Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เวทีเสวนา “มรดกสนธิสัญญา อังกฤษ-สยาม 1909” รำลึกครบรอบ 116 ปี อังกฤษแบ่งดินแดนให้ปาตานีอยู่ภายใต้สยาม กลุ่ม The Patani เสนอ 5 ข้อต่อกระบวนการสันติภาพ รัฐบาลควรออกกฎหมายกระบวนการสันติภาพ แสดงเจตจำนงการแก้ปัญหาอย่างเป็นทางการ สร้างกลไกลรองรับการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทย แต่เมื่อได้ข้อตกลงแล้วค่อยรับรองด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ข้อตกลงสันติภาพอาจไม่พอแก้ปัญหาที่ยาวนานและซับซ้อน เพราะฉะนั้นต้องเดินควบคู่ไปกับการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองไทย

 

กลุ่ม The Patani เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สนับสนุนสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองของประชาชนในภูมิภาคที่ใช้ภาษามลายู ตามแนวชายแดนใต้ของประเทศไทย ได้จัดเสวนาหัวข้อ "มรดกสนธิสัญญา อังกฤษ-สยาม 1909" ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ทำให้ดินแดนปาตานีตกอยู่ภายใต้สยามอย่างสมบูรณ์จนปัจจุบันเมื่อ 116 ปีที่แล้ว งานจัดขึ้นที่ร้าน 'Bingsu Nom6 Halal' จ.ยะลา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2568

อาลาดี เด็งนิ ที่ปรึกษาสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "10 Mac Dari Kejatuhan Bansa Ke Arah Kebangkitan Kita" ถึงการต่อสู้ทางประวัติศาสตร์ของปาตานีนับตั้งแต่การลงนามในสนธิสัญญา ‘Anglo-Siamese Treaty’ ปี 1909 (สนธิสัญญาอังกฤษ-สยาม พ.ศ. 2452) ว่า "ปาตานีไม่เคยหยุดต่อสู้จากสยาม และไม่ยอมอยู่ภายใต้รัฐไทยจนถึงปัจจุบัน ตามไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์"

ขณะที่อาติฟ โซ๊ะโก ประธาน The Patani กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงานและย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างกระบวนการสันติภาพในปาตานี และวันที่ 10 มี.ค.ของทุกปีจะเป็นวันรวมตัวของคนปาตานี

สำหรับการเปิดตัวรายงานพิเศษ "ไทย-BRN: ทางออกสู่สันติภาพปาตานี" ซึ่งเป็นข้อวิเคราะห์จากคู่ขัดแย้ง ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และข้อค้นพบจาก The Patani นำเสนอโดยคณะผู้จัดทำรายงาน ประกอบด้วย ยามารุดดิน ทรงศิริ อีลฮัม ฮีแน และฮากิม พงตีกอ

เนื้อหาประกอบด้วยข้อค้นพบซึ่งมากจากการรวบรวมความเห็นจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการสันติภาพปาตานี โดยองค์กร The Patani มีความพยายามรวบรวมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ต่อกระบวนการสันติภาพ ทั้งในแง่ของความคาดหวัง ข้อกังวล รวมไปถึงข้อเสนอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการสันติภาพ ในช่วงปี 2567 (อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ https://www.facebook.com/ThePatani)

5 ข้อเสนอของ The Patani ต่อกระบวนการสันติภาพ

เนื้อหาส่วนที่ 2 เป็นข้อเสนอของ The Patani ต่อกระบวนการสันติภาพซึ่ง 5 ประเด็นสำคัญๆ ได้แก่ 1. การบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ 2. การพูดคุยสันติภาพภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทยและรัฐเดี่ยว 3. การหยุดยิง (Ceasefire) และการลดความความรุนแรง (Reduce violence) ในการพูดคุย สันติภาพ 4. การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมจากทุกฝ่าย (Inclusivity) ต่อกระบวนการสันติภาพ และ 5. การสร้างสันติภาพกับการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองของไทย โดยมีเนื้อโดยสรุปดังนี้

ควรออกกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ

The Patani ระบุว่า ที่ผ่านมายังไม่มีการแสดงออกสำคัญๆ ที่แสดงถึงเจตจำนงของรัฐบาลที่ต้องการแก้ปัญหาอย่างเป็นทางการ (ที่เป็นเอกสาร) นอกจากฉันทามติทั่วไปว่าด้วยกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ (General Consensus on Peace Dialogue Process) ที่ฝ่ายรัฐบาลไทย และ BRN ลงนามเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2556 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้ว

The Patani เห็นด้วยว่าควรออกกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ ที่ไม่ใช่บังคับให้รัฐมีเจตจำนง แต่เพื่อสร้างกลไกลในระดับโครงสร้างของรัฐ เพื่อรับรองการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างเป็นทางการและการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน โดยมีประเด็นหลักคือจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมารับผิดชอบและมีอำนาจจริง เช่น เว้นการบังคับใช้กฎหมายอาญาเฉพาะบุคคล (Immunity) ในบางกรณีเพื่อให้กระบวนการพูดคุยสันติภาพดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

The Patani เห็นว่า การสร้างกลไกลเชิงโครงสร้างดังกล่าวจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุด จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลและนิติบัญญัติทำงานร่วมกันเพื่อตรากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา

ไม่เห็นด้วยเจรจาสันติภาพใต้กรอบ รธน.-รัฐเดี่ยว

The Patani ระบุว่า การเข้าร่วมพูดคุยสันติภาพภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทย และรัฐเดี่ยวของ BRN ถูกตั้งข้อสังเกตหลายประเด็น โดยเฉพาะจากฝ่ายขบวนการเอกราชปาตานีด้วยกันเอง เช่น BRN ยังคงสถานะเป็นขบวนการเอกราชหรือไม่ หรือเพดานการข้อเรียกร้องทางการเมืองของ BRN เปลี่ยนไปสู่อย่างอื่นหรือไม่ อย่างไร

"คำอธิบายของ BRN คือมองว่าคุ้มค่าแล้วกับการที่ฝ่ายรัฐไทยจะใช้คำว่า “ประชาคมปาตานี (Patani Community)" ซึ่งเป็นคำที่มีนัยสำคัญต่อการต่อสู้เชิงคุณค่าด้านอัตลักษณ์"

สำหรับจุดยืนของ The Patani คือการพูดคุยสันติภาพไม่ควรตั้งเงื่อนไขใดๆ ก่อนการเจรจา ดังนั้น The Patani จึงไม่เห็นด้วยกับการเซ็นข้อตกลงการพูดคุยสันติภาพภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทย

"หลักการพูดคุยสันติภาพควรเป็นไปอย่างเสรี เพื่อแต่ละฝ่ายจะสามารถสะท้อนความรู้สึกเชิงคุณค่าการต่อสู้ของแต่ละฝ่ายได้อย่างเต็มที่ และเจรจาบนเงื่อนไขของความเข้าใจต่อปัญหาที่ได้ผ่านการแลกเปลี่ยนและถกเถียงบนฐานของความเข้าใจซึ่งกันและอย่างเต็มที่  อีกทั้งยังป้องกันข้อถกเถียงว่าการเจรจาทีเกิดขึ้นเป็นการเจรจาที่ไม่เป็นไปอย่างเสรีที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต"

เมื่อมีข้อตกลงแล้ว การพูดคุยสันติภาพสามารถดำเนินไปภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวได้ และป้องกันเงื่อนไขทางการเมืองใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ได้ข้อตกลง ค่อยรับรองภายใต้กรอบ รธน.

ฮากิม พงตีกอ หนึ่งในผู้จัดทำรายงาน อธิบายขณะนำเสนอในส่วนนี้ว่ากระบวนการพูดคุยสันติภาพควรใช้กรอบสากลไม่ใช่กรอบรัฐธรรมนูญไทย เพราะจะเป็นการพูดคุยที่ไม่เสรี แต่เมื่อมีข้อตกลงแล้ว ข้อตกลกลงดังกล่าวให้อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทยเป็นการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ

The Patani ยืนยันและเรียกจากคู่เจรจาทั้ง 2 ฝ่ายว่า “การพูดคุยภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทยที่เกิดขึ้น ต้องมีเจตนารมณ์เพื่อให้สิทธิ เสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายเป็นสำคัญ โดยที่การลงนามภายใต้รัฐธรรมนูญไทยต้องไม่เป็นเงื่อนไขปิดกั้นเสรีภาพหรือการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในปัจจุบัน และไม่เป็นข้ออ้างในการปิดกั้นสิทธิทางการเมืองและความต้องการใดๆ ของผู้คนในอนาคตด้วย”

The Patani ระบุว่า แม้การลงนามภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทยอาจเป็นข้อตกลงที่ถูกจำกัด แต่คู่เจรจาควรศึกษาความเป็นไปได้ต่างๆ ของรูปแบบการปกครองที่คำนึงประชาชนปาตานีเป็นหลัก เพื่อให้ผู้คนปาตานีสามารถกำหนดชะตากรรมตัวเองได้อย่างสูงสุด โดยไม่ขัดกับเจตนารมณ์รัฐเดี่ยว

การหยุดยิง ลดความความรุนแรง 

The Patani มีจุดยืนไม่สนับสนุนการใช้อาวุธที่อยู่นอกกฎแห่งสงคราม หรือ International Humanitarian law และความรุนแรงจากทุกฝ่ายที่สร้างผลกระทบต่อผลเรือน ไม่ว่าจากฝ่ายรัฐไทย ฝ่าย BRN หรือขบวนการอื่นๆ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้กระบวนการทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้เป็นหลัก

The Patani มีจุดยืนและข้อเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายให้มีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ลดความตึงเครียดระหว่างคู่ขัดแย้ง และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพูดคุยสันติภาพ (Confidence building measure) โดยการพูดคุยสันติภาพ (Peace talk) หรือการเจรจาสันติภาพ (Peace negotiation) จะต้องมีการกำหนดรายละเอียดข้อตกลงที่ชัดเจน มีกลไกลติดตามและตรวจสอบการละเมิดข้อตกลง เป็นต้น

ครอบคลุมจากทุกฝ่าย

The Patani เห็นว่า การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมในการพูดคุยสันติภาพเป็นเงื่อนไข และองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้กระบวนการสันติภาพในภาพรวมมีความยั่งยืนและสำเร็จได้ โดยมีข้อเสนอ 2 ประการดังนี้

1. เสนอให้ BRN แสดงบทบาทผู้นำในประชาคมปาตานี โดยการดึงตัวแทนจากกลุ่มขบวนการเอกราชปาตานีอื่นๆ เช่น PULO และ BIPP มาร่วมคณะเจรจา โดยการเปิดโอกาสให้กลุ่มต่างๆ มีส่วนร่วมเป็นการป้องกันปัญหาในอนาคตที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่

2. เสนอให้รัฐบาลไทยและ BRN พิจารณาสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและตัวแทนของประชาชน เช่น สส. ในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ เป็นกลไกช่วยสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างกว้างขวาง

ต้องเดินคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองไทย

The Patani เชื่อว่าการพูดคุยสันติภาพเป็นกลไกสำคัญในการแสวงหาทางออกทางการเมือง จากความขัดแย้งที่เกิดจากการใช้อาวุธและความรุนแรง แต่ภายใต้ความขัดแย้งที่ฝังรากลึกและมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ปัญหาความสัมพันธ์ทางการเมืองในอดีตหรือเหตุการณ์ร่วมสมัย เช่น เหตุการณ์ตากใบ การใช้แนวทางการทหาร รวมถึงปัญหาเชิงอัตลักษณ์ ศาสนา และเศรษฐกิจที่คอยหล่อเลี้ยงความขัดแย้ง เหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่เกินกว่าจะยุติด้วยข้อตกลงหยุดยิง หรือลดความรุนแรง เพราะเป็นปัญหาระดับโครงสร้างทางสังคมและการเมือง

The Patani มองว่า ด้วยความซับซ้อนของปัญหา แม้การพูดคุยสันติภาพอาจจะนำไปสู่ข้อตกลงและข้อสรุปบางประการ แต่หากปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเมืองและสังคมยังไม่ถูกแก้ไขที่ต้นเหตุจริงๆ อาจจะทำให้เกิดกลุ่มต่อต้านใหม่หรือความขัดแย้งระรอกใหม่ที่อาจจะต่อสู้ในรูปแบบใหม่ๆ ก็เป็นไปได้

ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและสังคมควบคู่กับกับเจรจาสันติภาพ

ทั้งนี้ เพราะเป็นประเด็นที่ผูกพันกับอำนาจและกระบวนการตัดสินใจขององคาพยพของภาครัฐ การทำให้เกิดการยอมรับในอัตลักษณ์วัฒนธรรมของคนมลายูปาตานี การให้ประชาชนมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของตนเอง การสร้างความรู้สึกความเป็นเจ้าของอำนาจและทรัพยากรของชุมชน รวมถึงการส่งเสริมความเท่าเทียมทางอัตลักษณ์และให้เสรีภาพในการมีส่วนร่วมในสังคมการเมือง และประเด็นอื่นๆ

“การพูดคุยสันติภาพหรือกระบวนการใดๆ ที่มิได้มุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเมืองและสังคม เชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวจะไม่สามารถเป็นแนวทางที่นำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ เพราะหัวใจของความขัดแย้งคือปัญหาเชิงโครงสร้าง” The Patani ระบุ

The Patani จึงมีจุดยืนและข้อเสนอให้คู่เจรจามุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง และเรียกร้องให้รัฐไทยในฐานะผู้มีอำนาจชอบธรรมเป็นผู้ริเริ่มในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างสำหรับความขัดแย้งนี้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง