรจ บาบิส จากพรรค ANO มีคะแนนนำพรรคอื่นๆ ซึ่งถ้าเขาชนะจริงก็อาจจะยิ่งเสริมกำลังฝ่ายขวาจัดในประเทศยุโรปกลางที่มีผู้นำฝ่ายขวาจัดอยู่แล้วอย่าง วิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี กับ โรเบิร์ต ฟิโก ของสโลวาเกีย
บาบิสเป็นมหาเศรษฐีผู้ได้สมญานามว่าเป็นเสมือน "ทรัมป์แห่งสาธารณรัฐเชก" เขามีนโยบายต่อต้านผู้อพยพและต่อต้านความเป็นปึกแผ่นของยุโรป และดูเหมือนจะแสดงออกเข้าข้างรัสเซีย ถ้าเขาเข้าสู่ตำแหน่งก็เสี่ยงจะเป็นภัยต่อประชาธิปไตยในเช็กเกียได้
กังวลขวาจัดในอังกฤษ-นอร์เวย์
ในทางตรงกันข้าม ผู้สมัครของโครเอเชียดูเหมือนจะเป็นสายที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคโปรอียูทั้งสองคน ที่น่าสังเกตคือ ตัวเต็งอย่าง โซราน มิลาโนวิก นั้นมีแนวทางต่อต้านการส่งทหารโครเอเชียไปเข้าร่วมในสงครามยูเครนและต่อต้านการเข้าร่วมช่วยนาโตฝึกทหารให้ยูเครน
ในสหราชอาณาจักรจะเป็นการเลือกตั้งสภาเทศมณฑลซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความนิยมของพรรคแรงงาน ซึ่งกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือน ก.ค. 2567 มีข้อสังเกตว่าพรรคดั้งเดิมอย่างพรรคอนุรักษ์นิยมกับพรรคแรงงานต่างก็มีคะแนนนิยมลดลงทั้งคู่ในขณะที่พรรคขวาจัด รีฟอร์มยูเค ของ ไนเจล ฟาราจ ดูจะตีตื้นขึ้นมาหายใจรดคอโดยมีคะแนนนิยมอยู่ห่างจากสองพรรคดั้งเดิมนี้เพียงร้อยละ 5
อีกที่หนึ่งคือนอร์เวย์ ก็มีความกังวลว่า กระแสเลี้ยวขวาจากการเลือกตั้งอียูจะส่งอิทธิพลถึงนอร์เวย์หรือไม่ จากที่ตอนนี้พรรคซ้ายกลางคือพรรคแรงงานกุมอำนาจรัฐบาลอยู่ และกำลังจะมีการเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 8 ก.ย. ปีนี้ ผลโพลออกมาว่าพรรคขวาจัดในนอร์เวย์กำลังตีตื้นขึ้นมาเช่นเดียวกัน ซึ่งมีการประเมินว่าพวกเขาอาจจะมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากร้อยละ 10 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 20 ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้
โคโซโว : พรรคซ้ายกลาง เหมือนจะลอยลำ และการขับเคี่ยวกับพรรคชาวเซิร์บ
ในโคโซโวนั้น นายกรัฐมนตรี อัลบิน เคอตี จากพรรคซ้ายกลาง "เวสเวนดอสเย" หรือ "ขบวนการกำหนดชะตากรรมตัวเอง" ยังดูเหมือนจะลอยลำโดยไม่มีคู่แข่งเพราะฝ่ายค้านไม่มีผู้นำที่ดีพอจะขับเคี่ยวด้วย ขณะเดียวกันพรรคชาติพันธุ์ชาวเซิร์บซึ่งเป็นหนึ่งในฝ่ายค้านก็เพิ่งจะอุทธรณ์ต่อกกต.ขอเข้าร่วมลงเลือกตั้งได้หลังจากที่ถูกกกต.ปฏิเสธมาก่อน โดยที่พรรคชาติพันธุ์ชาวเซิร์บมีสายสัมพันธ์กับเซอร์เบียที่ไม่เห็นด้วยกับการที่โคโซโวประกาศตัวเป็นอิสระและมีสายสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจตะวันตก
รัสเซีย-เบลารุส-อัลแบเนีย : การเลือกตั้งที่น่ากังขาเรื่องความเป็นธรรม
สำหรับรัสเซียนั้นจะมีการเลือกตั้งซ่อมเพื่อเติมเก้าอี้ สส. นายกเทศมนตรี และ ผู้แทนท้องถิ่นต่างๆ แต่ก็มีความกังวลในเรื่องความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง เพราะรัสเซียมีการจำกัดเสรีภาพสื่ออย่างหนัก นักการเมืองฝ่ายค้านเผชิญกับการปราบปรามอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดจากกรณีการเสียชีวิตของ อเล็กซี นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้าน เรื่องนี้สร้างข้อกังขาต่อกระบวนการเลือกตั้งรัสเซียว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงหรือไม่
เบลารุส ก็มีเรื่องคล้ายกัน ในการเลือกตั้งปี 2563 ที่ ผู้นำเผด็จการ อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชงโก ได้รับชัยชนะ ก็เต็มไปด้วยเสียงประณามวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการโกงการเลือกตั้ง การปราบปรามฝ่ายค้านด้วยความรุนแรง และการปราบปรามอย่างโหดเหี้ยมต่อผู้ประท้วงผลการเลือกตั้ง สหภาพยุโรปและประเทศอื่นๆ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งของเบลารุส
ลูกาเชงโก อยู่ในตำแหน่งผู้นำเบลารุสอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2537 องค์กรสิทธิมนุษยชน เวียสนา ระบุว่านับตั้งแต่นั้นจนถึงตอนนี้มีประชาชนผู้ถูกจับกุมเพราะเรื่องการเมืองรวมแล้วมากกว่า 50,000 ราย การเลือกตั้งครั้งถัดไปคือวันที่ 26 ม.ค. ที่จะถึงนี้ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก ลูกาเชงโกออกโรงเตือนว่าเขาจะตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศในช่วงเลือกตั้งปี 2568 ถ้าหากยังจะมีการประท้วงแบบเดียวกับปี 2563 อีก
อัลแบเนีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความกังวลเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกตั้ง โดยที่การเลือกตั้งในวันที่ 11 พ.ย. ที่จะถึงนี้ ยังคงเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างสองชั้วการเมืองกลุ่มเดิมคือระหว่าง พรรคสังคมนิยมที่ชนะการเลือกตั้งมา 3 สมัยติดต่อกัน กับพรรคฝ่ายค้านคือพรรค DP ที่กล่าวหาว่ารัฐบาลพรรคสังคมนิยมส่งตัวคนที่มีชื่อเสียงในฝ่ายค้านเข้าคุกด้วยเหตุผลทางการเมือง
อย่างไรก็ตามอัลแบเนียก็มีบริบททางการเมืองที่แตกต่างจากเบลารุสและรัสเซีย พวกเขาพยายามขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของอียูมาตั้งแต่ปี 2552 แต่อัลแบเนียก็มีปัญหาการขาดความหลากหลายทางการเมืองและมีอุปสรรคจากภายในประเทศในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทำให้การเจรจาหารือเพื่อเข้าเป็นสมาชิกอียูเป็นเรื่องยากขึ้น
จอร์เจีย-มอลโดวา : อิทธิพลของฝ่ายสนับสนุนรัสเซีย
จอร์เจียจะจัดให้มีการเลือกตั้งอีกครั้งในเดือน ต.ค. 2568 หลังจากที่พรรคจอร์เจียดรีมสามารถชนะการเลือกตั้งได้ผ่านมา 1 ปี โดยที่พรรคจอร์เจียดรีมถูกกล่าวหาจากคนจำนวนมากว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนรัสเซีย ประเทศจอร์เจียเป็นพื้นที่ๆ มีการช่วงชิงอิทธิพลกันระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตก ซึ่งกองทัพรัสเซียได้ทำการยึดครองพื้นที่ร้อยละ 20 ของจอร์เจียมาตั้งแต่ปี 2551 แล้ว
มีกลุ่มผู้ประท้วงในหลายเมืองของจอร์เจียรวมถึงในเมืองหลวงที่ชุมนุมเพื่อแสดงการต่อต้านการตัดสินในของรัฐบาลที่จะเลื่อนกระบวนการพิจารณาเป็นสมาชิกอียูออกไปเป็นปี 2571 ก่อนหน้านี้กระบวนการดังกล่าวถูกระงับชั่วคราวโดยอียูซึ่งอ้างว่าจอร์เจียยังขาดความมั่นคงด้านประชาธิปไตย
ประเทศมอลโดวา ซึ่งเป็นรัฐกันชนยูเครน ก็กำลังเผชิญกับการพยายามแทรกแซงทางการเมืองโดยรัสเซีย ผ่านวิธีการแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือน ในการทำประชามติให้มอลโดวาเข้าร่วมอียูเมื่อปี 2567 กลุ่มโหวตสนับสนุนชนะแบบหืดขึ้นคอด้วยคะแนนเสียงคาบเส้นร้อยละ 50.35 ส่วนประธานาธิบดีฝ่ายสนับสนุนยุโรป ไมยา ซานดู ก็สามารถชนะการเลือกตั้งรอบสองกลับมาดำรงตำแหน่งได้อีกครั้ง
ซึ่งในปี 2568 จะเป็นการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พรรค PAS ของซานดูซึ่งเป็นพรรคฝ่ายสนับสนุนยุโรป ได้ทุ่มหมดหน้าตักในการเลือกตั้งนี้เพราะถ้าพวกเขาไม่สามารถชนะการเลือกตั้งแบบได้เสียงข้างมากก็จะต้องเผชิญกับฝ่ายค้านสายสนับสนุนรัสเซียซึ่งยังคงเข้มแข็งในมอลโดวาและมีท่าทีไม่อยากเข้าร่วมอียู มันจึงเปรียบเสมือนเป็น "การฝ่าด่านสุดท้าย" สำหรับพรรค PAS ในการที่จะให้มอลโดวาได้เข้าเป็นสมาชิกอียู
เรียบเรียงจาก
From Germany to Romania: Elections that will define Europe in 2025, Euronews, 01-01-2025
German election 2025: Who’s ahead in the polls?, Euronews, 06-01-2025
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/2025_German_federal_election
https://en.wikipedia.org/wiki/Social_Democratic_Party_of_Croatia
https://en.wikipedia.org/wiki/Accession_of_Albania_to_the_European_Union
