Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อัยการไต้หวันสั่งฟ้องจำคุก 1 ปี นายจ้างใจดำขนแรงงานไทยป่วยหนักไปทิ้งข้างถนนเป็นเหตุส่งรักษาช้าจนเสียชีวิต - เตือนนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ต้องให้การดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์และสุขภาพของแรงงานที่ตนว่าจ้าง กรณีที่ลูกจ้างประสบอุบัติเหตุหรือมีอาการเจ็บป่วย ให้ความช่วยเหลือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งรักษาทันที มิใช่เพิกเฉยหรือกระทำในสิ่งที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

Radio Taiwan International รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ฟาร์มปศุสัตว์แห่งในเมืองซินจู๋ นายเว่ย ชายชาวไต้หวันอายุ 47 ปี เจ้าของฟาร์มว่าจ้างนายพัฒนา (นามสมมุติ) แรงงานไทยอายุ 48 ปี ที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงาน แต่แรงงานไทยรายนี้ อาการป่วยจากโรคตับแข็งกำเริบ เป็นลมหมดสติในที่ทำงาน เนื่องจากกลัวจะถูกจับฐานว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมาย แทนที่จะเรียกรถพยาบาลส่งไปรักษาฉุกเฉิน กลับรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าของคนป่วย ป้องกันคนรู้ว่าทำงานอยู่ที่ฟาร์มของตน จากนั้นเรียกรถแท็กซี่ที่รู้จักและสั่งนายวิษณุ (นามสมมุติ) แรงงานไทยผิดกฎหมายอีกรายช่วยกันขนนายพัฒนาขึ้นรถ ขับไปทิ้งข้างถนนในที่เปลี่ยว ไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมา จากนั้นให้โชเฟอร์ขับรถแท็กซี่แสร้งทำตัวเป็นพลเมืองดี โทรศัพท์แจ้งความว่า เห็นคนนอนหมดสติข้างถนน ตำรวจรีบไปถึงที่เกิดเหตุและนำแรงงานไทยรายนี้ไปรักษาที่โรงพยาบาลฉางเกิง สาขาหลินโข่ว แต่เนื่องจากป่วยหนักและไม่ได้ส่งรักษาทันท่วงที นายพัฒนาเสียชีวิตใน 2 วันต่อมา ตำรวจตรวจพบผู้ตายเป็นลูกจ้างของนายเว่ย และเขาเองสั่งให้ขนคนป่วยไปทิ้ง เพื่อปัดความรับผิดชอบ

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา อัยการเถาหยวนสั่งฟ้องนายเว่ย พร้อมพวกรวม 4 คน ได้แก่ภรรยาของนายเว่ยที่ทราบเรื่องและช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า นายหวง โชเฟอร์แท็กซี่และนายวิษณุ แรงงานไทยผิดกฎหมาย ขอให้ศาลสั่งจำคุกคนละ 1 ปี ข้อหาทิ้งคนป่วยอาการหนักโดยไม่ให้ความช่วยเหลือ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2567 นายพัฒนา แรงงานไทยผิดกฎหมายเกิดอาการเป็นลมหมดสติในที่ทำงาน นายเว่ยเจ้าของฟาร์มกลัวจะถูกจับว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต แทนที่จะแจ้งสายด่วน 119 เรียกรถพยาบาลส่งรักษา กลับร่วมกับภรรยา ช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าของคนป่วย เพื่อไม่ให้คนรู้ว่าเคยทำงานอยู่ในฟาร์มของตน จากนั้นจ้างนายหวง อายุ 69 ปี โชเฟอร์ขับแท็กซี่ที่รู้จักและให้นายวิษณุ ช่วยกันขนคนป่วยขึ้นรถ ขับไปทิ้งข้างถนนในที่เปลี่ยว จากนั้น 40 นาทีให้หลัง ให้นายหวงโทรแจ้งความตำรวจ ตำรวจพร้อมรถพยาบาลรีบไปถึงที่เกิดเหตุและนำแรงงานไทยรายนี้ไปรักษาที่โรงพยาบาลฉางเกิง สาขาหลินโข่ว แต่เนื่องจากป่วยหนักและไม่ได้ส่งรักษาทันท่วงที นายพัฒนาเสียชีวิตใน 2 วันต่อมา ตำรวจสงสัยว่า คนป่วยไปนอนข้างถนนในที่ไม่มีคนผ่านไปมาได้อย่างไร จึงรายงานให้อัยการและนิติเวชตรวจชันสูตรศพ ขณะเดียวกันทำการตรวจสอบ พบผู้ตายเป็นแรงงานไทยผิดกฎหมายทำงานในฟาร์มของนายเว่ยนั่นเอง จุดที่ทิ้งอยู่ไม่ไกลจากฟาร์มของนายเว่ย และหลังเกิดเหตุ นายวิษณุ  แรงงานไทยผิดกฎหมายอีกรายและเป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ตายหายตัวไป อัยการสั่งตำรวจยื่นขอต่อศาล ใช้ระบบติดตามผู้ต้องที่มีระบบเทคโนโลยีเข้าช่วย จนสามารถติดตามและจับตัววิษณุ มาสอบสวน  

นายวิษณุให้การยืนยันว่า นายเว่ยและภรรยาเปลี่ยนเสื้อผ้าของผู้ตาย ก่อนเรียกให้ตนช่วยขนขึ้นรถแท็กซี่นำไปทิ้งนที่เปลี่ยว จากนั้น 40 นาทีต่อมา ให้โชเฟอร์แสร้งทำเป็นพลเมืองดี โทรแจ้งตำรวจว่า พบชายล้มหมดสติอยู่ข้างถนน ในขณะที่นายเว่ยและภรรยาอยู่ที่ฟาร์ม เผาทำลายเสื้อผ้า โทรศัพท์ และหลักฐานอื่น ๆ ของผู้ตาย เพื่อปกปิดความจริง  

ด้านอัยการและนิติเวช ทำการชันสูตรศพ พบที่ท้ายทอยของผู้ตายมีบาดแผล ทำให้ศีรษะมีเลือดคลั่ง สมองบวมและมีเลือดออกที่ก้านสมอง นำไปสู่ปอดอักเสบแทรกซ้อน สันนิษฐานว่า บาดแผลน่าจะเกิดจากขณะที่เป็นลมล้มหัวกระแทกพื้น ไม่แน่ใจการนำผู้ป่วยไปทิ้งข้างถนนจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเสียชีวิตโดยตรงหรือไม่ ไม่เข้าข่ายความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยเจตนา อัยการจึงสั่งฟ้องข้อหาทิ้งบุคคลที่ต้องได้รับการดูแล ขอให้ศาลสั่งจำคุกผู้ต้องหาทั้ง 4 คนละ 1 ปี

สำนักงานอัยการเถาหยวนกล่าวเตือนนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และทำหน้าที่ของนายจ้างให้การดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์และสุขภาพของแรงงานที่ตนว่าจ้าง กรณีที่ลูกจ้างประสบอุบัติเหตุหรือมีอาการเจ็บป่วย ต้องให้ความช่วยเหลือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งรักษาทันที มิใช่เพิกเฉยหรือกระทำในสิ่งที่ฝ่าฝืนกฎหมาย สำนักงานอัยการจะดำเนินคดีกับใครก็ตามที่กระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง