Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ครม.รับร่างแก้ไข พ.ร.บ.ศาลทหารฯ ของกลาโหมแก้เขตอำนาจศาลใหม่ รวมถึงให้พลเรือนผู้เสียหายฟ้องคดีต่อศาลทหารเองได้และระหว่างประกาศกฎอัยการศึกสามารถยื่นขออุทธรณ์และฎีกาคดีได้ยกเว้นอยู่ในช่วงสงคราม

21 ม.ค.2568 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลเผยแพร่ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ....ที่เสนอมาโดยกระทรวงกลาโหม เพื่อแก้ไขกฎหมายเดิมคือ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 เพื่อแก้ไขให้เขตอำนาจของศาลทหารเป็นไปตามพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่ตั้งขึ้นใหม่ตามกฎกระทรวงกำหนดหน้าที่และเขตพื้นที่ของมณฑลทหารบก พ.ศ.2558 นอกจากนั้นยังได้แก้ไขในส่วนของผู้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลทหารได้ โดยสาระหลักของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ

  1. กำหนดให้ยกเลิกศาลจังหวัดทหาร เนื่องจากเดิมศาลจังหวัดทหาร มีเขตอำนาจศาลในคดีที่จำเลยมียศทหารชั้นประทวน ศาลมณฑลทหาร มีเขตอำนาจคดีที่จำเลยมียศทหารชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตร (ยกเว้นชั้นนายพล) ส่วนศาลทหารกรุงเทพ มีเขตอำนาจคดีที่จำเลยมียศทหารทุกชั้นยศ
  2. กำหนดให้ผู้เสียหายซึ่งมิใช่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร(ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารหรือพลเรือน) มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาในศาลทหารได้ จากเดิม ศาลทหารในเวลาปกติอัยการทหาร หรือผู้เสียหายที่เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลเท่านั้นที่มีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลทหาร แต่ผู้เสียหายซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหารไม่มีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลทหารด้วยตนเอง และกรณีศาลทหารในเวลาไม่ปกติหรือศาลอาญาศึก อัยการทหารเท่านั้นที่มีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลทหาร
  3. กำหนดให้สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทหาร ในเวลาไม่ปกติกรณีที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกแต่ไม่รวมถึงขณะอยู่ในเวลาที่มีการรบหรือสถานะสงคราม โดยตรงต่อศาลทหารสูงสุดได้ จากเดิมกฎหมาย ห้ามไม่ให้อุทธรณ์หรือฎีกา คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทหารในเวลาไม่ปกติและศาลอาญาศึกไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมซึ่งสอดคล้องกับแห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการทหารเคยเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร อยู่ด้วยเช่น โดยเนื้อหาสาระบางส่วนใกล้เคียงกับร่างที่เพิ่งผ่าน ครม.ฉบับนี้ แต่มีประเด็นที่ต่างกันอยู่บ้างได้แก่

  1. ประเด็นเรื่องโครงสร้างของตุลาการศาลทหาร จะให้คณะกรรมการตุลาการศาลทหารที่มีอยู่ 17 คน จะต้องมีผู้แทนจากศาลยติธรรมและศาลปกครองเข้ามาร่วมด้วย
  2. คดีที่อยู่ที่มีลักษณะเฉพาะให้อยู๋ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษเช่น ศาลอาญาทุจริต ศาลทรัพย์สินทางปัญญา และศาลเยาวชน เป็นต้น
  3. ต้องมีตุลาการพระธรรมนูญที่เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่จบการศึกษาด้านกฎหมาย 2 คนและมีตุลาการร่วมคนเดียวในคดีที่มีโทษจำคุกสูงถึง 3 ปี ปรับ 60,000 บาท จากเดิมที่ในองค์คณะมีตุลาการ
  4. ห้ามทำการสืบพยานลับหลังจำเลย เพิ่มสิทธิประกันตัวจากเดิมที่ต้องใช้แค่หลักทรัพย์ในการประกันเท่านั้น
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง