ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างแล้วไม่จ่ายค่าชดเชย แนะปรับกฎระเบียบการยึดทรัพย์นายจ้างกรณีปิดกิจการให้พนักงานเป็นเจ้าหนี้อันดับแรกเสมอ

27 เม.ย. 2568 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างแล้วไม่จ่ายค่าชดเชย ระบุว่าด้วยการเรียกร้องของขบวนการแรงงาน ปัจจุบันจึงมีกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งบัญญัติสิทธิของผู้ใช้แรงงานไว้หลายประการเกี่ยวกับการเลิกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินค่าทดแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือเรื่องเงินค่าชดเชยการเลิกจ้าง ทำให้ผู้ใช้แรงงานทั่วไทยมีสิทธิ์ในเงินก้อนสำหรับการตั้งตัวใหม่เมื่อถูกเลิกจ้าง ทั้งนี้ในภาพความเป็นจริงแล้ว กลับยังมีการเลิกจ้างแล้วไม่จ่ายเงินค่าชดเชยจำนวนมาก แม้ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานได้ออกคำสั่งและสรุปสาระข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนในวงกว้างต่อผู้ใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของคนงานบริษัทบอดี้แฟชั่นฯ แอลฟ่าสปินนิ่ง เอเอ็มซีสปินนิ่ง ยานภัณฑ์
หรือกรณีอื่น ๆ ปัญหาที่ส่งต่อมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันคือการที่นายจ้างสามารถปิดกิจการหนีความรับผิดชอบในการจ่ายค่าชดเชยและหลบเลี่ยงกฎหมายในลักษณะคล้ายกันจนเป็นเยี่ยงอย่าง และได้สร้างความเสียหายต่อผู้ใช้แรงงานอย่างชัดเจน ข้อเท็จจริงจึงควรเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า หากไร้ซึ่งมาตรการเพิ่มเติมในการปกป้องสิทธิแรงงานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน การเลิกจ้างลอยแพก็มีแต่จะแพร่ระบาดและบ่อนทำลายชีวิตคนงานต่อไปโดยไม่รู้จบ
พวกเราขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ในฐานะประชานและเพื่อนร่วมสังคมกับพี่น้องแรงงานจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเร่งแก้ไขปัญหาของคนงานบริษัท ยานภัณฑ์ บอดี้แฟชั่นฯ แอลฟ่าสปินนิ่ง เอเอ็มซีสปินนิ่ง และกำหนดมาตรการการป้องกัน มิให้เกิดอาชญากรรมในประเภทการเลิกจ้างลอยแพโดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชยและเงินอื่น ๆ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ในอนาคตอีก รวมถึงให้มีมาตรการการเยียวยาแรงงานผู้ได้ตกเป็นเหยื่อจากการเลิกจ้างลอยแพในปัจจุบันทั่วประเทศไทยด้วย
เพื่อดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนประชาชน เราจึงมีข้อเสนอดังนี้
1.ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มพนักงานทั้ง 4 บริษัท ที่กำลังชุมนุมอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลโดยด่วนที่สุด
2.ให้รัฐบาลร่วมงานกับฝ่ายต่าง ๆ เพื่อบัญญัติกฎหมายว่าด้วยกองทุนประกันความเสี่ยงจากการเลิกจ้าง
3.ให้รัฐบาลปรับกฎระเบียบให้ตำรวจสามารถเข้าจับกุมนายจ้างที่ละเมิดกฎหมายได้อย่างทันท่วงที
4.ให้รัฐบาลปรับกฎระเบียบการยึดทรัพย์นายจ้างกรณีปิดกิจการให้พนักงานเป็นเจ้าหนี้อันดับแรกเสมอ
เราขอเน้นย้ำว่าการจ่ายเงินค่าชดเชยการเลิกจ้างพนักงานนั้นเป็นหน้าที่โดยตรงของนายจ้าง
แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อเกิดการละเมิดกฎหมายโดยการเลี่ยงการจ่ายเงินนี้ให้กับพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐก็จะต้องไม่ละเว้นในหน้าที่ของตนเองในการพิทักษ์กฎหมาย และหากเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถใช้อำนาจเพื่อให้กฎหมายมีผลลัพธ์จริงที่สอดคล้องตามหลักการของกฎหมายได้ รัฐบาลก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวในหน้าที่ดังกล่าว
และเราจะยังติดตามการดำเนินการของรัฐบาลและรวมพลังประชาชนจับมือกันเดินหน้าต่อไปเพื่อให้ถึงสักวันหนึ่งที่สิทธิของคนจะเท่าเทียมกันและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
