สภากองทัพพม่าสั่งขึ้นบัญชีดำบริษัทของ “ซอชิตตู่” เจ้าพ่อธุรกิจสแกมเมอร์และคาสิโนในรัฐกะเหรี่ยงหลายแห่ง การขึ้นบัญชีดำครั้งนี้มาจากข้อหาที่ว่าบริษัทของซอชิตตู่และครอบครัวหลีกเลี่ยงการนำเงินรายได้เข้าบัญชีธนาคารของรัฐบาลทหารพม่า รัฐประหารปี 2564 กองทัพพม่ามีการแก้กฎหมายระบุให้ผู้ส่งออกต้องฝากเงินต่างประเทศที่เป็นรายได้เข้าบัญชีธนาคารที่กองทัพควบคุมอยู่ทุกครั้ง ภายในระยะเวลา 60 วันหลังทำการส่งออก ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 ปี หรือถูกสั่งปรับ
กองทัพเผด็จการพม่าขึ้นบัญชีดำบริษัทของ “ซอชิตตู่” ขุนพลสแกมเมอร์ ซอชิตตู่เป็นผู้นำของกลุ่มติดอาวุธกองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF แห่งรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นกองกำลังที่เคยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลอกลวงต้มตุ๋นออนไลน์ที่เรียกว่าสแกม สาเหตุที่ซอชิตตู่ถูกขึ้นบัญชีดำโดยกองทัพพม่าในครั้งนี้กองทัพอ้างว่าเขาไม่ได้นำเงินรายได้จากการส่งออกไปเข้าบัญชีธนาคารที่กองทัพควบคุมอยู่
ครอบครัวของซอชิตตู่เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นธุรกิจหลายอย่างในพม่า รวมแล้วอย่างน้อย 14 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจพลังงานไปจนถึงธุรกิจสแกมออนไลน์ที่มีชื่อศูนย์รวมคือ Apollo Park และ Yulong Bay กองทัพพม่าได้สั่งขึ้นบัญชีดำบริษัท 190 แห่ง ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจัดการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งบริษัทที่ชื่อ Chit Linn Myaing Toyota Co ที่ซอชิตตู่เป็นเจ้าของก็เป็นหนึ่งในนั้น

The Irrawaddy
สภากองทัพพม่าได้แก้ไขกฎหมายนี้หลังจากที่ทำการรัฐประหารในปี 2564 ระบุให้ผู้ส่งออกต้องฝากเงินต่างประเทศที่เป็นรายได้เข้าบัญชีของสภากองทัพพม่าภายในระยะเวลา 60 วันหลังทำการส่งออก ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามจะต้องโทษจำคุก 1 ปี หรือถูกสั่งปรับ
ซอชิดตู่และเหล่าผู้นำ BGF เป็นกลุ่มที่ทำกำไรมหาศาลจากการทำให้เมียวดีกลายเป็นแหล่งอาชญากรรมสแกมเมอร์ข้ามชาติและแหล่งการพนัน โดยพวกเขาหารายได้จากการเป็นเจ้าของที่ดินหรือร่วมทุนอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการเก็บภาษี การจัดหาคนรักษาความปลอดภัย การลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และการขายเครื่องมือต่างๆ
ก่อนหน้านี้องค์กรจัสติสฟอร์เมียนมาร์ JFM เคยทำการเปิดโปงเรื่องเครือข่ายอาชญากรรมภายใต้การดูแลของซอชิตตู่และเหล่าผู้นำ BGF
สำหรับบริษัท Chit Linn Myaing Toyota Co ที่ถูกขึ้นบัญชีดำนั้น มีครอบครัวของซอชิตตู่เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 65 ส่วนอีกบริษัทหนึ่งคือ Chit Linn Myaing Mining & Industry Company Limited มีครอบครัวของซอชิตตู่เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 68
เมื่อปี 2556 ทางการอังกฤษได้คว่ำบาตรซอชิตตู่และหุ้นส่วนธุรกิจของเขาคือซอมินมินอู เนื่องจากทั้งสองคนนี้เป็นผู้ดูแลกิจการ "ค้ามนุษย์ในที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชเวก๊กโก่ ที่มีการบังคับใช้แรงงานให้เป็นสแกมเมอร์และมีการลงโทษในแบบที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นคน"
การขึ้นบัญชีดำซอชิตตู่ในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสภากองทัพพม่า Tun Ohn กล่าวหาว่ามีการเปลี่ยนแปลงชื่อของบริษัทต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการนำเงินเข้าบัญชีของกองทัพพม่า
หลังรัฐประหารปี 2564 เป็นต้นมา พม่าถูกนานาชาติคว่ำบาตรมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ต่างชาติพากันถอนการลงทุน เกิดภาวะชะงักงันทางการค้า สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลให้กองทัพพม่าเผชิญกับภาวะขาดแคลนเงินตราต่างประเทศอย่างรุนแรงโดยเฉพาะกับเงินสกุลดอลลาร์อยู่ในตอนนี้
ซอชิตตู่ก่อตั้ง BGF รัฐกะเหรี่ยงในปี 2553 หลังจากที่แยกตัวออกมาจากกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA โดยที่ BGF อยู่ภายใต้การบัญชาการของกองทัพพม่ามาโดยตลอด จนกระทั่งในปี 2567 ที่เริ่มมีรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่าง BGF รัฐกะเหรี่ยงกับสภากองทัพพม่า
เรียบเรียงจาก
Myanmar Junta Blacklists Scam Warlord Saw Chit Thu in Currency Crackdown, The Irrawaddy, 01-07-2025
