Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ประธานาธิบดี ‘ลูลา’ แห่งบราซิลโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ “บราซิลไม่ยอมรับการแทรกแซงในรูปแบบใดๆ” หลังโดนัลด์ ทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้าบราซิล 50% อ้างเหตุฟ้องคดีจาอีร์ บอลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีพรรคอนุรักษนิยมของบราซิล โดยผู้นำบราซิลซึ่งถูกเพ่งเล็งหลังจัดประชุมกลุ่ม BRICS ระบุหากเจรจาถึงทางตัน พร้อมใช้กฎหมายการตอบโต้ นับเป็นอีกชาติต่อจากจีนที่ประกาศพร้อมตอบโต้ภาษีนำเข้าของทรัมป์

ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา หรือ ‘ลูลา’ ประธานาธิบดีบราซิล (ที่ 2 จากขวา) ถ่ายภาพร่วมกับคนงานระหว่างเยี่ยมการก่อสร้างทางหลวงที่ Serra das Araras ที่รีโอเดจาเนโร เมื่อ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่มา: Ricardo Stuckert /Facebook/Lula)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อบราซิลในอัตราสูงถึง 50% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ตามจดหมายที่เขาส่งถึงประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (9 ก.ค.)

โดยในจดหมายที่ทรัมป์โพสต์บน Truth Social เขากล่าวหาลูลาว่า “การล่าแม่มดที่ดำเนินอยู่ควรยุติทันที!” โดยทรัมป์หมายถึงการฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับ จาอีร์ บอลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีพรรคอนุรักษนิยมของบราซิล

โฆษณา - Advertising

บอลโซนาโร ซึ่งเคยโอ้อวดถึงความใกล้ชิดกับทรัมป์ กำลังเผชิญการพิจารณาคดีในข้อหาพยายามก่อรัฐประหารต่อลูลา

ลูลากล่าวว่าจะตอบโต้หากทรัมป์ดำเนินมาตรการตามที่ขู่ไว้ “บราซิลเป็นชาติอธิปไตยที่มีสถาบันการเมืองเป็นอิสระ และจะไม่ยอมรับการแทรกแซงในรูปแบบใดๆ” ลูลากล่าวในโพสต์บน X

“มาตรการใดๆ ที่เพิ่มภาษีฝ่ายเดียวจะได้รับการตอบโต้ตามกฎหมายการตอบโต้ทางเศรษฐกิจของบราซิล” เขากล่าวเสริม

นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่มีอีกประเทศหนึ่งถัดจากจีน ที่ประกาศพร้อมตอบโต้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์

ต่อมาในการให้สัมภาษณ์ทาง Record TV ช่วงค่ำวันพฤหัสบดี (10 ก.ค.) ของบราซิล ประธานาธิบดีลูลา ยืนยันว่า บราซิลสามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งการค้ากับสหรัฐฯ และจะมองหาคู่ค้ารายอื่นมาแทนที่ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจากบราซิลในอัตราสูงถึง 50%

“เราจำเป็นต้องมองหาคู่ค้ารายอื่นที่จะซื้อสินค้าของเรา การค้าระหว่างบราซิลกับสหรัฐฯ คิดเป็นเพียง 1.7% ของ GDP ของบราซิล” ลูลากล่าวในรายการสัมภาษณ์ทางสถานี Record TV เมื่อค่ำวันพฤหัสบดี “ไม่ใช่ว่าเราจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีสหรัฐฯ”

ในสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันพฤหัสบดีสองรายการ ลูลาย้ำว่าทรัมป์ต้องเคารพอธิปไตยของบราซิล และว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่สามารถทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของประเทศอื่นได้

ทั้งยังยืนยันชัดเจนว่าบราซิลไม่มีความตั้งใจจะถอย โดยลูลากล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานี Globo TV ว่าการต่อสู้เรื่องภาษีอาจ “ยืดเยื้อไม่รู้จบ”

ลูลายังกล่าวด้วยว่าประเทศอย่างบราซิลไม่ได้มีข้อผูกมัดว่าจะต้องใช้ดอลลาร์ในการค้าขาย โดยย้ำถึงสิ่งที่เขาพูดไว้ในที่ประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ที่รีโอเดจาเนโรเมื่อ 6-7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเขายอมรับว่า “น่าจะทำให้ทรัมป์กังวล”

“เราสนใจที่จะสร้างสกุลเงินการค้าร่วมกับประเทศอื่นๆ” ลูลากล่าวในการสัมภาษณ์กับ Record TV “ผมไม่ได้มีข้อผูกมัดว่าต้องซื้อดอลลาร์เพื่อค้าขายกับเวเนซุเอลา โบลิเวีย ชิลี สวีเดน สหภาพยุโรป หรือจีน เราสามารถค้าขายกันด้วยสกุลเงินของเราเองได้”

ผู้นำประเทศสมาชิก ตัวแทนประเทศหุ้นส่วน และประเทศผู้สังเกตการณ์ร่วมถ่ายภาพในการประชุม BRICS ครั้งที่ 17 ที่รีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อ 7 กรกฎาคม 2568

ที่มา: Wikipedia/Prime Minister's Office, Government of India

ทั้งนี้สหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่ลำดับที่สองของบราซิล รองจากจีนเท่านั้น โดย Bloomberg Economics ประเมินว่าภาษีในอัตรา 50% อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจบราซิลคิดเป็น GDP 1% รายงานระบุว่ามาตรการเก็บภาษีดังกล่าวอาจทำให้การนำเข้าสินค้าจากบราซิลเข้าสหรัฐฯ ลดลงถึง 60% แม้ว่าบราซิลอาจสามารถเบี่ยงเส้นทางการส่งออกไปยังตลาดประเทศอื่นแทนได้บ้างก็ตาม

มาตรการจัดเก็บภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าอัตรา 10% ที่ประกาศในตอนแรกเมื่อเดือนเมษายนอย่างมาก เกิดขึ้นหลังจากการประชุมของกลุ่มประเทศ BRICS ซึ่งลูลาและผู้นำคนอื่นๆ วิจารณ์มาตรการเก็บภาษีและการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน แม้ว่าพวกเขาจะหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงทรัมป์ก็ตาม

แม้ลูลาจะกล่าวถึงเรื่องการลดการพึ่งพาดอลลาร์ แต่กลุ่ม BRICS ยังไม่สามารถบรรลุความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการสร้างระบบชำระเงินข้ามพรมแดนเพื่อการค้าและการลงทุนที่ได้หารือกันมากว่าทศวรรษ และลูลากล่าวว่าทรัมป์ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับกลุ่มประเทศนี้

การที่ทรัมป์หยิบยกคดีของโบลโซนาโรขึ้นมาอ้าง โดยเขาเรียกว่าเป็น “การล่าแม่มด” และเรียกร้องให้ยกเลิกคดีนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับลูลา ซึ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมาให้คำมั่นว่าจะตอบโต้ พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและกิจการภายในของบราซิล

อนึ่งในการประชุมสุดยอมผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ครั้งที่ 17 ที่รีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล รัฐบาลไทยส่ง จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าประชุมในฐานะประเทศหุ้นส่วน ไม่ใช่ประเทศสมาชิก โดยไทยเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 ส่วนอินโดนีเซียเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก BRICS ตั้งแต่มกราคมปีนี้เช่นกัน

โดยกลุ่ม BRICS ซึ่งชาติสมาชิกในขณะนี้มีจำนวน 10 ชาติ ได้แก่บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ อียิปต์ เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีประชากรรวมกัน 56% ของทั้งโลก และมีสัดส่วน GDP ประมาณ 40% ของทั้งโลกนั้น ในการประชุมยังมีผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ เช่น เลขาธิการสหประชาชาติ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก เข้าร่วมด้วย ขณะที่เมื่อ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าจะขึ้นภาษี 10% กับประเทศที่สนใจจะเข้าร่วมกลุ่ม BRICS

ลูลาไม่มีปัญหาถ้าจะโทรคุยกับทรัมป์ แค่ตอนนี้ยังไม่มีเหตุจะคุยด้วย

รัฐมนตรีหลายคนของบราซิลออกมาให้ความเห็นตลอดวันพฤหัสบดีว่า มาตรการเก็บภาษีของสหรัฐฯ ไม่มีเหตุผลด้านเศรษฐกิจรองรับ มีแต่แรงจูงใจทางการเมือง และแทบไม่เปิดพื้นที่ให้เจรจา เนื่องจากลูลาไม่มีอำนาจในการแทรกแซงคดีของโบลโซนาโรในศาลฎีกา

ลูลากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขา “ไม่มีปัญหาในการโทรหาทรัมป์” แต่ “ต้องมีเหตุผลก่อนถึงจะโทรหาได้”

“เขา (ทรัมป์) สามารถโทรหาบราซิลเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการที่เขากำลังจะดำเนินการก็ได้” ลูลากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Globo TV “นี่เป็นการไม่ให้เกียรติกันโดยสิ้นเชิง และผมไม่จำเป็นต้องยอมรับการไม่ให้เกียรตินี้ ผมไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกับทรัมป์ เพราะเขาไม่เคยให้เหตุผลที่จะต้องคุยด้วยเลย”

อย่างไรก็ตาม ลูลากล่าวว่าเขาจะพยายามพูดคุยกับผู้นำธุรกิจจากบริษัทและอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี โดยระบุชื่อบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน Embraer SA ของบราซิล ผู้ผลิตน้ำส้ม และผู้ผลิตเหล็กโดยเฉพาะ

เขากล่าวว่าบราซิลจะพยายามเจรจาอย่างเต็มที่ก่อนถึงวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่มาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้ แต่รัฐบาลของเขาจะไม่ลังเลที่จะตอบโต้ตามกฎหมายการตอบโต้ทางการค้าฉบับใหม่ที่สภาคองเกรสของบราซิลอนุมัติในปีนี้ หากการเจรจาไม่คืบหน้า

“เราจะพยายามดำเนินกระบวนการเจรจาทุกช่องทางที่เป็นไปได้” ลูลากล่าวในการสัมภาษณ์กับ Globo “บราซิลชอบการเจรจา ชอบการพูดคุย แต่เมื่อการเจรจาเดินทางถึงทางตัน บราซิลจะใช้กฎหมายการตอบโต้ทันที”

ศาลสูงบราซิลสั่งฟ้องคดี ‘บอลโซนาโร’ ล้มล้างผลการเลือกตั้ง-ก่อรัฐประหาร

จาอีร์ บอลโซนาโร (ซ้าย) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลและเจ้าหน้าที่กองทัพ ภาพเมื่อเดือนธันวาคม 2563

ที่มา: Isac Nobrega/Wikipedia

ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2568 ศาลสูงสุดบราซิลตัดสินให้จาอีร์ บอลโซนาโร ต้องขึ้นศาล เพื่อพิจารณาคดีในข้อกล่าวหาล้มล้างผลการเลือกตั้ง และพยายามก่อการรัฐประหารปี 2022 โดยสำนักงานตำรวจสหพันธรัฐบราซิลเปิดเผยรายงานว่า โบลโซนาโรอยู่เบื้องหลังดีลลับยึดอำนาจ และแผนการลอบสังหาร ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบัน ที่คว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งนั้น ด้วยคะแนนทิ้งห่างถึง 2.1 ล้านเสียง

เอกสารที่ใช้กล่าวหาบอลโซนาโร ระบุว่า เขามีพฤติกรรมพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยของประเทศ นับตั้งแต่การวางแผน ดำเนินการ และมีส่วนรู้เห็นร่วมกับบุคคลอีก 36 ราย โดยมีการเปิดเผยรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดบางส่วนได้แก่ วอลเตอร์ บรากา เนตโต อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมบราซิล, ออกัสโต เฮเลโน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง และแอนเดอร์สัน ทอร์เรส อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและความมั่นคงสาธารณะ ในรัฐบาลบอลโซนาโร ฯลฯ หลักฐานดังกล่าวยังรวมถึง ‘คลิปเสียง’ ที่ว่าทหาร 53 นายไม่ต้องการให้ลูลาเป็นผู้นำคนใหม่ของประเทศ พร้อมวางแผนลอบสังหาร ก่อสงครามกลางเมือง

ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนปี 2566 ศาลการเลือกตั้งบราซิลยังลงมติแบน จาอีร์ บอลโซนาโร ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกไปจนถึงปี 2573 ในข้อหาลุแก่อำนาจ และแพร่กระจายเรื่องหลอกลวงเกี่ยวกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ที่ว่าเขาไม่แพ้การเลือกตั้ง

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก

  • Brazil can survive without US trade, says Lula amid Trump tariff threat, 11 July 2025,

https://www.business-standard.com/world-news/brazil-can-survive-without-us-trade-says-lula-amid-trump-tariff-threat-125071100106_1.html 

  • Trump threatens 50% tariffs on Brazil if it doesn’t stop the Bolsonaro ‘witch hunt’ trial, CNN, 10 July 2025

https://edition.cnn.com/2025/07/09/economy/tariff-letters-trump

  • BRICS, Wikipedia (สืบค้น 11 ก.ค. 68) 

https://en.wikipedia.org/wiki/BRICS

  • 2022 Brazilian coup plot, Wikipedia (สืบค้น 11 ก.ค. 68) 

https://en.wikipedia.org/wiki/2022_Brazilian_coup_plot

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising