ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ปัดตกคำร้องตรวจสอบกรณี ‘ประยุทธ์’ สมัยเป็นนายกฯ ตั้ง ‘ธรรมนัส’ นั่งรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าธรรมนัสได้กระทำผิดตามคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย ศาลระบุ ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ม.82 ที่จะยื่นคำร้องต่อศาลในคดีนี้ได้
5 มิ.ย. 2568 มติชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา คำร้องของพีรพงษ์ ทรัพย์กิจธนากุล ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง ตามรัฐธรมนูญ มาครา 170 วรรคหนึ่ง (4) หรือไม่ ผู้ร้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่า ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ นำชื่อของร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นทูลเกล้า ฯ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าบุคคลดังกล่าวรับว่าได้กระทำผิดตามคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย
ผู้ถูกร้องเป็นผู้ไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 360 (4) และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคหนึ่ง (4)
ผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญระบุ จากข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องปรากฏว่า ผู้ร้องมิได้เป็นผู้มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ที่จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้ได้
กรณีจึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับรับคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัย
