เผยมหาดไทยมีคำสั่งด่วนถึง จ.นครราชสีมา ให้ชะลอการใช้ระเบิดในกระบวนการทำเหมืองแร่โปแตชด่านขุนทด ขีดเส้น 15 วัน เร่งส่งผลตรวจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หลังนักปกป้องสิทธิฯกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ด้านผู้ตรวจราชการฯ มท. จ่อลงพื้นที่ตรวจข้อเท็จจริงเร็วๆ นี้
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2568 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดแจ้งข่าวว่า เป็นวันที่สองที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรมสัญจรตะลุยบางกอก บล็อกก่อนบ้านบึ้มครั้งที่สอง โดยเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ให้รัฐบาลยุติการอนุญาตให้ใช้วัตถุระเบิดรอบใหม่ในพื้นที่ โดยสมคิดลงมารับหนังสือของกลุ่มฯพร้อมกล่าวว่า จะส่งเรื่องที่กลุ่มฯได้มายื่นหนังสือในวันนี้ ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ต่อเวลา 13.00 น. กลุ่ม ฯ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือให้กับภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้มีคำสั่งชะลอกระบวนการอนุญาตให้ซื้อ มีใช้ และย้ายวัตถุระเบิดเพื่อขุดเจาะอุโมงค์แห่งใหม่ในการทำเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน ของบริษัทไทยคาลิจำกัด โดยมีมณฑ์หทัย รัตนนุพงค์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ และปวเรศ รัฐขจร ผู้อำนวยการกลุ่มศูนย์ดำรงธรรม ,ถิรพล ประยงค์ กรมการปกครอง , ประยงค์ , อภิชาติ สุโคตร นิติกรชำนาญการส่วนอนุญาติอาวุธปืน สน.สก.กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยเข้ารับหนังสือและพูดคุยกับกลุ่ม
จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและที่ปรึกษากลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดกล่าวว่า บริษัท ไทยคาลิ จำกัด ผู้ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่อำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมาได้ดำเนินโครงการอย่างละเลยต่อผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม จนเกิดปัญหาดินเค็ม แหล่งน้ำเสีย อาคารบ้านเรือนผุกร่อน และความแตกแยกในชุมชน โดยเฉพาะการดำเนินการโดยไม่ปฏิบัติตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการลักลอบเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการ รวมถึงกรณีล่าสุดที่บริษัทขอใช้วัตถุระเบิดจำนวนกว่า 112 ตัน เพื่อขุดอุโมงค์ใหม่ 3 แห่ง ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งน้ำสำคัญและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้ชุมชนเกิดความวิตกอย่างยิ่ง
จุฑามาส ระบุว่า แม้ที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียน แจ้งความ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯหลายชุด แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดแสดงความจริงจังในการดำเนินการแก้ไขปัญหา เธอจึงเรียกร้องให้กรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทยใช้อำนาจตามกฎหมายชะลอการอนุญาตใช้วัตถุระเบิดในการขุดเจาะอุโมงค์ใหม่รอบใหม่ของบริษัทตามที่ คุณธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับปากกับกลุ่มฯและได้ยกหูโทรศัพท์ให้ ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ชะลอการพิจารณาคำสั่งในการอนุมัติอนุญาติการใช้ระเบิด และขอเรียกร้องให้เดินหน้าตรวจสอบกระบวนการอนุญาตเมื่อปี 2559 ที่พบข้อพิรุธ ทั้งนี้เพื่อปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และทรัพยากรธรรมชาติของประชาชนในพื้นที่ และยุติภัยพิบัติจากความเค็มที่อาจขยายวงกว้าง หากรัฐยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของชุมชน
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญประจำกรมการปกครอง และนิติกรชำนาญการจากสำนักสอบสวนและนิติการ กรมการปกครองกล่าวกับกลุ่มฯว่า ขั้นตอนการขออนุมัติอนุญาตใช้วัตถุระเบิดสำหรับหน่วยงานต่างๆ ที่ยื่นเรื่องมายังกรมการปกครองสำหรับบริษัทที่ตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร อำนาจการพิจารณาอนุมัติจะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะเป็นหน่วยงานที่พิจารณาและตัดสินใจในเรื่องนี้ต่อไป
ขณะที่มณฑ์หทัย รัตนนุพงค์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ กล่าวว่า อยากให้กลุ่ม ฯ ส่งขอข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบ ระยะเวลาในการใช้ระเบิด เพื่อที่กระทรวงมหาดไทยจะได้ส่งข้อมูลไปสอบถามจังหวัดนครราชสีมา
จงดี มินขุนทด ผู้หญิงนักป้องป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าวว่า การที่เราเดินทางมาในวันนี้ อยากแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า คณะทำงานแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ระดับจังหวัด ถูกดองมาแล้วกว่า 1 ปี ไม่เดินหน้า ซึ่งย้อนแย้งกับการดำเนินงานของเหมือง ที่ยืนยันจะมีการระเบิดอุโมงค์เหมืองรอบใหม่ ตรงนี้สะท้องถึงความจริงใจกับภาคประชาชน เหมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่ปัญหาของชาวบ้าน เสียงกลับถูกให้เงียบลง
“ในพื้นที่ที่อ้างว่ามีความเขียว มันเขียวจากจากพืชทนเค็ม มันเป็นพืชที่จะเลี้ยงชีพเราไม่ได้ อยากให้ทุกคนช่วยกันติดตามหลังที่พวกเรามายื่นเรื่องร้องเรียนที่ กทม. ผลตอบรับจากหน่วยงานภาครัฐ หรือคณะรัฐมนตรีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่นี้ จะทำตามในรูปแบบที่ว่าประชาชนต้องมาก่อนหรือไม่”
ขณะที่ บัวผัน ศรีทอง ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด กล่าวกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมรับหนังสือในวันนี้ว่า พื้นที่ดอนหนองโพธิ์ ที่จะมีการระเบิดอุโมงค์เหมืองรอบใหม่ ถือเป็นพื้นที่ต้นน้ำของเรา หากมีการระเบิดเหมืองรอบใหม่ ผลกระทบจะเกิดทั่วทั้งพื้นที่ทั้งหมู่บ้าน แบบนี้เราจะตายทั้งหมู่บ้าน ยืนยันว่า ไม่มีใครที่ไม่อยากได้ความเจริญเข้ามา แต่พอเหมืองที่มาทำมีแต่สร้างผลกระทบ และที่ผ่านมาความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่มีการฟื้นฟูเยียวหาให้กับเรา
ทั้งนี้ขณะที่กลุ่มฯกำลังพูดคุยและสอบถามถึงขั้นตอนความชัดเจนของกระบวนการชะลอการอนุมัติระเบิดจากกระทรวงมหาดไทยว่าจะมีรูปธรรมที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนอย่างไร กลุ่มฯได้รับแจ้งว่า อดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเขตตรวจราชการที่ 13 จังหวัดนครราชสีมา จะลงมารับหนังสือกลุ่ม ฯ ด้วยตนเอง โดยอดิเทพใช้เวลาพูดคุยกับกลุ่มเกือบชั่วโมง ก่อนที่จะรับปากนักปกปัองสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดว่าจะมีคำสั่งชะลอการใช้ระเบิดไปยังจังหวัดนครราชสีมา และให้จังหวัดนครราชสีมาตรวจสอบข้อเท็จจริงส่งกลับมายังกระทรวงมหาดไทยภายใน 15 วัน และให้สำนักงานกฎหมาย สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย ทั้งนี้เรื่องของระเบิดต้องดูตามขั้นตอนซึ่งย้ำว่าต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาขนในพื้นที่ และหากมีเรื่องร้องเรียนต้องทำการตรวจสอบจนได้ข้อยุติ
“ที่ผ่านมาผมไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเลย ผมเลยจะไปลงพื้นที่ด้วยตัวเองเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ในเร็วๆนี้ด้วย ” ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเขตตรวจราชการที่ 13 จังหวัดนครราชสีมาระบุ
