กสม.ชี้การที่ กอ.รมน. ‘ขอความร่วมมือ’ ไม่ให้เผยแพร่งานวิจัย ‘ในนามของความมั่นคงภายใน การแทรกซึมสังคมของกองทัพไทย’ เขียนโดย 'พวงทอง' รวมถึงการแจ้งจุฬาฯ ตั้งคณะกรรมการสอบและขู่ดำเนินคดี ถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ สร้างความกลัว พร้อมมีมติแนะยุติการแทรกแซง และให้จุฬาฯ คุ้มครองนักวิชาการในการใช้เสรีภาพ
8 พ.ค. 2568 เมื่อเวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยวสันต์ ภัยหลีกลี้ และสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 16/2568 โดยมีวาระสำคัญ คือ การวินิจฉัยกรณีของ กอ.รมน. ขอความร่วมมือไม่ให้เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง "ในนามของความมั่นคงภายใน การแทรกซึมสังคมของกองทัพไทย"
วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2567 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้แถลงข่าวขอความร่วมมือให้ระงับการตีพิมพ์และเผยแพร่งานวิจัยเรื่อง "ในนามของความมั่นคงภายใน การแทรกซึมสังคมของกองทัพไทย" ของศาสตราจารย์ พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อสังเกตต่อบทบาทและกิจการความมั่นคงภายในของกองทัพ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อหลักเสรีภาพทางวิชาการ จึงมีมติให้หยิบยกกรณีดังกล่าวเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
กสม.ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รับรองเสรีภาพทางวิชาการของผู้ทำงานวิชาการที่อยู่บนพื้นฐานหลักวิชาการอย่างถูกต้อง ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องไม่ขัดต่อหน้าที่หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ต้องเคารพ และไม่ปิดกั้นความเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นสิทธิที่เกี่ยวพันโดยตรงกับสิทธิของบุคคลในการแสวงหา รับ และถ่ายทอดความรู้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตรวจสอบหรือถูกคุกคาม โดย พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้การจัดการอุดมศึกษาต้องเป็นไปตามหลักความรับผิดชอบต่อสังคม
หลักเสรีภาพทางวิชาการ หลักความเป็นอิสระ และหลักความเสมอภาค ประกอบกับแนวปฏิบัติตามหลักความรับผิดชอบต่อสังคม หลักเสรีภาพทางวิชาการ หลักความเป็นอิสระ และหลักความเสมอภาค พ.ศ. 2564 กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษากำหนดแนวทางปฏิบัติในการใช้เสรีภาพทางวิชาการ โดยต้องให้คณาจารย์มีเสรีภาพทางวิชาการโดยปราศจากการข่มขู่ การใช้อำนาจ หรือการแทรกแซง สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และข้อเสนอแนะขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)
กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ กอ.รมน. แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนขอความร่วมมือไม่ให้เผยแพร่งานวิจัย เรื่อง “ในนามของความมั่นคงภายใน การแทรกซึมสังคมของกองทัพไทย” โดยให้เหตุผลว่าผู้วิจัยไม่มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงโดยตรง ไม่มีผลงานทางวิชาการในด้านความมั่นคงของรัฐปรากฏให้เห็นมาเป็นลำดับ ไม่ได้ทำการศึกษาวิจัยตามระเบียบวิธีวิจัย เลือกใช้ข้อมูลเฉพาะที่สนับสนุนแนวคิดของตน และไม่ได้จัดเก็บข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ประกอบกับกรณีที่ กอ.รมน. เข้าพบผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยไม่ประสานล่วงหน้าก่อนจัดกิจกรรมเปิดตัวงานวิจัยดังกล่าวเพียง 1 วัน ย่อมแสดงให้เห็นว่า กอ.รมน. กระทำไปโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หยุดการเผยแพร่งานวิจัย อันเป็นการแทรกแซงและปิดกั้นการใช้เสรีภาพทางวิชาการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เนื่องจาก กอ.รมน.มิได้แสดงให้เห็นว่า การเผยแพร่งานวิจัยดังกล่าวขัดต่อหน้าที่หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่เคารพและปิดกั้นความเห็นแตกต่างของบุคคลอื่นอย่างไร ซึ่งเป็นเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญในการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการ และความสามารถของนักวิจัยในการวิเคราะห์กิจการทหารโดยปราศจากการบังคับจากภายนอกถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสังคมในระบอบประชาธิปไตยและการกำหนดนโยบายอย่างรอบด้าน
แม้ว่า กอ.รมน. จะดำเนินการโดย "ขอความร่วมมือ" มากกว่าออกคำสั่งโดยตรง แต่ความไม่สมดุลของอำนาจสามารถสร้างผลกระทบให้บรรดานักวิชาการไม่กล้าที่จะทำการวิจัยอย่างเป็นอิสระได้ ส่วนข้อโต้แย้งของ กอ.รมน.เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของผู้วิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร และความล้าสมัยของงานวิจัย เป็นการโต้แย้งในประเด็นเชิงเนื้อหาและคุณภาพของงานวิจัย รวมทั้งความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูลตามระเบียบวิธีวิจัย ไม่สามารถใช้เป็นเงื่อนไขในการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการของผู้ทำวิจัยได้
นอกจากนี้ การที่ กอ.รมน.แจ้งให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นต้นสังกัดของผู้วิจัยตรวจสอบจริยธรรม รวมทั้งแจ้งว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมาย เป็นการดำเนินการในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างบรรยากาศให้เกิดความหวาดกลัวในการใช้เสรีภาพทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐ และปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของสังคม ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการค้นคว้าหาความรู้ การตีพิมพ์และความอิสระทางปัญญา ในชั้นนี้ จึงรับฟังได้ว่าการที่ กอ.รมน. แถลงข่าวขอความร่วมมือระงับการตีพิมพ์และเผยแพร่งานวิจัยดังกล่าว เป็นการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2568 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังต่อ กอ.รมน. ให้ระงับและยุติการกระทำใดๆ อันเป็นการใช้อำนาจแทรกแซง ซึ่งมีลักษณะเป็นการลิดรอนต่อเสรีภาพทางวิชาการของศาสตราจารย์พวงทอง ภวัครพันธุ์ เพื่อเป็นหลักประกันการใช้เสรีภาพในทางวิชาการต่องานวิจัย และให้กำหนดแนวทางและวางกรอบนโยบาย โดยงดเว้นการกระทำในลักษณะการให้ระงับงานเขียนหรือการตีพิมพ์และเผยแพร่เอกสารทางวิชาการที่ได้จากการศึกษาวิจัยด้วย
นอกจากนี้ ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด คุ้มครองบุคลากรหรือนักวิชาการในการใช้เสรีภาพทางวิชาการตามที่พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 และแนวปฏิบัติตามหลักความรับผิดชอบต่อสังคม หลักเสรีภาพทางวิชาการ หลักความเป็นอิสระ และหลักความเสมอภาค พ.ศ. 2564 กำหนดไว้
