Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ซินหัวรายงานข่าวเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ว่าทางการจีนเพิ่งได้รับตัว “ชาวจีน” 40 คนกลับจากไทยวันนี้ อย่างไรก็ตามไม่ได้ระบุว่าเป็นชาวอุยกูร์หรือไม่ หลังจากเมื่อคืนวานนี้มีข่าวว่าทางการไทยจะส่งตัวชาวอุยกูร์ 48 คนที่ถูกกักที่ ตม.มากว่า 11 ปีกลับจีน นักวิชาการ นักสิทธิ บอกอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและไทย

27 ก.พ.2568 เว็บไซต์ของสำนักข่าวซินหัวทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษรายงานเมื่อเวลา 13.58 น.ตามเวลาประเทศจีนของวันนี้ ระบุว่าทางการจีนได้รับตัวชาวจีน 40 คนที่กระทำความผิดฐานเข้าเมืองผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศไทยและทางการไทยส่งกลับจีนในวันนี้

อย่างไรก็ตามในเว็บภาษาอังกฤษยังคงมีแต่พาดหัวข่าวโดยไม่มีเนื้อหา

ทั้งนี้เนื้อหาข่าวไม่ได้ระบุว่าชาวจีนทั้ง 40 คนมีพื้นเพเป็นคนกลุ่มใดหรือเดินทางออกจากเมืองใด เพียงแต่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยเป็นมาตรการที่ทั้งไทยและจีนดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายในการปราบปรามลักลอบเข้าเมืองและดำเนินการด้วยการเจรจาอย่างเท่าเทียมกัน และการดำเนินการนี้ทั้ง 40 คน ได้รับการคุ้มครองสิทธิเต็มที่ตามกฎหมายและตำรวจจีนได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม รวมถึงจะช่วยเหลือพวกเข้าให้กลับคืนสู่สังคมได้โดยเร็ว และการขอไทยส่งกลับครั้งนี้ได้รับการร้องขอจากครอบครัวของพวกเขามาหลายครั้งแล้ว

ส่วนด้านฝั่งรัฐบาลไทย ช่วง 10.47 น. วันนี้ก่อนเริ่มการประชุมของรัฐสภา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตอบคำถามสื่อมวลชนถึงประเด็นการส่งตัวชาวอุยกูร์ 48 คน ที่ถูกกักขังอยู่ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สวนพลู) มากว่า 11 ปี ซึ่งมีข่าวเมื่อคืนนี้ว่ารถขนผู้ต้องกักออกมาทั้ง 3 ชุด แต่ไม่ชัดเจนว่ารถที่ออกมานั้นนำตัวคนกลุ่มใดออกมา

แพทองธารระบุว่ายังไม่ได้คุยในรายละเอียด และเรื่องแบบนี้ถ้าประเทศใดในโลกจะทำอะไรต้องยึดหลักกฎหมายยึดกระบวนการระหว่างประเทศ และยึดเรื่องหลักสิทธิมนุษยชน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกประเทศต้องยึดเป็นหลัก

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายไทย?

ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ นักวิชาการและทีมประสานงานต่างประเทศของอดีตพรรคก้าวไกล ตั้งสเตตัสถึงเรื่องการส่งกลับอุยกูร์นี้อาจเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อย่าง อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) รวมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (CED) และในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติอาจถูกที่ประชุมซักฟอกเรื่องนี้ รวมถึงอาจะถูกสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีเพราะที่ผ่านมารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เคยคุยกับสมาชิกวุฒิสภาและทางรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังประเมินเรื่องนี้แล้ว

นอกจากนั้น ฟูอาดี้ยังกล่าวถึงเหตุการณ์นี้อาจเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนไทยเอง เทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2558

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนั้นคือเหตุวางระเบิดที่แยกราชประสงค์จนทำให้เกิดผู้เสียชีวิตจำนวนหลายรายและมีการจับกุมดำเนินคดีชาวอุยกูร์ 2 คน ตามมาโดยทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ แต่ปัจจุบันคดีของพวกเขายังคงอยู่ในการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้ระหว่างการสืบพยาน

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมให้ข่าวว่าทางมูลนิธิฯ ให้ทนายความไปยื่นต่อศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อขอไต่สวนฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและบังคับสูญหาย กรณีของอุยกูร์ทั้ง 48 เนื่องจากอาจมีการส่งกลับไปประเทศต้นทางและมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

ผอ.มูลนิธิฯ ระบุว่าตอนที่ยื่นเพิ่งทราบว่ามีการรายงานข่าวในประเทศจีนว่าทางการไทยส่งกลับไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับอุยกูร์ทั้ง 48 คนนี้หรือไม่เนื่องจากไม่มีระบุชื่อในข่าว

พรเพ็ญกล่าวว่าตามกฎหมายแล้วสามารถขอให้ศาลตรวจสอบระหว่างประเทศได้ แต่ตอนนี้ยังต้องรอว่าศาลจะให้ไต่สวนฉุกเฉินวันนี้เลยหรือไม่ เธอหวังว่าศาลจะเป็นที่พึ่งเพราะเราไม่มีที่พึ่งอื่นแล้ว

ทั้งนี้เมื่อเวลา 16.10 น. พรเพ็ญแจ้งเพิ่มเติมว่า ศาลมีคำสั่งยกคำร้องเนื่องจากเห็นว่าทนายความของมูลนิธิไม่ได้เป็นบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหายตามมาตรา 26 (6) ของพ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมานฯ แต่ตัวแทนผสานวัฒนธรรมยืนยันเป็นบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหาย และเธอผิดหวังที่ศาลยกคำร้องขอให้ไต่สวนกรณีส่งกลับชาวอุยกูร์ โดยจะอุทธรณ์คำสั่งของศาลต่อไป

พรเพ็ญกล่าวเพิ่มเติมว่าตามมาตรา 26 ของกฎหมายนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่พบเห็นผู้ถูกกระทำการซ้อมทรมานหรือถูกปฏิบัติอันโหดร้ายเหยียบย่ำศักดิ์ศรีสามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้เพื่อป้องกันเกิดการกระทำที่เป็นการขัดต่ออนุสัญญาระหว่างประเทศที่ห้ามการทรมานไว้โดยเด็ดขาด 

ผอ.มูลนิธิกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ทนายความของมูลนิธิก็เคยยื่นคำร้องต่อศาลในประเด็นการตีตรวนผู้ต้องขังทางการเมืองเวลาออกศาล เช่น กรณีของอานนท์ นำภา เป็นต้นซึ่งศาลก็รับไว้พิจารณาแม้ว่าสุดท้ายแล้วศาลจะยกคำร้องแต่ก็เป็นเรื่องเนื้อหาคือมองว่าการตีตรวนไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำตามกฎหมายไม่ได้ยกคำร้องเพราะผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องตามกฎหมาย 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง