สพฐ.เสียใจกรณี ‘ครูมัท’ จะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก พร้อมสั่งสอบ ตั้งแต่ ผอ.โรงเรียนไปถึงบุคลากรในโรงเรียนทุกคนหาสาเหตุให้ได้ขีดเส้น 7 วันต้องรู้เรื่อง - เครือข่ายก่อการครู เรียกร้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและเป็นธรรม ลดภาระงานครูและเพิ่มบุคลากรสนับสนุนที่มีความเชี่ยวชาญ จัดตั้งระบบสนับสนุนสุขภาพจิตในโรงเรียน
17 มิถุนายน 2568 NBT Connext รายงานว่า ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของ ครูมัท ครูวัย 39 ปี โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพัก อ.ลำปลายมาศ โดยทิ้งจดหมายลาตายถึง 5 หน้ากระดาษ ซึ่งหน้าสุดท้ายแฉถึงปัญหาการทำงานที่ตึงเครียดจนนำไปสู่การตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งการลดภาระงานครู สพฐ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และรับทราบปัญหาดังกล่าวมาตลอด แต่โรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่มีอยู่กว่า 30,000 แห่งนั้น หากจะต้องมีการจ้างเจ้าหน้าที่ด้านพัสดุการเงินโดยตรง ถือเป็นความจำเป็นด้านภาระงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของกรณี ครูมัท เป็นครูอยู่ในกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก และเท่าที่ตนรับรายงานการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าโรงเรียนแห่งนี้ น่าจะมีการบริหารจัดการงบประมาณที่ไม่ปกติเกิดขึ้น จึงเป็นเหตุให้ครูมัท ที่ต้องรับผิดชอบงานพัสดุมีความอึดอัดและลำบากใจ ดังนั้นตนได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) บุรีรัมย์ เขต 1 ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงถึงการบริหารงานภายในโรงเรียนของครูมัทแล้ว โดยจะไล่สอบตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงเรียน และบุคลากรในโรงเรียนทุกคน ว่า สาเหตุใดโรงเรียนแห่งนี้ถึงบริหารจัดการด้านการเงินและพัสดุจนเกิดปัญหา และจะต้องดำเนินการสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ มีความห่วงใยเรื่องดังกล่าวอย่างมาก และจะไม่ปล่อยผ่านให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำรอยเหมือน ครูมัท อีกต่อไป โดย สพฐ. จะมีการทบทวนคู่มือระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งที่ผ่านมา กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องยึดตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยจะต้องทำแผนการดำเนินงานขออนุมัติจากผู้อำนวยการโรงเรียน และการมีกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง กรรมการตรวจรับพัสดุ แต่กรณีของโรงเรียน ครูมัท นั้น จะต้องตรวจสอบว่ามีการดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวหรือไม่
เครือข่ายก่อการครู เรียกร้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและเป็นธรรม จัดตั้งระบบสนับสนุนสุขภาพจิตในโรงเรียน
ด้าน เพจก่อการครู เผยแพร่แถลงการณ์ข้อเรียกร้องจากเครือข่ายก่อการครู ต่อกรณีการสูญเสียบุคคลากรทางการศึกษา ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสังคมไทย พิจารณาประเด็นต่อไปนี้อย่างเร่งด่วน
1. ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านและเป็นธรรม:
เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และร่วมกันหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอย
2. ยกเครื่องระบบการเงินและพัสดุในโรงเรียน:
กระทรวงศึกษาธิการควรวางระบบการบริหารจัดการงบประมาณ การเงิน และพัสดุในโรงเรียนใหม่ที่โปร่งใส รัดกุม มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตและไม่ปล่อยให้ครูต้องรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง
3. ลดภาระงานครูและเพิ่มบุคลากรสนับสนุนที่มีความเชี่ยวชาญ:
ลดภาระงานครูโดยเฉพาะงานด้านการเงินและพัสดุที่ซับซ้อนเกินบทบาทของครูผู้สอน ควรจัดหาบุคลากรสนับสนุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินและบัญชีโดยตรง และจัดอบรมพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านการเงินการบัญชีให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
4. จัดตั้งระบบสนับสนุนสุขภาพจิตในโรงเรียน:
ครูไม่ควรต้องต่อสู้กับความเครียดและความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ควรมีระบบดูแลสุขภาพจิตที่เข้าถึงง่าย และไม่ตีตราเพื่อให้ครูและบุคลากรสามารถเข้าถึงการปรึกษาและได้รับการช่วยเหลือได้ทันการณ์
