Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“ซิฟิลิสระบาด! มหาสารคาม 2 วัน เจอ 3 ราย HIV พุ่ง 443 คน 😰…”

ข้อความข้างต้น อาจทำให้ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า มหาสารคามพบผู้ติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้น 443 คน แต่ความจริงแล้ว ตัวเลข 443 คนที่ว่า คือยอดการพบผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 5 โรคหลักรวมกันในปี 2568 โดยเป็นผู้ติดเชื้อ HIV จำนวน 136 คน อ้างอิงตามโพสต์ของ ‘ทีมสื่อสารความเสี่ยง สาธารณสุขมหาสารคาม’ ที่โพสต์เมื่อ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา

ดังนั้นคำว่า “HIV พุ่ง 443 คน” จึงชวนเข้าใจผิด หรืออาจเรียกว่าผิดข้อเท็จจริงเลยทีเดียว

ที่น่ากังวลคือ ข้อความดังกล่าวถูกโพสต์โดยเพจเฟซบุ๊ก ของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงบนพาดหัวของสื่อหลายสำนัก ในช่วงระหว่างวันที่ 27-28 พ.ค. อีกต่างหาก

โฆษณา - Advertising

“ซิฟิลิสระบาด! มหาสารคาม 2 วัน เจอ 3 ราย
HIV พุ่ง 443 คน 😰 แนะป้องกัน! ใส่ถุงยางทุกครั้ง
ตรวจสุขภาพทุกปี #ลดเสี่ยงโรค #SafeSex”
(ข้อความก่อนที่จะมีการปรับแก้)
ที่มา: สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth

เรื่องเป็นมายังไง?

ย้อนไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ภัคธิญาณ์ บุญตรา โพสต์เล่าเรื่องราวการตรวจเลือดคนไข้ของคลินิกเทคนิคการแพทย์แห่งหนึ่งในมหาสารคาม พบติดซิฟิลิส 3 ราย หนึ่งในนั้นพบว่าติดเชื้อ HIV ร่วมด้วย โดยมียอดแชร์โพสต์กว่า 1 หมื่นครั้ง ในวันเดียวกัน เฟซบุ๊ก คริสตัลคลินิก มหาสารคาม ยังได้โพสต์เตือนการระบาดของซิฟิลิสในหมู่นักศึกษาจังหวัดมหาสารคาม คาดว่าเป็นกรณีเดียวกันกับโพสต์ของภัคธิญาณ์ ทำให้กรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสังคมอย่างมาก

ที่มา: ภัคธิญาณ์ บุญตรา (โพสต์เมื่อ 25 พ.ค. 68 เวลา 11:51 น.)

ที่มา: คริสตัลคลินิก มหาสารคาม (โพสต์เมื่อ 25 พ.ค. 68 เวลา 16:21 น.)

โฆษณา - Advertising

สองวันต่อมา (27 พ.ค.) เฟซบุ๊ก ‘ทีมสื่อสารความเสี่ยง สาธารณสุขมหาสารคาม’ โพสต์อินโฟกราฟิกระบุจำนวนการพบผู้ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 5 โรคหลัก ของจังหวัดมหาสารคาม ในปี 2568 ประกอบไปด้วย HIV, หนองใน, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบ บี, หูด รวมทั้งสิ้น 443 คน โดยเป็นผู้ติดเชื้อ HIV 136 คน (อัตราป่วย 14.40 ต่อ 1 แสนประชากร) และมีผู้ป่วยสะสมเสียชีวิต 49 คน ในปี 2568

ที่มา: ทีมสื่อสารความเสี่ยง สาธารณสุขมหาสารคาม (โพสต์เมื่อ 27 พ.ค. 68 เวลา 9:07 น.)

