Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ชาวพม่ายื่น จม.เปิดผนึกถึง OHCHR ขอให้นานาชาติส่งความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเมียนมาผ่านตัวแทนรัฐบาล NUG หรือกองกำลังชาติพันธุ์ และสื่อสารถึงชาติสมาชิก BIMSTEC ไม่ปฏิสัมพันธ์กับ 'มินอ่องหล่าย' ในการประชุมที่ไทย ระหว่าง 3-4 เม.ย. 68 ด้าน กต.ยืนยันผู้นำสูงสุดพม่ามา BIMSTEC แต่ไม่ยืนยันกำหนดการ

 

2 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (2 เม.ย.) ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) ถนนราชดำเนิน (นอก) สุรัช กีรี ชาวพม่า สมาชิกกลุ่ม Bright Future ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เพื่อเรียกร้องให้นานาชาติช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวผ่านตัวแทนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) หรือกองกำลังชาติพันธุ์ และขอสื่อสารถึงชาติสมาชิก BIMSTEC ไม่ปฏิสัมพันธ์กับ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้นำสูงสุดของประเทศพม่า ในการประชุมวันที่ 3-4 เม.ย.นี้ 

โดยบรรยากาศการยื่นหนังสือในวันนี้มี ประทับจิต นีละไพจิตร เจ้าหน้าที่ OHCHR เป็นผู้รับหนังสือ และเผยว่าจะนำเรื่องนี้ส่งถึงข้อหลวงใหญ่ฯ ต่อไป 

โฆษณา - Advertising

สำหรับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG เป็นเสมือนรัฐบาลเงาของเมียนมา ก่อตั้งหลังจากกองทัพพม่าทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนเมื่อ 1 ก.พ. 2564 โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการล้มเผด็จการทหารพม่า และก่อตั้งสหพันธรัฐประชาธิปไตย ขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่ของรัฐบาลนี้มาจาก สส.ที่ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปลายปี 2563 สส.ชาติพันธุ์ นักกิจกรรม คนรุ่นใหม่ และ สส.พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) 

อยากให้ UN กดดัน รบ.ไทย ไม่ให้ชวน 'มินอ่องหล่าย' มา BIMSTEC

หลังจากการยื่นหนังสือ สุรัช ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขามายื่นหนังสือถึง OHCHR วันนี้เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลไทย ที่เชิญ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย มาประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 เหมือนเป็นการข้ามหัวคนพม่า ไม่มีใครเอามินอ่องหล่าย เขามองว่าการเชิญมินอ่องหล่ายมาประชุม มันเหมือนกับยอมรับกองทัพพม่า เลยอยากให้ UN บีบรัฐบาลไทยในยุติการเชิญมินอ่องหล่าย มาประชุม

"มินอ่องหล่าย ยึดอำนาจ ฆ่าประชาชน ถ้าชวนเขามาก็เท่ากับรัฐบาลไทยยอมรับ ตามหลักการ ไม่จำเป็นต้องเชิญมินอ่องหล่าย ลดระดับเหลือเชิญนักการทูตหรือคนอื่นๆ มา ไม่จำเป็นต้องให้มินอ่องหล่าย มาก็ได้" สุรัช กล่าว

ประเด็นต่อมา สุรัช กล่าวว่า เขาอยากให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากองค์กรนานาชาติ ส่งผ่านทางรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) มากกว่า เพราะว่าหากส่งความช่วยเหลือผ่านทางกองทัพพม่า เขากังวลว่าความช่วยเหลือมันจะไม่ทั่วถึง และไม่เท่าเทียม

ในวันเดียวกัน (2 เม.ย.) เวลา 16.00 น. นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า การประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 มีผู้นำจากประเทศเมียนมาเข้าร่วมแน่นอน โดยจะมาในวันประชุมสุดยอดผู้นำสูงสุด แต่ยังไม่ยืนยันเรื่องกำหนดการเดินทาง

สำหรับการเคลื่อนไหวต่อต้านมินอ่องหล่ายหลังจากวันนี้ สุรัช ระบุว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์เป็นหลัก เพราะว่าเขามีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของชาวพม่า หากเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครรับผิดชอบให้ได้ และการชุมนุมต้องมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถ้าไปชุมนุมที่จัดการประชุมที่ BIMSTEC ยังไงเขาก็ไม่อนุญาต

ทั้งนี้ ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือ BIMSTEC เป็นกรอบความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง 7 ประเทศในอ่าวเบงกอล ประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย โดยครอบคลุมความร่วมมือทั้งหมด 14 ด้าน ตั้งแต่การค้าการลงทุน การต่อต้านการก่อการร้าย ไปจนถึงการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยการประชุม BIMSTEC ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 มีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยจะจัดระหว่างวันที่ 3-4 เม.ย. 2568 นี้

รายละเอียดหนังสือ

เรียน สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) กรณีเมียนมา

เรื่อง ขอให้สหประชาชาติและนานาชาติช่วยเหลือประชาชนเมียนมา ไม่ใช่คณะรัฐประหารเมียนมา

ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 2564 เป็นต้นมา ผ่านมา 4 ปีแล้วที่คนธรรมดาได้ร่วมกันต่อต้านรัฐประหารทั้งด้วยสันติวิธีและการประท้วงนัดหยุดงานทั่วประเทศเรียกว่า Civil Disobedience Movement หรือ CDM จนต่อมาเกิดรัฐบาลพลัดถิ่น National Unity Government of Myanmar หรือ NUG และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน People's Defense Force หรือ PDF ขึ้นมาเพื่อยกระดับการต่อต้านพวกของมิน อ่อง หล่าย ที่จับกุมนักโทษการเมืองกว่า 28,405 คน และใช้อาวุธปืนไปจนถึงการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบ เข่นฆ่าประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 6,224 คน และก่อให้ต้องมีผู้ลี้ภัยอีกนับไม่ถ้วน โดยอ้างอิงจากสถิติของ Assistance Association for Political Prisoners หรือ AAPP

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.7 แมกนิจูด โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ทางตอนเหนือประเทศเมียนมา ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเป็นอย่างน้อย 2,719 คนแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็น 4,521 ราย และมีผู้สูญหายอีก 441 คน ระหว่างนี้แม้รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ National Unity Government จะพยายามประกาศให้มีการยุติการสู้รบชั่วคราวเพื่อให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ในวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมาก็มีรายงานว่ากองทัพเมียนมายังคงทิ้งระเบิดใส่ประชาชนเมียนมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีท่าทีว่าจะหาทางบรรเทาภัยพิบัติครั้งนี้ อาสากู้ภัยนานาชาติและการช่วยเหลือใดใดที่ถูกส่งไปยังช่องทางของกองทัพเมียนมาจึงจะไม่สามารถเข้าถึงหรือช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุด เช่น รัฐสะกาย มะเกว และมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายที่ต่อต้านการรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้เราจึงขอเรียกร้องต่อหน่วยงานสหประชาชาติและประชาคมโลก

  1. ให้สหประชาชาติและนานาชาติส่งความช่วยเหลือผ่านกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ National Unity Government โดยไม่ต้องผ่านช่องทางของกองทัพเมียนมา
  2. ให้สหประชาชาติและประชาคมโลกระวังไม่ให้กองทัพเมียนมาฉกฉวยวิกฤติครั้งนี้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองในเวทีระหว่างประเทศ ด้วยการเปิดรับขอความช่วยเหลือกรณีเฉพาะหน้า ระหว่างที่กองทัพยังคงดำเนินการเข่นฆ่า คุมขัง และบังคับการเกณฑ์ทหารอย่างต่อเนื่อง
  3. ให้ชาติสมาชิก BIMSTEC งดปฏิสัมพันธ์กับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ที่จะเข้าร่วมการประชุม BIMSTEC ในไทย เนื่องจากว่าเขาไม่ใช่ผู้นำที่ชอบธรรมของชาวเมียนมาและเป็นผู้ที่บังคับบัญชาให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนในเมียนมาอย่างร้ายแรงมาโดยตลอด
  4. ให้รัฐบาลไทยเร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวในประเทศไทยด้วยหลักการมนุษยธรรม โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติทางสัญชาติ สถานะบุคคล หรือเชื้อชาติศาสนา

ด้วยอาลัยต่อทุกความสูญเสียทั้งในไทยและเมียนมา

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising