ศูนย์ทนายความฯ เผยแถลงของ “ขนุน” สิรภพ หลังจากอดอาหารประท้วงเข้าวันที่ 4 เพื่อเรียกร้องอิสรภาพถาวรแก่นักโทษการเมืองทุกคนและยุติใช้ม.112 มาใช้ทางการเมืองเริ่มเตรียมความพร้อมในการอดอาหารล่วงหน้าเป็นเวลา 2 เดือนแล้วไม่ใช่ความคิดชั่ววูบ
24 ก.พ.2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าวันนี้ทนายความได้เข้าไปเยี่ยม สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือขนุน นักกิจกรรมวัย 24 ปี ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพระหว่างรอการอุทธรณ์คดีโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัวในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีปราศรัยในการชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563
สิรภพเริ่มอดอาหารประท้วงมาตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.2568 และวันนี้เป็นวันที่ 4 แล้วที่เขาทำการอดอาหารโดยดื่มเพียงแต่น้ำเปล่าโดยจะไม่ทานข้าว ไม่ทานนมและน้ำหวาน
ศูนย์ทนายความฯ ระบุสภาพร่างกายของสิรภพล่าสุดว่า ใบหน้าดูตอบลง และแววตาโรยลง แต่ไม่รู้ว่าร่างกายเขาซูบลงไป หรือขนาดเสื้อที่ตัวใหญ่เกิน ทำให้มองดูขนุนตัวเล็กลง เขาออกมาพร้อมขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร 1 ขวด โดยตลอดการพูดคุย เขาจะหยิบน้ำขึ้นจิบตลอดการสนทนา แต่ยังคงยิ้มและหัวเราะ พูดคุยฉะฉาน เขาบอกว่าถ้าพูดเยอะ ๆ อาจจะเริ่มเหนื่อย แต่เขายังพยายามมีสติอยู่ตลอดเวลา และพยายามลดการใช้พลังงานในร่างกาย โดยการนอนพักให้มากที่สุด
สิรภพแจ้งกับทนายความว่าน้ำหนักลดลงไป 3 กิโลกรัมแล้ว และความดันที่ค่อนข้างต่ำในวันนี้ แต่เขายังไม่มีอาการเพลียหรืออ่อนล้า ยังนอนหลับได้ปกติ แต่มีอาการหน้ามืดบ้าง หลังจากตื่นนอนขึ้นมาหรือเวลาที่ลุกขึ้นมาเร็ว และเบอกด้วยว่าทางเรือนจำเริ่มให้เขาไปเช็คน้ำตาลและความดันที่สถานพยาบาลในเรือนจำ นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยถึงสาเหตุการอดอาหาร ให้เซ็นเอกสารที่เกี่ยวกับการแสดงความประสงค์เรื่องการอดอาหารและเรื่องการช่วยเหลือทางการแพทย์ รวมทั้งยังมีการให้เพื่อนผู้ต้องขังเข้ามาพูดคุย พยายามให้เขาเลิกอดอาหาร ให้เลือกใช้วิธีการอื่นดู แต่เขายังยืนยันความตั้งใจของตนต่อไป
สิรภพระบุว่า เขาคิดเรื่องการอดอาหารมาประมาณ 2 เดือนแล้ว ได้เตรียมร่างกายมาก่อน โดยค่อย ๆ ลดการกินอาหารเหลือวันละ 1-2 มื้อ การแสดงออกนี้จึงไม่ใช่ความคิดชั่ววูบ แต่ผ่านการไตร่ตรอง และจะใช้การดื่มน้ำเพื่อสื่อสารเป้าหมายของเขาให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นอกจากนั้นศูนย์ทนายความฯ ยังได้เผยแพร่แถลงการณ์ของสิรภพเรื่องข้อเรียกร้องของเขาในการอดอาหารครั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษคดีการเมืองทุกคนเพื่อ “อิสรภาพถาวร” โดยมีเนื้อหาว่า
“มันดูเป็นคำที่กว้างใหญ่ไพศาล เช่นเดียวกับมหาความฝันของปวงประชา ที่กล่าวถึงการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างระดับชาติ แต่หากย้อนกลับมาดูจุดเริ่มต้น มันช่างแสนเรียบง่าย อิสรภาพถาวรสำหรับผมจุดเริ่มต้นแรก คือ การนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง โดยรวมมาตรา 112 อย่างไร้เงื่อนไขโดยเร่งด่วน สามารถดำเนินการได้โดยฝ่ายบริหาร (รัฐบาล) และ ฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐสภา) ทุกคนที่โดนคดีทางการเมือง ทั้งจากการถูกกลั่นแกล้ง ล้วนมีเจตนารมณ์ที่จะสรรค์สร้างและบอกเล่าถึงความฝันของตนเอง อย่าให้ผู้ปรารถนาดีต่อประเทศเหล่านี้ ต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับพวกเขาอย่าง “ชีวิต” ไปอีกเลย”
