เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งที่เกียวโตมีนโยบายให้ผู้เข้าพักที่เป็นชาวอิสราเอลต้องแสดงตัวว่า ไม่เคยก่ออาชญากรรมสงคราม จนถูกร้องเรียนจากทูตอิสราเอลว่าเลือกปฏิบัติ และทำให้ทางการเมืองเกียวโตกดดันให้เปลี่ยนนโยบายนี้ เจ้าของเกสต์เฮาส์ดังกล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า เขาไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนนโยบายเข้าพัก หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่เมืองเกียวโตสอบสวนและถูกทูตอิสราเอลประณามก็ตาม
17 พ.ค. 2568 อาเสะ คิชิ เจ้าของที่พักชื่อ วินด์ วิลลา (WIND VILLA) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า เขาไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนนโยบายเข้าพัก หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่เมืองเกียวโตสอบสวนและถูกทูตอิสราเอลประณามก็ตาม คิชิกล่าวว่า เขาเริ่มมีนโยบายให้ผู้เข้าพักลงชื่อในเอกสารรับรองว่าไม่ได้ก่ออาชญากรรมสงครามเมื่อหกเดือนก่อน จากสถานการณ์การเมืองโลก
“ผมแค่ต้องการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสำหรับที่พักของเราและแขก พร้อมกับแสดงออกวว่าไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามและการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” จนถึงตอนนี้มีเพียงสี่คนที่ลงชื่อ เป็นชาวอิสราเอล 3 คน รัสเซีย 1 คน
คิชิยืนยันว่า ผู้เข้าพักทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มนี้ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนก็ตาม นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่เข้าพักเมื่อเดือนเมษายนเป็นคนแรกที่ร้องเรียนกับทางการ ขณะที่แขกคนอื่นๆ แปลกใจกับเอกสาร แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่คัดค้าน ดูท่าทางงุนงงเท่านั้น คิชิกล่าวว่า คนล่าสุดค่อนข้างโกรธและงง แต่สุดท้ายก็ยอมลงชื่อ และบอกว่า เขาไม่ได้ก่อสงครามใดๆ คิชิยังโต้ตอบกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลรายนี้ทาง X เมื่อเดือนเมษายน เขาบอกว่าชายคนนี้เป็นแขกที่ดีเหมือนกับคนอื่นๆ และยอมรับว่ารู้สึกเสียใจเล็กน้อย ชายคนนี้ยังทักทายเชาทุกครั้งที่เจอกันและยังช่วยเขาถือกระเป๋า แต่ชายคนนี้เชื่อว่า สิ่งที่อิสราเอลทำถูกต้อง และคิดว่าเขาถูกล้างสมอง
ขณะที่ทูตอิสราเอล จิลาด โคเฮน กล่าวหาว่า วินด์ วิลลาเลือกปฏิบัติต่อชาวอิสราเอล และเน้นว่า “เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมสงครามใดๆ ที่ละเมิดมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ” เขาโพสต์ใน X เมื่อ 10 พ.ค.2568 ว่า การกระทำของเจ้าของเกสต์เฮาส์เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจนต่อพลเมืองอิสราเอล และยอมรับไม่ได้ที่บอกว่าชาวอิสราเอลเป็นอาชญากรสงคราม เขาเรียกร้องให้เมืองเกียวโตจัดการเรื่องนี้ “เราเชื่อมั่นว่า ทางการญี่ปุ่นจะยังคงรักษาค่านิยมในการบริการและความเคารพผู้อื่น และญี่ปุ่นก็มีชื่อเสียงในการทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกได้รับการต้อนรับและปลอดภัย”
นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลอีกคนหนึ่งที่ไม่ระบุชื่อให้สัมภาษณ์กับสื่ออิสราเอลว่า เขาเป็นหน่วยแพทย์ในกองทัพเรือ “การลงชื่อยอมรับเป็นเงื่อนไขของการเช็คอินเข้าที่พัก ประโยคที่เขียนไว้ถูกต้อง “ข้าพเจ้าไม่ได้ก่ออาชญากรรมสงครามใดๆ และทหารอิสราเอลไม่ได้ก่อสงคราม ผมลงชื่อเพราะว่าไม่อยากจะสร้างปัญหา เพราะเอกสารนี้ไม่มีความหมายใดๆ”
ผลจากการร้องเรียนของโคเฮนและสถานทูตอิสราเอล เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวเกียวโตเข้าสอบสวนเกสต์เฮาส์นี้หลายครั้ง คิชิกล่าวว่า อย่างน้อยที่สุด ทั้งเมืองเกียวโตและรัฐบาลญี่ปุ่นก็ไม่คิดว่า เรื่องนี้ละเมิดกฎหมายโรงแรม เพียงแต่แสดงความกังวลและพยายามให้เขาเปลี่ยนวิธี ไม่ให้ใช้คำตรงไปมา เขาเปลี่ยนคำที่ใช้
ด้านเว็บไซต์จองที่พักเช่น Booking.com ระงับบัญชีของ WIND VILLA ตั้งแต่เมษายน แม้ว่าแขกชาวอิสราเอลจะจองผ่าน Expedia.com และ Expedia ก็ไม่ได้ระงับบัญชีเช่นเดียวกับผู้ให้บริการอื่นๆ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในเกียวโตเมื่อปี 2567 ตอนที่โรงแรมแห่งหนึ่งปฏิเสธไม่ให้ชายชาวอิสราเอลเข้าพัก เพราะเขาอาจจะเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการโจมตีกาซ่า โรงแรมได้รับคำเตือนจากเมืองโตเกียวว่าทำผิดกฎหมาย ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นในว่านั้นว่า การปฏิเสธไม่ให้แขกเข้าพักเพราะสัญชาติเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ผู้มาเยือนญี่ปุ่นจะต้องสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยความรู้สึกว่าปลอดภัย
เรียบเรียงจาก
