"ฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด" ชุมนุมค้างคืนหน้ากระทรวงอุตสาหกรรมเรียกร้องเพิกถอนใบอนุญาตให้บริษัท "ไทยคาลิ" ที่ "บางจาก" เพิ่งเข้าครอบครองกิจการ ดำเนินการระเบิดเปิดอุโมงค์เหมืองโปแตชใหม่ หลังจากผลตรวจสอบผลกระทบจากรอบก่อนยังไม่แล้วเสร็จ

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2568 ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ชุมนุมเรียกร้องให้หยุด “เหมืองแร่โปแตชบางจาก” เพื่อยื่นหนังสือต่อ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตฉบับใหม่ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม (กพร.) ออกให้กับ บริษัท ไทยคาลิ จำกัด เข้ามาขุดเจาะอุโมงค์เหมืองโปแตช โดยบริษัทเตรียมการใช้ระเบิดเปิดอุโมงค์เหมืองบริเวณใจกลางชุมชนซึ่งสร้างผลกกระทบอย่างรุนแรงต่อคนในพื้นที่ทั้งการทำให้ดินทรุดและน้ำใต้ดินกลายเป็นน้ำเค็ม
ข้อเรียกร้องของกลุ่มต้องการให้ยุติการดำเนินการเจาะอุโมงค์ใหม่ที่ดอนหนองโพ และกลับไปแก้ไขอุโมงค์แนวเอียงเดิมให้ใช้งานได้อีกครั้งและเร่งดำเนินการตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ชดใช้ค่าเสียหายและเยียวยาผลกระทบ

ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. เอกภัทร วังสุวรรณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และอานันท์ ฟักสังข์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เข้าพูดคุยเจรจาผู้ร่วมชุมนุม ทางตัวแทนกลุ่มได้เล่าประเด็นปัญหาผลกระทบจากการทำเหมืองแร่โปแตช และกระบวนการทำงานร่วมกันผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ระหว่างที่กำลังตรวจสอบผลกระทบอยู่นั้น กพร. กลับเดินหน้าอนุมัติเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมืองโดยไม่สนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
เอกภัทรและอานันท์ได้ชี้แจ้งว่าการอนุมัติของ กพร. ทำตามขั้นตอนกระบวนการของทางราชการทุกอย่าง แต่ถ้ามีข้อผิดพลาดจริงก็ต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งต้องกลับไปที่จังหวัดนครราชสีมา โดยให้กลุ่มกลับไปรอที่บ้าน แล้วกระทรวงอุตสาหกรรมและ กพร.จะลงพื้นที่พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครราชสีมา
อย่างไรก็ตามผู้หญิงและนักปกป้องสิทธิฯยืนยันปักหลักชุมนุมต่อจนว่าจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ และทำการบันทึกข้อตกลงแบบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา
เปิดเส้นทางการถือหุ้นบางจากในเหมืองแร่โปแตชไทยคาลิ
ต่อมาเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้อำนวยการโครงการกฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อชุมชน (G'law) และเป็นที่ปรึกษากลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้ขึ้นปราศรัยว่า การออกใบอนุญาตใหม่รอบนี้ของ กพร.กำลังจะสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพื้นดิน แหล่งน้ำ โดยเฉพาะแหล่งน้ำใต้ดิน ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง
นอกจากนั้น ผอ. G'law ยังกล่าวถึงบริษัทบางจากที่เข้ามาลงทุนกิจการเหมืองลิเทียมผ่านการเข้าครอบครองกิจการของบริษัทไทยคาลิที่เดิมทีก็เคยมีประเด็นดำเนินกิจการเหมืองโปแตชในพื้นที่ด่านขุนทดอยู่แล้วและสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมเช่นน้ำเกลือจากเหมืองไหลเข้าสู่แหล่งน้ำและทำให้ดินในพื้นที่เกษตรใกล้เคียงกับเหมืองกลายเป็นดินเค็
เลิศศักดิ์ระบุว่าการออกใบอนุญาตของ กพร.ครั้งนี้ให้แก่ไทยคาลินั้นเป็นเพราะแรงหนุนจากการเข้าซื้อกิจการของบริษัทบางจาก และที่ผ่านมาบริษัทบางจากเคยไปลงทุนทำเหมืองลิเทียมในอเมริกาใต้มาแล้วและสร้างผลกระทบต่อคนในพื้นมาแล้วเช่นกัน
เลิศศักดิ์ ยืนยันว่า หากไม่มีการตอบสนองใดๆ ต่อข้อเรียกร้อง ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะปักหลักค้างคืนจนกว่าข้อเรียกร้องจะได้รับการตอบสนอง
ด้านสุทธิดา เมฑขุนทด กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าวว่า เรามาเรียกร้องในวันนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดการระเบิดอุโมงค์เปิดเหมืองเพิ่มในพื้นที่ชุมขนของเรา เพราะหากเกิดระเบิดลูกแรก จะส่งผลกระทบไม่เฉพาะเสียงที่ดังเท่านั้น แต่จะกระทบทั้ง แผ่นดิน ผืนน้ำ โดยเฉพาะน้ำใต้ดินที่ระบบจะรวนทั้งหมด เกิดเป็นดินทรุด น้ำเค็ม ขยายไปในวงกว้าง จากเดิมที่ประสบปัญหาอยู่แล้ว ก็จะเป็นการซ้ำเติมเข้าไปอีก
ท้วงประกันสังคมกำกับ "บางจาก" ให้มีธรรมาภิบาล

ต่อมาในวันนี้ (28 ม.ค.) ทางกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักชุมนุมต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 2 โดยยังคงเรียกร้องให้ทาง กพร.ต้องรับข้อเสนอหยุดการอนุญาตให้ทางบริษัทไทยคาลิดำเนินงานต่อจนกว่าผลการตรวจสอบผลกระทบจากการทำเหมืองก่อนหน้านี้แล้วเสร็จก่อน รวมถึงจะไปเรียกร้องต่อประกันสังคมในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัทบางจากด้วยเนื่องจากเห็นว่าการดำเนินงานไม่ได้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
บัวผัน ศรีทอง สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่โปแตชกล่าวว่า ผู้ที่มาชุมนุมกันล้วนเป็นผู้เสียหายตัวจริงจากบริษัทเหมืองไทยคาลิที่ทำให้ไร่นาเสียหายแต่บริษัทไม่ได้รับผิดชอบ เราถึงได้ต่อสู้จนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในระดับจังหวัดขึ้นมาได้ แต่ในขณะที่ผลตรวจสอบยังไม่ออกก็มีข่าวว่ามีการออกใบอนุญาตให้ทำเหมืองที่ใหม่ได้ จึงเป็นเหตุให้พวกเรามาทวงความยุติธรรมให้กับพวกเราชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้
จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ กล่าวถึงความคืบหน้าผลการเจรจา จำนวน 2 รอบ ตั้งแต่วานนี้ว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากเพราะทาง กพร.ให้ไปติดตามเรื่องที่ร้องเรียนกับสำนักงานในจังหวัดนครราชสีมาแทน แต่ทางผู้ชุมนุมยืนยันว่า ต้องรอให้ทางคณะกรรมการพิจารณาผลกระทบให้เสร็จสิ้นเสียก่อน แต่ดูเหมือนทาง กพร.จะลัดขั้นตอนให้ใบอนุญาตทำการระเบิดเหมืองรอบใหม่ ทั้งที่ข้อเรียกร้องแค่ต้องการให้รอผลศึกษาผลกระทบให้เสร็จสิ้นจากคณะกรรมการเพื่อใช้แก้ไขเยียวยาไม่ให้ผลกระทบกระจายเป็นวงกว้างมากกว่านี้ในการเริ่มโครงการใหม่ ยืนยันว่าหาก กพร.ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง เราจะปักหลักชุมนุมเรียกร้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมในเช้าวันนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะส่งตัวแทนไปยังประกันสังคมในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทลูกของบริษัทบางจากที่เข้าซื้อหุ้นจากบริษัทไทยคาลิเพื่อทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบการถือหุ้น เนื่องจากผิดหลักธรรมาภิบาลของบริษัทบางจากที่มีภาพลักษณ์เป็นบริษัทสีเขียว
จงดี มินขุนทด กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าวถึงกิจกรรมของวันพรุ่งนี้ว่า จะไปรณรงค์ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทบางจาก เพื่อบอกให้บริษัทฟังถึงภาพความเสียหายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่ง เพราะธุรกิจที่เขาทำไปทำลายสีเขียวและทำลายวิถีชีวิตของเราที่บริษัทจะต้องรับผิดชอบ จากนั้นในตอนบ่ายจะไปที่ตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์ตรวจสอบธุรกิจของบางจากที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของพวกเรา
ทั้งนี้หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้นตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้เดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคมเพื่อเรียกร้องให้บอร์ดประกันสังคมตรวจสอบธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบและการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซื้อหุ้นเหมืองแร่โปแตชของบริษัท ไทยคาลิ จำกัด และความรับผิดชอบของสำนักงานประกันสังคมที่ต้องมีในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นสองอันดับแรกในบริษัทบางจาก ทั้งที่ถือโดยตรงในนามสำนักงานประกันสังคมและที่ถือโดยอ้อมผ่านกลุ่มธนาคารที่เข้าไปถือหุ้นในกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง จึงควรแสดงบทบาทในการกำกับดูแลให้บางจากดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน ธรรมาภิบาล และความยั่งยืน (Sustainability) ตามหลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs)