ความสับสนบนหน้าสื่อ

หลังจากสังคมให้ความสนใจกรณีดังกล่าวอย่างล้นหลาม สื่อหลายสำนักหยิบข่าวนี้ไปรายงาน เตือนภัยการระบาดของซิฟิลิส-HIV โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน แต่กลับพาดหัวข่าวที่ชวนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเลขการพบผู้ป่วย HIV ในจังหวัดมหาสารคามแบบที่กล่าวไปข้างต้น คือชี้ว่าจนถึงเดือนพฤษภาคม 2568 มีผู้ป่วย HIV รายใหม่พุ่งถึง 443 คน ซึ่งจริงๆ แล้วผิดข้อเท็จจริง

ตัวอย่างเช่น ยูทูป Bright TV โพสต์คลิปข่าวโดยใช้พาดหัว “เสียชีวิตแล้ว 49 ราย มหาสารคามพบผู้ติดเชื้อ HIV ระบาดหนัก 443 ราย ซิฟิลิสระบาดโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา” มียอดรับชมกว่า 3 แสนครั้ง

โฆษณา - Advertising

ที่มา: Bright TV (โพสต์เมื่อ 27 พ.ค. 2568)

รวมถึงข่าวมติชน “มหาสารคาม เตือนซิฟิลิสระบาดในหมู่น.ศ. 2 วันเจอ 3 ราย ด้าน HIV ติดเชื้อพุ่ง 443 เสียชีวิต 49 ราย” ซึ่งในโพสต์ของ สสส. ที่ปรากฏข้อความลักษณะเดียวกัน ได้มีการแนบลิงก์ข่าวนี้ประกอบในช่องคอมเมนต์อีกด้วย

ที่มา: มติชนออนไลน์ (โพสต์เมื่อ 27 พ.ค. 2568 เวลา 18:44 น.)

ที่มา: เฟซบุ๊ก สสส.

โฆษณา - Advertising

นอกจากนี้ คลิปเนื้อหาส่วนหนึ่งจากรายการ ‘ข่าวใส่ไข่’ ของช่องไทยรัฐ ประจำวันที่ 28 พ.ค. 68 ยังพาดหัวด้วยข้อความแบบเดียวกันกับโพสต์ของ สสส. คือ “ซิฟิลิสระบาด! มหาสารคาม 2 วัน เจอ 3 ราย HIV พุ่ง 443 คน…” มียอดรับชมบนเฟซบุ๊กกว่า 5 หมื่นครั้ง

น่าตั้งคำถามว่า เหตุใด สสส. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมด้านสุขภาพและผลักดันการรู้เท่าทันสื่อ จึงพาดหัวด้วยข้อความลักษณะนี้ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อข้อมูลที่เกี่ยวกับสุขภาพ (จนถึงปัจจุบัน โพสต์ของ สสส. มียอดแชร์กว่า 661 ครั้ง)

แม้ในเนื้อข่าวเหล่านี้จะแจกแจงรายละเอียดตัวเลขตามข้อมูลที่สาธารณสุขมหาสารคามระบุ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการพาดหัวข่าวเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะต่อประเด็นละเอียดอ่อนที่สังคมยังคงเต็มไปด้วยความเข้าใจผิดต่อผู้ติดเชื้อ HIV

ที่มา: Thairath (โพสต์เมื่อ 28 พ.ค. 68)

โฆษณา - Advertising

ข้อความพาดหัวในลักษณะเดียวกันบนคลิปอื่น ๆ ที่พบบนยูทูป

หลังจากที่ประชาไทนำเสนอข่าว "HIV พุ่งจริงหรือ? ประเด็น (ควร) อยู่ตรงไหน? เมื่อสื่อ - สสส. พาดหัวข่าวชวนเข้าใจผิด" เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 68 เวลา 20:30 น. ไปแล้วนั้น ต่อมาวันที่ 31 พ.ค. 68 เวลา 16:03 น. แอดมินเพจ สสส. ชี้แจงในความเห็นท้ายข่าวประชาไทว่า “แอดมินขออภัยสำหรับการนำเสนอข้อความที่คลาดเคลื่อน และได้ปรับแก้ไขข้อความเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามขอขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็นและคำแนะนำของทุกท่านค่ะ” โดยมีการปรับข้อความใหม่เป็น “จ.มหาสารคาม เผย โรคติดต่อเพศสัมพันธ์พุ่ง ตั้งแต่ต้นปี 68 พบ "HIV-หนองใน-ซิฟิลิส-ตับอักเสบบี-หูด" 443 ราย 😰 แนะป้องกัน! ใส่ถุงยางทุกครั้ง ตรวจสุขภาพทุกปี #ลดเสี่ยงโรค#SafeSex”

ข้อความบนเพจ สสส. หลังจากปรับแก้ เมื่อ 31 พ.ค. 68 เวลา 15:58 น.

แอดมินเพจ สสส. แจ้งในคอมเมนต์ข่าวประชาไท เกี่ยวกับการปรับแก้ข้อความ

HIV ระบาดหนักขึ้นในปี 2568 จริงไหม?

“เรารู้ว่ามันเพิ่มขึ้น [ยอดการพบผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่] แต่มันไม่ได้เรียกว่าระบาดหนัก” นพ.พงศ์ธร ชาติพิทักษ์ ผอ.กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าว เมื่อสอบถามถึงสถานการณ์การระบาดของเชื้อ HIV

นพ.พงศ์ธร อธิบายว่าเมื่อคนคนหนึ่งรับเชื้อ HIV อาจไม่มีอาการอยู่เลยเป็นเวลานาน หรือเพิ่งมาตรวจเลือดหลังจากผ่านไปเป็นปีๆ ตัวเลขการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จึงหมายถึงการตรวจเจอ ณ ช่วงเวลานั้นๆ เช่น กรณีจังหวัดมหาสารคาม เวลานี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 136 คน (อาจเพิ่งติดเชื้อปีนี้หรือติดมานานแล้วก็ได้) ต่างจากอีกตัวเลขหนึ่งคือจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละปีซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์

นพ.พงศ์ธร เสริมว่า เป็นความจริงที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อ HIV อยู่เรื่อยๆ แต่อาจไม่ถึงกับเรียกได้ว่าระบาดหนัก เนื่องจากสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศจากการคาดประมาณยังมีความใกล้เคียงกันอยู่ในแต่ละปี และมีแนวโน้มว่าจะลดลง

“ตัวเลขจากการวินิจฉัยที่เพิ่มขึ้นของ HIV อาจมาจากการที่คนเริ่มรู้ว่าถ้ามีอาการแบบไหนควรไปตรวจ ก็เลยค้นเจอมากขึ้น ตัวเลข [การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่] ก็เลยเพิ่มขึ้น มันอาจเป็นแบบนี้ได้” นพ.พงศ์ธร ทิ้งท้าย

นอกจากนี้ นิมิตร์ เทียนอุดม ที่ปรึกษามูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ชี้ว่า ความน่ากังวลจริงๆ คือประชาชนมีแนวโน้มใช้ถุงยางอนามัยลดลง โดยเฉพาะในหมู่เยาวชนที่อัตราการติดเชื้อซิฟิลิสและหนองในเพิ่มขึ้นแต่ละปีอย่างเห็นได้ชัด

นิมิตร์ขยายความว่า การที่คนคนหนึ่งตัดสินใจไปตรวจ HIV อาจเพราะมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง หรืออาจเพราะมีอาการของกามโรคอื่นๆ จึงตรวจ HIV ร่วมด้วย แล้วพบว่าติดเชื้อ ดังนั้น สถานการณ์ตอนนี้และตัวเลขการพบผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ จึงไม่ได้บ่งชี้ว่าการระบาดของ HIV มีความรุนแรงมากขึ้น แต่กำลังฟ้องสังคมว่าเชื้อ HIV และโรคเอดส์ยังคงเป็นปัญหา นั่นคือยังมีผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัว และยังคงมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันอยู่

เขาทิ้งท้ายว่า การยุติปัญหาการแพร่เชื้อ HIV ต้องทำด้วยการสร้างความเข้าใจมากกว่าสร้างความหวาดกลัว

“เราควรจะสร้างความเข้าใจมากกว่าความกลัว พอคุณไปพาดหัวว่าเอดส์มันปะทุ เอดส์มันระบาดหนัก แล้วหวังว่าคนจะกลัว แล้วก็จะมีพฤติกรรมทางเพศที่ดี มันไม่พอ ถ้าเราจะต้องทำด้วยกันก็คือ เราจะต้องบอกว่าความเสี่ยงหรือโอกาสที่คนจะได้รับเชื้อมันอยู่ในวิถีชีวิตทางเพศยังไง” นิมิตร์กล่าว

 

***หมายเหตุ: เพิ่มเติมเนื้อหาข่าวล่าสุด 31 พ.ค. 68 เวลา 16:30 น. เกี่ยวกับการปรับแก้ข้อความของเพจ สสส.***

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising