ภาคประชาสังคม 42 องค์กร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ระหว่างประชุมครม.สัญจร ที่สงขลา เรียกร้อง 6 ข้อ ให้เร่งกระบวนการสันติ
18 ก.พ. 2568 ภาคประชาสังคม 42 องค์กร ยื่นจดหมายเปิดผนึก เสนอข้อเรียกร้องเพื่อสร้างสั




สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่
โดยมีเนื้อหาในจดหมายเปิดผนึก ดังนี้:
เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินมาแล้วเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยในปี 2556 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคณะรัฐบาลชุดแรกที่ให้ความสำคัญและริเริ่มการเจรจาสันติภาพ เพื่อสร้างพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มขบวนการผู้เห็นต่างอย่างเป็นทางการผ่านการแต่งตั้งคณะเจรจาพูดคุยสันติภาพ (สันติสุข) นับแต่นั้นมาและส่งผลให้สถิติของความรุนแรงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น องค์กรร่วมที่มีรายนามท้ายจดหมายเปิดผนึกนี้ จึงมีความเห็นพ้องร่วมกันและตระหนักว่ากระบวนการเจรจาสันติภาพคือทางออกของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและเป็นกุญแจสำคัญในการยุติความรุนแรง การยับยั้งความสูญเสียชีวิตของผู้คน การฟื้นฟูความเชื่อมั่นระหว่างกลุ่มคนหรือภาคส่วนต่าง ๆ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งของกระบวนการสันติภาพ ที่ต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมและช่วยสร้างความเข้าใจต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ รวมทั้งเคารพในความแตกต่าง และส่งเสริมแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกด้าน อาทิเช่น พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา นอกจากนี้กระบวนการสันติภาพ ยังเกี่ยวโยงกับการเคารพสิทธิและเสรีภาพของทุกคนในสังคม การปกป้องหลักสิทธิมนุษยชนให้ประชาชนมีความเท่าเทียม จึงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างกระบวนการสันติภาพที่ยั่งยืน
องค์กรร่วมดังรายนามเชื่อมั่นว่าการเจรจาสันติภาพและการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างความสงบสุขจะนำมาซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืนในสังคมที่มีความหลากหลายนี้ อย่างไรก็ตาม องค์กรร่วมที่มีรายนาม ท้ายจดหมายเปิดผนึกนี้ มีข้อห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในห้วงเวลานี้ หลังจากที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประกาศแนวนโยบายทบทวนการบริหารจัดการกับ ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะประเด็นการพิจารณาตั้งคณะเจรจาเพื่อสันติภาพ และ ยังไม่มีความชัดเจนในแนวนโยบายการเจรจาสันติภาพ จึงขอนำเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดังนี้
1. ขอให้นายกรัฐมนตรีแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่หนักแน่นชัดเจนว่าจะสานต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพโดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพหลัก โดยจัดทำเป็นวาระแห่งชาติ และแต่งตั้งคณะพูดคุยสันติภาพเพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะ แนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
2. ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้ภาคประชาสังคมได้จัดเวทีปรึกษาหารือสาธารณะ (Public consultation) เพื่อแสวงหาทางออกทางการเมืองอย่างครอบคลุมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตกับประชาชนในด้านต่างๆ เช่น รูปแบบการเมืองการปกครองเศรษฐกิจ การศึกษา ภาษา อัตลักษณ์และวัฒนธรรม รวมถึงกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
3. ขอให้รัฐบาลสนับสนุนแผนงานพัฒนาของภาคประชาสังคมในด้านต่างๆโดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เช่น การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การพัฒนาวิสาหกิจ ชุมชน สุขภาพอนามัยชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มีประชาชนเป็นแกนหลัก
4. ขอให้รัฐบาลและฝ่ายขบวนการผู้เห็นต่าง ตระหนักถึงความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนและผู้บริสุทธิ์ โดยยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law - IHL) โดยให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึกและ ยุติการใช้ความรุนแรง
5. ขอให้รัฐบาลดำเนินนโยบายสันติภาพตามวิถีทางประชาธิปไตย ที่ระบุไว้ใน รัฐธรรมนูญไทย หมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
6. ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดโครงสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ให้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง เช่น ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับประชาชน ความสัมพันธ์เชิงการพัฒนาโดยมีประชาชนเป็นแกนหลักเป็นต้น
ดังนั้นขอให้รัฐบาลและกลุ่มขบวนการผู้เห็นต่างร่วมกันสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยทางเสรีภาพทั้งในเชิงกายภาพและในเชิงความรู้สึกในพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัฒนธรรมให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงต่อสังคม องค์กรร่วมที่มีรายนามท้ายจดหมายเปิดผนึกนี้ เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ากระบวนการพูดคุยสันติภาพคือกุญแจสำคัญอันจะนำสันติภาพมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างยั่งยืน
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
