ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมประจำปี 2568 ประเภทงานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ขณะที่ครอบครัวผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมถูกกดดันจากสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ให้ออกจากพื้นที่ โดยเมื่อต้นปี 2563 สำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ มีคำสั่งให้ศาลเจ้าแม่ทับทิมย้ายออกจากพื้นที่เพื่อแผนจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นคอนโดมิเนียม นอกจากนี้เพ็ญประภา พลอยสีสวย ผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองยังถูกสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 122 ล้านบาท จากการไม่ย้ายออกจากพื้นที่
22 เม.ย. 2568 ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง ศาลเจ้ากลางชุมชนสามย่านที่กำลังเผชิญกับการไล่รื้อได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมประจำปี 2568 ประเภทงานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ในขณะที่มีรายงานว่าครอบครัวผู้ดูแลศาลเจ้าอาจถูกกดดันให้ออกจากพื้นที่
รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่ให้กับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมหรือชุมชนที่ประสบผลสำเร็จ ผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นสถาปัตยกรรมหรือชุมชนที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีอายุไม่น้อยกว่า 50 ปี โดยมีเกณฑ์การเข้ารับพิจารณารางวัลว่าควรเป็นงานอนุรักษ์ที่มีความเข้าใจในคุณค่าของแหล่งมรดก ใช้เทคนิควิธีการอนุรักษ์ที่เหมาะสม และเป็นงานอนุรักษ์ที่ส่งผลดีต่อสังคมหรือส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายโดยมีลักษณะต่างๆ ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับพระราชทานโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี






ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองตั้งอยู่ในชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนบริเวณสามย่าน-สะพานเหลือง คาดว่ามีอายุยาวนานมากกว่า 100 ปี โดยเมื่อช่วงต้นปี 2563 สำนักงานทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งให้ศาลเจ้าย้ายออกจากพื้นที่ โดยระบุว่าพื้นที่ที่ศาลเจ้าตั้งอยู่เป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย และสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ต้องการให้ผู้ดูแลศาลเจ้าย้ายออกเนื่องจากมีแผนจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นโครงการคอนโดมิเนียม ต่อมาเมื่อครอบครัวผู้ดูแลศาลปฏิเสธที่จะย้ายออก สำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ จึงดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก เพ็ญประภา พลอยสีสวย ผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองจำนวนกว่า 122 ล้านบาท
ความพยายามไล่รื้อศาลเจ้าทำให้เกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านการรื้อศาลในหมู่นักกิจกรรม นิสิตนักศึกษา และนักวิชาการ ที่ยืนยันว่าศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เมื่อปี 2567 สารคดีเรื่อง The Last Breath of Sam Yan ซึ่งบันทึกเรื่องราวการต่อสู้เรียกร้องของผู้คนในละแวกสามย่านและนิสิตนักศึกษาเพื่อปกป้องศาลเจ้าแม่ทับทิมจากการถูกไล่รื้อ ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 32 สาขาสารคดียอดเยี่ยม
เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชุมชน รวมถึงต่อต้านการรื้อศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง มองว่าการได้รับรางวัลดังกล่าวแสดงว่าศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ซึ่งจะสร้างแรงกดดันและทำให้การไล่รื้อศาลเจ้ายากขึ้น เนติวิทย์ระบุว่าหลังการเปลี่ยนผู้บริหารมหาวิทยาลัย ทางจุฬาฯ มีท่าทีประนีประนอมมากขึ้น แต่เขายังกังวลว่าไม่ว่าจะรื้อศาลเจ้าแม่ทับทิมหรือไม่ ครอบครัวของผู้ดูแลศาลก็อาจถูกบังคับให้ย้ายออกเนื่องจากความไม่เข้าใจวัฒนธรรมชุมชนที่จะต้องมีผู้ดูแลศาลอยู่ในศาลเจ้าตลอดเวลา ตามวัฒนธรรมแล้วจะต้องมีการจุดไฟตะเกียงและธูปเทียนในศาลเจ้าตลอดเวลา ทำให้ต้องมีคนเฝ้าตลอดเพื่อป้องกันไฟไหม้ โดยมากแล้วครอบครัวผู้แลศาลเจ้ามักรับหน้าที่นี้ต่อกันมาในตระกูล เพ็ญประภาผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมคนปัจจุบันก็เป็นลูกสะใภ้ที่แต่งงานกับลูกชายคนโตของตระกูลผู้ดูแล ดังนั้นจึงรับหน้าที่ดูแลศาลต่อจากสามีที่เสียชีวิตไปแล้วและอยู่ที่ศาลเจ้ามากว่า 30 ปี
ปัจจุบันศาลยังคงตั้งอยู่ในไซต์งานก่อสร้างและเปิดให้เข้าสักการะตามปกติ เนติวิทย์ระบุว่า สภาพโดยรอบไม่ค่อยปลอดภัย โดยเฉพาะเวลากลางคืน และมักจะถูกน้ำท่วมเวลาฝนตก แต่ในขณะเดียวกัน ศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นที่นิยมมากขึ้นและนิสิตปัจจุบันให้ความสนใจ ส่วนตัวเชื่อว่านิสิตจุฬาปัจจุบันจำนวนมากจะต้องเคยมาที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมซึ่งเป็นเหมือนที่พึ่งทางใจของนิสิต
เนติวิทย์ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการเข้าชื่อเพื่อคัดค้านการไล่รื้อศาลเจ้าแม่ทับทิม โดยรวบรวมรายชื่อได้มากกว่า 50,000 รายชื่อ ในจำนวนนี้มีมากกว่า 2,000 คนที่เป็นนิสิตปัจจุบัน มากกว่า 3,000 คนเป็นศิษย์เก่า และมี 51 คนเป็นอาจารย์ และอีก 120 คนเป็นบุคลากรของจุฬาฯ
ในเดือนสิงหาคม 2566 ศาลชั้นต้นตัดสินให้ผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมต้องย้ายออกจากพื้นที่ เนติวิทย์ระบุว่ามีการยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำสั่งว่าจะรับอุทธรณ์หรือไม่ ในขณะที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ยกัน
มติชนสุดสัปดาห์ และ The Standard รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 เม.ย. 2568) ว่า มีแหล่งข่าวระบุว่าอาจมีความพยายามบังคับให้ครอบครัวของผู้ดูแลศาลและสุนัขที่เลี้ยงไว้ย้ายออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด โดยทางจุฬาฯ ต้องการให้ผู้แลศาลเจ้าแม่ทับทิมมาเจรจาในวันที่ 21 เม.ย. 2568 แต่วันดังกล่าวอยู่ในช่วงการจัดงานเทศกาลเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นงานประจำปีและปีนี้มีผู้เข้าร่วมสักการะจำนวนมาก ทำให้ผู้แลศาลเจ้าแม่ทับทิมล้มป่วยเนื่องจากไม่มีเวลาพักผ่อน และเมื่อไปโรงพยาบาลก็ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องผ่าตัดและไม่สามารถไปตามนัดหมายได้ โดยมีการแนบจดหมายและใบรับรองแพทย์ยืนยัน แหล่งข่าวระบุว่าก่อนหน้านี้ได้มีการให้เจ้าหน้าที่ทำการบังคับคดีกับผู้ดูแลศาลไปแล้ว ทำให้ต้องยื่นขอประกันตัวออกมาสู้คดี ทำให้เกิดความกังวลว่าจะถูกถอนประกันหากผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมไม่ย้ายออก
สำหรับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมประจำปี 2568 ประเภทงานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน มีผู้ได้รับรางวัลดังนี้
- ระดับดีเยี่ยม ไม่มีผู้สมควรได้รับรางวัล
- ระดับดีมาก พิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้าในพระบรมราชูปถัมป์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดเชียงใหม่
- ระดับดี เรือนพระยาฯ กรุงเทพมหานคร
- ระดับสมควรได้รับการเผยแพร่ ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง กรุงเทพมหานคร, หอธรรมแบบล้านนา ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่, และหอพื้นถิ่นล้านนา ภายใต้ศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


ศาสตราจารย์เจมส์ ร็อบสัน ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาภาษาและอารยธรรมเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้อำนวยการ สถาบันฮาร์วาร์ด-เยนชิง ออกสาสน์แสดงความยินดีแก่เพ็ญประภาผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง เนื่องในโอกาสที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุ บางครั้งในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา คนที่มีความพิเศษอย่างแท้จริงก็เผยตนขึ้น แม้พวกเขาจะไม่ได้เป็นผู้นำขบวนการใหญ่หรือปรากฏตัวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็ตาม เพ็ญประภาคือหนึ่งในบุคคลเช่นนั้นที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม แม้ต้องเผชิญกับผู้ที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ระยะสั้นและทุนที่ขาดหัวใจ
