Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าจับกุมประชาชนอย่างน้อย 88 ราย ฐานวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารเป็นผู้จัดขึ้นโดยมีการอ้างใช้กฎหมายใหม่ที่เรียกว่า "กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้ง" ที่เพิ่งประกาศใช้เมื่อกลางปีนี้ มีการอ้างใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือในการปราบปรามเสียงวิจารณ์หรือการแสดงความไม่พอใจในเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้

รัฐบาลเผด็จการทหารของพม่า หรือ สภากองทัพพม่า มีแผนการจัดการเลือกตั้งเฟสแรกภายในวันที่ 28 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากกลุ่มต่อต้านบางส่วนในประเทศและองค์กรนานาชาติที่ต่างก็มองว่าขาดความน่าเชื่อถือ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และจะกลายเป็นแค่ "ฉากบังหน้า" ในการสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจของกองทัพเ-ผด็จการพม่าเท่านั้น

โดยที่รัฐบาลทหารพม่าได้ออกบังคับใช้กฎหมายที่เรียกว่า "กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้ง" เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยกระดับการปราบปรามกลุ่มคนที่เห็นต่างเรื่องการเลือกตั้งซึ่งจัดโดยเผด็จการทหาร มีการออกบทลงโทษรุนแรงต่อผู้ใดก็ตามที่วิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความไม่พอใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง บทลงโทษมีตั้งแต่จำคุกสามปีไปจนถึงประหารชีวิต

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของพม่า พลโท Tun Tun Naung เปิดเผยว่า ทางการพม่าได้จับกุมบุคคลอย่างน้อย 88 ราย เป็นชาย 83 ราย และหญิงอีก 5 ราย ในข้อหาละเมิดกฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้ง อีกทั้งยังเรียกร้องให้มีปฏิบัติการที่เกิดผลได้จริงต่อสิ่งที่เขาอ้างว่าเป็นการขัดขวางหรือการโฆษณาชวนเชื่อซึ่งอาจจะบ่อนทำลายการเลือกตั้ง

มีการแถลงจาก พลโท Tun Tun Naung ไม่กี่วันหลังจากที่มีกรณีการจับกุมผู้กำกับภาพยนตร์ 3 ราย และนักแสดงอีก 2 ราย เนื่องจากพวกเขาเกี่ยวข้องกับโพสต์แสดงความคิดเห็นต่อวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อฝ่ายเผด็จการทหารเรื่องการเลือกตั้ง ทางการพม่าจับกุมผู้กำกับที่ชื่อ Zambu Htun Thet Lwin และ Aung Chan Lu เพียงเพราะแค่พวกเขากดไลก์โพสต์เฟซบุ๊คที่วิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของเผด็จการทหารที่ชื่อ "Khit Ko Done Saing Myi Thu Myar."

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนี้มีดารานักแสดงหลายคนที่เป็นฝ่ายสนับสนุนเผด็จการทหาร มีการเผยแพร่ในช่องโทรทัศน์ที่ควบคุมโดยเผด็จการทหาร โดยที่เผด็จการทหารพม่าได้เผยแพร่ภาพแคปหน้าจอของสองผู้กำกับที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ ภาพหน้าจอแสดงให้เห็นชื่อของสองคนนี้ว่าได้ทำการ "กดหัวใจ" ให้กับโพสต์ของสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง โดยที่ทางการพม่าได้ใช้ภาพแคปหน้าจอนี้เป็นหลักฐานในการจับกุมผู้กำกับสองราย

มีผู้อาศัยในย่างกุ้ง บอกว่า มันไม่มีเหตุผลเลยที่จะจับกุมคนเพียงเพราะแสดงความรู้สึกต่อโพสต์ในโซเชียลมีเดีย การที่เผด้จการทหารนำภาพแคปหน้าจอของพวกเขามาโพสต์แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ถูกติดตามสอดแนมโดยเผด็จการทหารอยู่แล้ว หรือไม่เช่นนั้นก็ถูกรายงานให้เผด็จการทหารทราบ

นักวิเคราะห์การเมืองกล่าวว่า การจับกุมที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่มีการเคารพต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในช่วงที่มีการเลือกตั้ง และสถานการณ์ในเรื่องนี้ก็อาจจะเลวร้ายลงยิ่งกว่าเดิม อาจจะมีการติดตามสอดแนมประชาชนเป็นวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ไปพร้อมๆ กับที่เผด็จการทหารปราบปรามการวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งที่พวกเขาจัด

ทั้งนี้การเลือกตั้งที่กองทัพเผด็จการพม่าจะจัดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศอีกทั้งบางพื้นที่จะไม่เปิดให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งด้วย การเลือกตั้งในเฟสแรกจะจัดขึ้นวันที่ 28 ธ.ค.2568 ใน 102 อำเภอ และในเฟสที่สองวันที่ 11 ม.ค. 2569 จะจัดใน 100 อำเภอ แต่จะไม่จัดในอีก 112 อำเภอโดยอ้างว่ากังวลด้านความปลอดภัย

โดยที่พม่าในปัจจุบันอยู่ภายใต้สงครามกลางเมือง มีกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้าน ทั้งจากฝ่ายกองกำลังพิทักษ์ประชาชน PDFs ที่เป็นแนวร่วมฝ่ายต่อต้านการรัฐประหารครั้งล่าสุด และกองกำลังชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อยู่ฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่า เช่น กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA ซึ่งเป็นกองกำลังของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU

มีข้อสังเกตว่ายิ่งใกล้เลือกตั้งเข้ามาทุกที กองทัพพม่าก็ยิ่งใช้ความพยายามมากขึ้นในการยึดพื้นที่คืนจาก KNU โดยเฉพาะทางหลวงเอเชีย AH1 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ส่วนหนึ่งเพราะรัฐบาลทหารต้องการขยายพื้นที่การเลือกตั้ง

โดยที่ทางการพม่าได้เริ่มประกาศวันอนุญาตหาเสียงเลือกตั้งเป็นเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.เป็นต้นไป ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น สั่งห้ามการจัดขบวนหาเสียงเลือกตั้งในที่สาธารณะ

การเลือกตั้งที่กองทัพเผด็จการพม่าเป็นผู้จัด ถูกประณามจากกลุ่มต่อต้านในประเทศอย่างเช่น รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ NUG ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาฝ่ายพลเรือนต่อต้านเผด็จการที่มีที่มาจากพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยรวมถึงพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย NLD ซึ่งนำโดยอองซานซูจี

นอกจากนี้ยังมีการประณามการเลือกตั้งจากกลุ่มต่อต้านเผด็จการอื่นๆ อย่างเช่น KNU โดยที่พรรคการเมืองฝ่ายต่อต้านรวมถึง NLD ต่างก็ทำการบอยคอตต์การจัดเลือกตั้งภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร โดยที่พวกเขาปฏิเสธจะไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้

รัฐบาลตะวันตกและกลุ่มองค์กรนานาชาติต่างก็ประณามการจัดเลือกตั้งของเผด็จการทหารพม่าเช่นกัน โดยมองว่าเป็นแค่เครื่องมือให้ความชอบธรรมแก่การปกครองของกองทัพเผด็จการพม่าเท่านั้น

เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรือ ANFREL ได้ออกรายงานวิจารณ์ว่าการจัดเลือกตั้งโดยกองทัพพม่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ขาดความน่าเชื่อถือ ขาดความชอบธรรม มีการจับคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดเก่าไปขัง ก่อนจะแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาเองจากฝ่ายสนับสนุนกองทัพ มีการจำกัดสิทธิคนเห็นต่าง สอดแนมพลเมือง เลือกแต่พรรคสนับสนุนทหารเข้าไปแข่งขันในการเลือกตั้ง

ANFREL ระบุในรายงาน “การเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารพม่าวางแผน: ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย” ที่ออกมาเมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาว่า การเลือกตั้งของกองทัพพม่าจะเกิดขึ้นท่ามกลางความรุนแรงอย่างกว้างขวาง มีการออกกฎหมายจำกัดสิทธิ การกดปราบเข้มงวด ใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่น่าเชื่อถือ มีพรรคการเมืองที่คัดสรรมาแล้วโดยกองทัพ และปราศจากการตรวจสอบอิสระจากสื่อหรือภาคประชาสังคม

 

เรียบเรียงจาก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง