สำนักข่าว SHAN วิเคราะห์ต่อให้พรรค USDP นอมินีของกองทัพพม่าชนะ "การเลือกตั้งลวงโลก" ที่กองทัพจัดขึ้นมาเองและล็อกผลเอาไว้แล้ว การสู้รบในประเทศก็ยังคงจะดำเนินต่อไป โดยการเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่จะกลายเป็นการสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารพม่าเท่านั้น เนื่องจากมีการยุบพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและจับกุมแกนนำ ในขณะที่พรรคฝ่ายทหารมีอำนาจ ทุน และทรัพยากรล้นมือ
27 พ.ย. 2568 คณะกรรมการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ หรือ SSPC เป็นชื่อขอคณะเผด็จการทหารพม่า ได้วางแผนที่จะจัดการเลือกตั้งในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งก็ใกล้เข้ามาทุกที มีการประเมินว่าการเลือกตั้งนี้จะให้คุณหรือโทษกับฝ่ายใดบ้าง
สำนักข่าว SHAN ได้วิเคราะห์ว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือการที่พรรคตัวเต็งอย่างพรรคสหสามัคคีเพื่อการพัฒนา หรือ USDP น่าจะกลายเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง จากเดิมที่พรรคนี้เคยเป็นพรรคนอมินีของเผด็จการทหาร แต่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นพรรคที่ได้รับการหนุนหลังจากกองทัพพม่าโดยตรงอย่างเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น และได้กลายเป็นช่องทางในการที่เผด็จการทหารพม่าจะใช้สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง
พรรคสหสามัคคีเพื่อการพัฒนาหรือ USDP นั้นเป็นพรรคที่ก่อตั้งเมื่อปี 2553 ในฐานะที่เป็นผู้รับไม้ต่อจาก สมาคมสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDA โดยที่ในการเลือกตั้งปี 2553 พรรค USDP ชนะการเลือกตั้งแต่ก็มีข้อครหาเรื่องการโกงการเลือกตั้งด้วยวิธีการนับคะแนนที่ไม่ถูกต้องของกองทัพพม่า แต่ในปี 2558 พรรค USDP ก็พ่ายแพ้อย่างขาดลอยต่อพรรคฝ่ายประชาธิปไตยชื่อพรรค สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD
มาถึงปี 2563 พรรค USDP ก็พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยที่คราวนี้ตามมาด้วยการก่อรัฐประหารโดยกองทัพเพื่อยึดอำนาจจากพรรค NLD และในปี 2568 ก็มีการวางแผนจัดเลือกตั้งอีกครั้ง แต่เป็นการจัดเลือกตั้งท่ามกลางการปราบปรามและยุบพรรคการเมืองฝ่ายต่อต้านคณะรัฐประหารอย่างพรรค NLD
พรรคที่มาจากทหารตัวแทนของกองทัพพม่า
พรรค USDP ได้รับการก่อตั้งโดย เต็งเส่ง อดีตนายพลกองทัพพม่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงอื่นๆ เพื่อรับช่วงต่อจาก USDA ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนรัฐบาลทหารที่ตั้งขึ้นเพื่อรักษาอำนาจกองทัพและเพื่อการควบคุมทางการเมืองในพม่า โดยพวกเขามักจะใช้วิธีการแบบรัฐบาลทหารคือใช้ความรุนแรงต่อศัตรูทางการเมืองของตัวเอง แล้ว USDP ก็ได้รับทรัพยากร อิทธิพลทางการเมือง อำนาจในการบีบเค้นคนกลุ่มอื่นๆ สืบทอดต่อมาจาก USDA ทั้งนี้ อุดมการณ์ของ USDP ก็ตั้งอยู่บนแนวคิดแบบชาตินิยมสุดขั้ว, ทหารนิยม และอนุรักษ์นิยม
ในตอนที่พรรค USDP ถูกกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้งในปี 2553 นั้น มีพรรคฝ่ายต่อต้านจำนวนมากที่บอยคอตต์การเลือกตั้งที่ถูกมองว่า "ลวงโลก" ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ที่ฝ่ายกองทัพอ้างว่าจะเปลี่ยนการเมืองพม่าสู่รัฐบาลพลเรือน
ในปี 2558 ชัยชนะในการเลือกตั้งตกเป็นของพรรค NLD ที่นำโดยอองซานซูจี ส่วนพรรค USDP ได้ที่นั่งร้อยละ 8.4 เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาได้รับการสนับสนุนลดลง
ในปี 2563 พรรค NLD ก็ชนะเลือกตั้งแบบขาดลอย จนกระทั่งในปี 2564 กองทัพพม่าก็อ้างว่ามีการโกงการเลือกตั้งแล้วก็ก่อรัฐประหาร มีการจับตัวแกนนำหลักของพรรค NLD อย่างเช่นอองซานซูจี และนำระบอบการปกครองแบบเผด็จการทหารกลับมาอีกครั้ง
ฝ่าย USDP ใช้งบรัฐหาเสียงได้ แต่พรรคอื่นถูกตัดสิทธิ
ในขณะเดียวกันพรรค USDP ก็ดูจะเป็นพรรคที่ฝักรากตัวเองให้เป็นนอมินีของกองทัพลึกขึ้นเรื่อยๆ โดยอาศัยทรัพยากรจากทั้งของภาครัฐและของอดีตนายทหารระดับสูง มีการออกแถลงการณ์ที่ดุเดือดสะท้อนให้เห็นถึงการยึดมั่นในอุดมการณ์แบบชาตินิยมสุดขั้ว ในขณะเดียวกันก็ได้รับการเสริมแรงจากการใช้กำลังปราบปรามจับกุมคนเห็นต่างโดยกองทัพพม่า การที่พรรค USDP เชื่อมโยงกับกองทัพพม่ากลายเป็นเครื่องการันตีว่าพวกเขาจะสามารถคงอำนาจนำในการปรับโฉมภูมิศาสตร์การเมืองพม่าได้ แม้จะต้องใช้การขู่บังคับและการถูกนานาชาติมองอย่างสงสัย
ประวัติที่ผ่านมาของพรรค USDP สะท้อนบรรยากาศทางการเมืองอันแสนวุ่นวายของพม่าที่มีกองทัพครอบงำและถูกลิดรอนประชาธิปไตยมาโดยตลอด อีกทั้งตัวของพรรคนี้ก็สะท้อนแนวทางการเมืองของตัวเอง ในแบบที่เอื้อให้กองทัพพม่าสามารถฝังรากอำนาจอิทธิพลทางการเมืองของพม่าได้
แต่การเลือกตั้งที่จัดโดยกองทัพพม่าก็มีเรื่องให้กังขาด้านความเป็นธรรม เพราะการที่ USDP และเผด็จการทหารพม่าสามารถใช้งบประมาณแผ่นดินไปกับการหาเสียงเลือกตั้งและเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ในขณะที่ถ้าหากมีพรรคการเมืองอื่นๆ ใช้งบประมาณรัฐหรือทรัพยากรอะไรสักอย่างเช่นอาคารสถานที่ของรัฐบาลแม้แต่นิดเดียวก็จะถูกสั่งตัดสิทธิ์การลงเลือกตั้งทันที
การเลือกตั้งที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 ธ.ค. 2568 พรรค USDP ดูจะกลายเป็นตัวเต็งหลักที่จะได้รับชัยชนะ หลังจากที่มีการยุบพรรคฝ่ายต่อต้านจำนวนมากรวมถึงพรรค NLD การจัดเลือกตั้งโดยเผด็จการทหารพม่าในครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และมีผู้สังเกตการณ์จากต่างชาติที่บอกว่าเป็นการเลือกตั้งลวงโลกที่หวังจะใช้เป็นเครื่องมือให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาลทหารเท่านั้น
เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรือ ANFREL เคยออกรายงานเรื่องการจัดเลือกตั้ง 28 ธันวาคม โดยกองทัพพม่าว่า ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขาดความน่าเชื่อถือ ขาดความชอบธรรม มีการจับกุมกกต.ชุดเดิมไปขัง ก่อนที่จะแต่งตั้ง กกต. จากฝ่ายสนับสนุนกองทัพ นอกจากนี้ยังใช้มาตรการควบคุมอย่างมาก เพื่อให้เหลือแต่พรรคฝ่ายสนับสนุนทหารลงชิงชัยในการเลือกตั้ง อีกทั้งยังมีการสอดแนมพลเมือง จำกัดสิทธิคนเห็นต่างด้วย
มีการเล่นงานแม้กระทั่งผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งในครั้งนี้ว่าไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม โดยการออกกฎหมายที่เรียกว่า "กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้ง" โดยแท้จริงแล้วเป็นกฎหมายที่ใช้ปราบปรามแสดงวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความไม่พอใจต่อการจัดการเลือกตั้งโดยกองทัพพม่า ฝ่ายรัฐบาลทหารอ้างว่าพวกเขาได้ใช้กฎหมายนี้จับกุมประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 88 ราย
เมื่อการเลือกตั้งเดือนธันวาคมใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นอกเหนือจากองค์กรอย่าง ANFREL และประชาชนทั่วไปในประเทศแล้ว องค์กรนานาชาติอื่นๆ ก็มีความกังขาต่อกระบวนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้เช่นกัน ว่าจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงหรือไม่
อันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวถึงประเด็นเลือกตั้งพม่าในที่ประชุมแถลงข่าวอาเซียนซัมมิทว่า "ผมไม่คิดว่าจะมีใครเลยเชื่อว่าการเลือกตั้ง(ที่จัดโดยกองทัพพม่า)จะเสรีและยุติธรรม ผมไม่คิดว่าจะมีใครเลยที่เชื่อว่าการเลือกตั้งเหล่านี้จะสามารถแก้ไขปัญหาในพม่าได้ นี่เป็นเวลาที่ต้องมีการเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากขึ้น และความรุนแรงควรจะต้องยุติ ในขณะเดียวกันก็ควรจะต้องมีการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองไปสู่การปกครองโดยพลเรือนและมีการเคารพต่อรัฐบาลที่มีที่มาตามหลักรัฐธรรมนูญด้วย"
โฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เคยกล่าวให้สัมภาษณ์ในสื่อว่า "มันเป็นเรื่องที่นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะจัดการเลือกตั้งภายใต้สภาพเช่นนี้ได้อย่างไร ใครจะบอกได้ว่าการเลือกตั้งนี้เสรีและเป็นธรรม พวกเขาจะจัดการเลือกตั้งได้อย่างไรในตอนที่มีพื้นที่จำนวนมากของประเทศไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของคนใดคนหนึ่ง พวกเขาจะจัดการเลือกตั้งได้อย่างไรเมื่อกองทัพเองก็เป็นผู้มีส่วนในความขัดแย้งแล้วก็ทำการกดขี่ประชาชนของตัวเองมาเป็นเวลาหลายปี"
ทอม แอนดรูวส์ ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในพม่ามองว่า การเลือกตั้งที่จัดโดยกองทัพพม่าในครั้งนี้นับเป็นการเลือกตั้งลวงโลกอย่างเห็นได้ชัด แอนดรูวส์กล่าววา "คุณไม่สามารถมีการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมได้เมื่อผู้นำฝ่ายต่อต้านถูกจับกุม, ควบคุมตัว, คุมขัง, ทารุณกรรม"
นอกจากนี้รัฐมนตรีต่างประเทศจากนิวซีแลนด์และสิงคโปร์ ก็แสดงความกังวลอย่างมากต่อการเลือกตั้งในสภาพที่อยู่ภายใต้ความไม่มั่นคงและยังคงเกิดความรุนแรงภายในประเทศด้วย
อันนาเลนา แบร์บ็อค ประธานที่ประชุมของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งที่ 80 แถลงถึงจุดยืนเรื่องการเลือกตั้งในพม่าเช่นกัน โดยระบุว่ามตินานาชาติซึ่งพิจารณาตามหลักการสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยแล้วเห็นว่าแผนการจัดเลือกตั้งโดยเผด็จการทหารพม่านั้น นับเป็น "เรื่องลวงโลก" นอกจากนี้ยังยังเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของยูเอ็นเพราะมีการกีดกันพรรคการเมืองอย่างเอ็นแอลดี และมีการคุมขังผู้นำรัฐบาลพลเรือน รวมถึงมีการจัดในช่วงเดียวกับที่มีสงครามกลางเมือง
คำแถลงจุดยืนโดยแบร์บ็อคจึงขอให้พม่าเน้นการสร้างสันติภาพผ่านทางการเจรจาที่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายเสียก่อน ถึงค่อยจัดการเลือกตั้ง โดยที่กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติบอกว่า ไม่มีใครเชื่อว่าการเลือกตั้งจะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งในพม่าตอนนี้ได้
ระบบเลือกตั้งใหม่เอื้อกองทัพครองอำนาจในสภา
หลังจากที่มีการรัฐประหารปี 2564 มันก็ได้นำพาพม่าไปสู่ภาวะสงครามกลางเมืองหลังจากที่การประท้วงโดยสันติถูกปราบปรามอย่างรุนแรงโดยกองทัพพม่า มีหลายพื้นที่ที่ยังคงมีความขัดแย้งระหว่างสภากองทัพพม่ากับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังพิทักษ์ประชาชน หรือกองกำลังชาติพันธุ์บางส่วน
ก่อนหน้านี้มินอ่องหล่าย ผู้นำเผด็จการทหารได้เสนอว่าจะให้มีการเลือกตั้งในเดือน สิงหาคม 2566 แต่ก็มีการเลื่อนออกไปหลายครั้งเนื่องจากมีการสู้รบเกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญพม่ากำหนดให้ต้องมีการจัดเลือกตั้งภายใน 6 เดือน หลังจากที่สิ้นสุดการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ถึงแม้ว่าจะเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว แต่รักษาการประธานาธิบดีจาคณะรัฐประหารก็ได้หมดวาระเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 และต่อมากองทัพพม่าก็ได้เสนอวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ในเฟสแรก และวันที่ 11 มกราคม 2569 ในเฟสที่สอง
กองทัพพม่าได้ออกกฎหมายการเลือกตั้งใหม่ที่เพิ่มข้อจำกัดในการจดทะเบียนมากขึ้น ห้ามกลุ่มคนที่มีคดีความลงสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้พรรค NLD และเหล่าผู้นำพรรคถูกแบนไปโดยปริยาย อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงระบบการพิจารณาคะแนนเสียงจากระบบแบบแบ่งเขตคะแนนสูงสุด หรือ FPTP มาเป็นระบบสัดส่วน ก็ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าจะยิ่งทำให้พรรค USDP มีอำนาจในสภามากขึ้น และทำให้พรรคฝ่ายต่อต้านส่วนใหญ่อ่อนแอลง เพราะจะทำให้กองทัพพม่าปกครองได้แม้จะมีคะแนนเสียงป็อบปูลาร์โหวตเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
ชาวพม่าคิดเห็นอย่างไรกับการเลือกตั้งครั้งนี้
มีการทำสำรวจวิจัยความคิดเห็นประชาชนชาวพม่าทั้งที่อยู่ในพม่าและชาวพม่าพลัดถิ่นในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการวิจัยจากพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมือง องค์กรติดอาวุธ หรือรัฐบาลใดๆ ผู้จัดทำการสำรวจคือกลุ่มภาคประชาสังคมต่างๆ เช่น กลุ่มแพลตฟอร์มปอร์พีเพิลมูฟเมนต์ ที่เป็นเครือข่ายพลเรือนพม่า รวมถึงกลุ่มชุมชนชาวพม่าในต่างประเทศรวม 20 ประเทศ
ผลการสำรวจออกมาชัดเจนว่าพลเรือนชาวพม่าส่วนใหญ่ร้อยละ 98 มองว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะไม่แก้ไขปัญหาทางการเมืองหรือปัญหาวิกฤตด้านมนุษยธรรมใดๆ ร้อยละ 98 มองว่ามันจะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรมละไร้ความชอบธรรม มีร้อยละ 96 ที่บอกว่าพวกเขาจะไม่ไปลงคะแนนในกระบวนการที่นำโดยกองทัพพม่า
บทวิเคราะห์จาก SHAN มองว่าประเทศอย่าง จีน, อินเดีย, รัสเซีย และบางประเทศในอาเซียน อาจจะให้การสนับสนุนหรือยอมรับเป็นนัยต่อการเลือกตั้งที่จัดโดยกองทัพพม่า แต่ประชาคมโลกในวงกว้างรวมถึงยูเอ็นจะไม่ยอมรับการเลือกตั้งและการปกครองของเผด็จการทหาร ซึ่งอาจจะนำมาสู่การโดดเดี่ยวพม่าทางการทูตมากกว่าเดิม เป็นการซ้ำเติมปัญหาด้านเศรษฐกิจสังคมยิ่งกว่าเก่า
อีกทั้งถ้าหากเผด็จการพม่าชักใยระบบการเลือกตั้งสำเร็จจนตัวเองเข้ามามีอำนาจอีกครั้งได้ผ่านช่องทางพรรค USDP พวกเขาก็จะยังคงปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารต่อไปโดยแสร้งว่าเป็นประชาธิปไตย แล้วปัญหาความยากลำบากทางเศรษฐกิจ การคว่ำบาตรจากต่างชาติ การต่อต้านจากประชาชน ก็จะยิ่งทำให้สังคมแตกแยกเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากกว่าเดิม กลายเป็นวงจรการปราบปรามสลับกับการต่อต้านแข็งขืนไปเรื่อยๆ ทำให้เสถียรภาพพม่าดูจะเป็นแค่ความหวังริบหรี่
เรียบเรียงจาก
MYANMAR MILITARY’S SHAM ELECTIONS: USDP programmed to win but nationwide armed conflict will definitely continue, SHAN, 17-11-2025
https://english.shannews.org/archives/28860
กองทัพพม่าใช้กฎหมายคุ้มครองเลือกตั้ง จับคนวิจารณ์ไป 88 ราย
https://prachatai.com/journal/2025/11/115397
ANFREL ออกรายงานระบุรัฐบาลทหารพม่าจัดเลือกตั้งขาดความชอบธรรมhttps://prachatai.com/journal/2025/09/114900
https://en.wikipedia.org/wiki/2025%E2%80%9326_Myanmar_general_election