Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์เฟสบุ๊ควิพากษ์วิจารณ์คววมล้มเหลวของรัฐบาลไทยในการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์แกงคอลเซ็นเตอร์ในพม่า ชี้ไทยปล่อยให้ข้อมูลการสืบสวนสอบสวนและปราบปรามอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์จากคนเกือบ 10,000 คน หลุดมือไปแล้ว และคนที่เหลือ 2,002 คน ก็ปล่อยพวกเขาไว้แบบทิ้งขว้าง ไร้มนุษยธรรม แทนที่จะเร่งช่วนคนเหล่านี้กลับบ้าน


ที่มาภาพ: เพจ กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang 

15 เม.ย. 2568 กัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์เฟสบุ๊ควิพากษ์วิจารณ์คววมล้มเหลวของรัฐบาลไทย ในการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์แกงคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

คววมล้มเหลวของรัฐบาลไทย ในการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์แกงคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา ผลจากการทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก !!!

2 เดือนแห่งการทำงานแบบลูบหน้าปะจมูกในการจัดการกับขบวนการนำพาและค้ามนุษย์ !! ครบ 2 เดือนในการช่วยเหลือชาวต่างชาติเหยื่อการค้ามนุษย์ จากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ในเมียวดี ยังมีชาวต่างชาติติดค้างไม่ได้กลับบ้านอีก 2,002 คน

ทำไมกระบวนการส่งกลับชาวต่างชาติ (ที่ไม่ใช่ชาวจีน) จึงล่าช้า จนเกิดเหตุประท้วงของชาวต่างชาติ 275 คน ซึ่งมีทั้งชาวเอธิโอเปีย ไนจีเรีย รวันดา กานา เชียร่าลีโอน มาลาวี แคมเมอรูน บุรุนดี ซิมบับเว และ อินเดีย ที่อยู่ในการดูแลของกองกำลัง DKBA  ในบ้านช่องแคบ เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก คนเหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ มาอยู่ในที่พักของ DKBA กว่า 2 เดือนแล้ว ไม่มีความคืบหน้าว่าจะได้กลับเมื่อไหร่ เพราะกลไกที่รับต่อของรัฐไทยไม่สามารถปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ความเป็นจริง ที่ต้องใช้กลไกทำงานร่วมกับรัฐบาลเมียนมาที่ไม่มีอำนาจเต็มในพื้นที่เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงได้ 

ในรัฐเมืองดมียวดี ที่ต้องมาจัดการผ่านกองกำลัง BGF ถือว่ายากมากพอแล้ว ในขณะที่ DKBA ที่เป็นอีกกองกำลังหนึ่งและไม่มีตัวแทนของรัฐบาลเมียนมาอยู่เลย และมีพื้นที่ห่างจากตัวเมืองเมียวดีพอควร จึงทำให้การจัดการในการส่งผู้ที่คาดว่าเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์นั้นทำได้ยากมากยิ่งขึ้น

ถ้าจำกันได้ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผมได้ไปร่วมสังเกตุการณ์รับชาวต่างชาติ 260 ที่ทางกองกำลัง DKBA ช่วยมาจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ให้ข้ามมาไทยผ่านบ้านช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ข้ามท่าข้ามที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองกำลัง DKBA ส่งให้กับทางการไทยโดยตรง ที่มี พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับการ ฉก.ราชมนู ทางตำรวจ สภ.พบพระ พร้อมฝ่ายปกครองนายอำเภอพบพระ และทีมสหวิชาชีพ มารับชาวต่างชาติเข้าคัดกรองผ่านกลไกส่งต่อระดับชาติ NRM เพื่อคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์นั้น ถูกมองว่าเป็นการส่งกลับแบบเถื่อนเพราะไม่ได้ผ่านกลไกรัฐต่อรัฐ (G to G) แต่เป็นไงครับตอนนี้ทุกคนได้กลับบ้าน และพบว่าเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

แต่ไปดูกลไกรัฐต่อรัฐที่ทำกันระหว่างรัฐบาลเมียนมา จีนและไทยนั้น  ถูกมองว่าเป็น “ดีลปีศาจ” ลองดูความเป็นจริงครับว่าเกิดอะไรขึ้น

1. ชาวต่างชาติรวม 8,951 คน จากจำนวน 33 ชาติ มากที่สุดคือจีน 5,414 คน ที่เริ่มส่งตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.68 ถึง 10 เม.ย.68 คนเหล่านี้ไม่ต้องเข้ากลไก NRM

2. คนจีนส่งกลับผ่านทางสนามบินแม่สอด กลับไปโดยที่ไทยไม่ได้สอบคัดแยกเหยื่อ หรือคัดแยกว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์เลย

3. สำหรับชาวต่างชาติทั้ง 33 ชาติ มีบางชาติเข้า NRM อย่างย่อ เพราะต้องนั่งรถมาขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ

4. ไทยเราปล่อยให้ข้อมูลการสืบสวนสอบสวน และปราบปรามอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ จากคนเกือบ 10,000 คน หลุดมือไปแล้ว และคนที่เหลือ 2,002 คน ก็ปล่อยพวกเขาไว้แบบทิ้งขว้าง ไร้มนุษยธรรม ที่จะเร่งช่วนคนเหล่านี้กลับบ้าน

อย่ามาเรียกว่านี่คือภารกิจมนุษยธรรมเพราะการปล่อยให้เหยื่อค้ามนุษย์ตกอยู่ในอันตรายแม้จะอ้างว่าการกระทำผิดไม่เกิดในไทย แต่ไทยซึ่งเป็นประเทศทางผ่านและถ้าสอบสวนขยายผลขบวนการนำพานั้น อาชญากรข้ามชาตินี้ได้กระทำความผิดในประเทศไทยคือการนำพาและหลอกลวงคนผ่านประเทศไทย ซึ่งย่อมมีคนไทยเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

แต่รัฐบาลไทยและตำรวจไทยไม่ทำ เพราะอะไรต้องการปกปิดผลประโยชน์ของใครกันแน่ ??

ดีลปีศาจแลกประเทศระหว่าง 3 ชาติ นี้ต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะเราในนามประเทศไทยต้องตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนว่าเป็นการร่วมกันปกปิดการกระทำผิดของใครหรือกลุ่มใดในประเทศไทย ทั้งส่วนกลางและท้องที่ใช่หรือไม่ ??

2 เดือนแห่งการทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ทำเพื่อให้คนจำนวนมากๆ หายไปโดยเร็ว โดยเฉพาะคนจีน เลยทำให้เห็นว่าไม่มีการเตรียมความพร้อมในการทำงานให้ครบวงจรและครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการตัดตอนข้อมูลขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ถูกส่งคนจีนกลับจีนโดยทันที และที่ทิ้งคนสัญชาติอื่นๆ นอกจากจีนให้เผชิญกับความงุนงงของระบบของไทย ร่วมติดตามกันต่อไปครับ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง