ตอนที่ 5 ของรายงานข่าวสืบสวนชุดพิเศษโดยสื่อ Play the Game สำรวจเส้นทางพนันออนไลน์ข้ามพรมแดน จาก 'คูราเซา' สู่ 'บราซิล' แม้ทั้ง 2 ประเทศกำลังพยายามปฏิรูปกฎหมายการพนัน แต่พบความท้าทาย คูราเซาล้มเหลวในการปฏิรูปกฎหมาย ขณะที่บราซิลผ่านกฎหมายใหม่ปลายปี 2023 เพื่อควบคุมการพนันและจัดเก็บภาษี แต่ยังมีข้อกังวลว่าผู้ประกอบการที่น่าสงสัยจะสามารถใช้ตัวแทนหรือพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบได้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- ส่องไฟสำรวจธุรกิจพนัน: (1) ความสัมพันธ์ระหว่าง 'ฟุตบอล' กับ 'พนันผิดกฎหมาย'
- ส่องไฟสำรวจธุรกิจพนัน: (2) ห่วงโซ่อุปทานข้อมูลพนันฟุตบอล
- ส่องไฟสำรวจธุรกิจพนัน: (3) โฆษณาพนันฟุตบอลยุโรป ที่มุ่งเป้ามายังชาวเอเชีย
- ส่องไฟสำรวจธุรกิจพนัน: (4) เครือข่ายพนันผิดกฎหมาย ที่สนับสนุนสโมสรฟุตบอลดัง
- ส่องไฟสำรวจธุรกิจพนัน: (5) เส้นทางพนันออนไลน์ข้ามพรมแดน จาก 'คูราเซา' สู่ 'บราซิล'
- ส่องไฟสำรวจธุรกิจพนัน: (6) รากเหง้าปัญหาพนันฟุตบอลออนไลน์ผิดกฎหมาย
- คูราเซาเป็นศูนย์กลางการออกใบอนุญาตการพนันออนไลน์แบบหละหลวม ที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจพนันในประเทศอื่นโดยไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของ ไม่ต้องรายงานพฤติกรรมน่าสงสัย และไม่มีการคุ้มครองผู้เล่น
- บราซิลกำลังเผชิญกับการระบาดของการพนันออนไลน์ โดยประมาณ 38% ของประชากรอายุมากกว่า 15 ปีกำลังเล่นการพนัน ผู้ประกอบการพนันต่างชาตินับพันรายที่ถือใบอนุญาตจากคูราเซาได้รุกตลาดบราซิลในช่วงที่กฎหมายอยู่ในพื้นที่สีเทา (2018-2023) โดยใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกผ่านดารา นักกีฬา และอินฟลูเอนเซอร์
- ทั้งบราซิลและคูราเซากำลังพยายามปฏิรูปกฎหมายการพนัน แต่พบความท้าทาย คูราเซาล้มเหลวในการปฏิรูปกฎหมาย LOK ขณะที่บราซิลผ่านกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมการพนันและจัดเก็บภาษี แต่ยังมีข้อกังวลว่าผู้ประกอบการที่น่าสงสัยจะสามารถใช้ตัวแทนหรือพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบได้

São Cristóvão ปะทะกับ FC Rio São Paulo ในการแข่งขันฟุตบอลระดับรัฐริโอ เดอ จาเนโร เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2023 | ที่มาภาพ: Samindra Kunti/Play the Game
ในการแข่งขันนัดสุดท้ายของฟุตบอลดิวิชั่น B รัฐริโอ เดอ จาเนโร เมื่อเดือน พ.ย. 2023 ทีม São Cristóvão เป็นเจ้าบ้านรับการมาเยือนของ FC Rio São Paulo ในเกมที่ไม่มีอะไรเดิมพันแล้วสำหรับทั้งสองทีม ทีมเยือนเริ่มเกมด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนเนื่องจากขาดแคลนนักเตะ และเมื่อเริ่มครึ่งหลัง สถานการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่อพวกเขาเหลือผู้เล่นเพียง 9 คนหลังจากนักเตะคนหนึ่งประสบปัญหาตะคริว
ที่น่าแปลกคือ แม้จะเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ แต่ในพื้นที่สื่อมวลชน นักเก็บข้อมูลจากบริษัท Genius Sports และ Stats Perform ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมนักข่าวกีฬาริโอ เดอ จาเนโร (ACERJ) ยังคงเก็บข้อมูลการแข่งขันตามปกติ ที่น่ากังวลคือไม่มีบริษัทข้อมูลกีฬาหรือบริษัทดูแลด้านความโปร่งใส แจ้งเตือนว่าการแข่งขันนี้มีความน่าสงสัย การแข่งขันนี้ถูกนำเสนอให้เดิมพันแบบเรียลไทม์บนเว็บไซต์พนันยอดนิยมทั้ง Betano และ Pixbet ในบราซิล รวมถึงเว็บไซต์ต่างประเทศอย่าง 1XBet ในสเปนและ 1XRaja.com ในกานา
บราซิลกลายเป็นเหมือน "ดินแดนเถื่อน" ยุคใหม่ของวงการพนัน เนื่องจากขาดกฎหมายควบคุมภายในประเทศที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทพนันต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์อย่างมหาศาล
หากมีใครสงสัยและถามถึงความถูกต้องตามกฎหมาย (ซึ่งแทบไม่มีใครตั้งคำถาม) ผู้ประกอบการเหล่านี้มักอ้างว่าพวกเขาถือใบอนุญาตจากต่างประเทศ บางส่วนมาจากมอลตา แต่ส่วนใหญ่มาจากคูราเซา ซึ่งเป็นเกาะที่เอื้อให้เจ้าของธุรกิจพนันสามารถซ่อนตัวตนที่แท้จริงได้อย่างสมบูรณ์
จุดอ่อนสำคัญของใบอนุญาตระหว่างประเทศเหล่านี้คือไม่มีข้อบังคับให้เปิดเผยผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ไม่ต้องรายงานพฤติกรรมการพนันที่น่าสงสัยซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการล้มกีฬา และแทบไม่มีช่องทางให้นักพนันเรียกร้องเงินคืนเมื่อถูกโกง
ท่ามกลางการรุกรานของผู้ประกอบการต่างชาติที่มักอ้าง "ใบอนุญาต" เหล่านี้เพื่อความชอบธรรม นักกฎหมายบราซิลเพิ่งเริ่มตื่นตัวและกำลังพยายามสร้างกรอบกฎหมายเพื่อควบคุมธุรกิจนี้ ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน โดยไม่ทันตั้งตัวรับมือกับการรุกรานของธุรกิจพนันออนไลน์ข้ามชาติที่กำลังมองหาตลาดไร้การควบคุมแห่งใหม่อยู่เสมอ
การพนันทั่วท้องถนนในบราซิล

ป้ายโฆษณาเว็บไซต์พนันชื่อดังอย่าง Betano ในริโอ เดอ จาเนโร | ที่มาภาพ: Samindra Kunti/Play the Game
ในปี 2018 มีการเคลื่อนไหวเพื่อยกเลิกคำสั่งห้ามการพนันทุกรูปแบบที่มีมานานหลายทศวรรษ ซึ่งถูกบังคับใช้โดยรัฐบาลของเจตูลิโอ วาร์กัส (Getúlio Vargas) และเอวริโก กัสปาร์ (Eurico Gaspar) ในช่วงทศวรรษ 1940
กฎหมาย 13,756 [1] ได้ทำให้ 'การพนันกีฬาแบบอัตราต่อรองคงที่' ถูกกฎหมาย และให้อำนาจกระทรวงเศรษฐกิจเวลา 4 ปีในการควบคุมอุตสาหกรรมและจัดทำกรอบสำหรับการออกใบอนุญาต
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความเชื่อทางศาสนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นับถือนิกายอีแวนเจลิคัล (Evangelical) ได้ชะลอร่างกฎหมายที่จะผ่านรัฐสภาและวุฒิสภา ส่งผลให้การพนันกีฬายังคงอยู่ในโซนสีเทาในบราซิลระหว่างปี 2018 ถึง 2023
ในช่วงสุญญากาศทางกฎหมาย ผู้ประกอบการพนันต่างชาติกว่า 1,000 รายได้ถือโอกาสรุกตลาดบราซิล แม้จะมีความเสี่ยงทางทฤษฎีที่อาจถูกดำเนินคดีอาญา ทุกรายต่างเร่งฉกฉวยโอกาสจากตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้
ปัจจุบัน การพนันได้แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันของชาวบราซิลอย่างทั่วถึง ริโอ เดอ จาเนโรเป็นตัวอย่างชัดเจนของการโฆษณาการพนันที่แพร่หลาย แทบทุกที่ที่คุณมองไปล้วนเต็มไปด้วยการชักชวนให้ชาวบราซิลเล่นการพนัน
เหนือชายหาดอิปาเนมา (Ipanema) อันมีชื่อเสียงระดับโลก มีเครื่องบินบินวนพร้อมลากป้ายโฆษณาของบริษัทพนันอย่าง Esportes da Sorte และ Rivalry.bet ด้วยข้อเสนอโบนัสมหาศาลถึง 210% เพื่อดึงดูดนักพนันหน้าใหม่
ในพื้นที่เมือง การโฆษณาการพนันปรากฏอยู่ทุกที่ Sportingbet ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์ Copa Libertadores มีโฆษณาตามแผงหนังสือพิมพ์ทั่วเมือง ขณะที่บนรถโดยสารสาธารณะ Aposta Ganha ดึงดูดผู้คนด้วยสโลแกนดูเป็นมิตร 'เล่นเพื่อความสนุก' ส่วนในระบบรถไฟใต้ดิน BestBet พยายามสร้างความเชื่อมั่นด้วยการอ้างว่าเป็น 'ผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือที่สุด' พร้อมเสนอโบนัสมูลค่าสูงถึง 500 เรียล (ประมาณ 93 ยูโร) สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่
ที่สถานีรถไฟใต้ดินมาราคานา โฆษณาของ Betano ถูกติดไว้บนเสาทั่วทั้งสถานี บริษัทจากมอลตานี้ไม่เพียงเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันฟุตบอลระดับรัฐริโอ เดอ จาเนโร แต่ยังมีชื่อปรากฏบนบัตรเข้าชมการแข่งขันอีกด้วย ส่วน 1XBet ก็ยกระดับตัวเองด้วยการขึ้นป้ายโฆษณาในการแข่งขันของทีมชาติบราซิล
38% ของคนบราซิลที่มีอายุมากกว่า 15 ปี เล่นการพนัน

ดิโอโก้ เดฟานเต้ (Diogo Defante) ดาราตลกและยูทูปเบอร์ชื่อดังของบราซิล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ Estrelabet ในช่วงฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ | ที่มาภาพ: Diogo Defante
ตัวเลขการเติบโตของการพนันกีฬาออนไลน์ในบราซิลน่าตกใจอย่างยิ่ง ข้อมูลจาก Similarweb แสดงให้เห็นว่าระหว่างเดือน ก.ย.-พ.ย. 2023 เว็บไซต์พนันในบราซิลมียอดเข้าชมรวมมหาศาลถึง 2.1 พันล้านครั้ง จากผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกัน 64.1 ล้านคน
ตัวเลข 64.1 ล้านคนนี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 38% ของประชากรบราซิลทั้งชายและหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือน พ.ย. 2023 พบปรากฏการณ์การกระจุกตัวที่น่าสนใจ: 66% ของยอดเข้าชมทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ที่เพียง 1% ของเว็บไซต์พนันทั้งหมด และชาวบราซิลทุ่มเงินมากกว่า 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปกับการพนันออนไลน์ในปี 2023
เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ นักพนันในบราซิลสามารถเดิมพันได้แทบทุกกีฬาและการแข่งขันไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ตั้งแต่การแข่งขันปิงปองในอาร์เมเนียผ่าน 1XBet Brasil ไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลระดับท้องถิ่นอย่างเกมระหว่าง São Cristóvão กับ FC Rio São Paulo ในดิวิชั่น B ของรัฐริโอ เดอ จาเนโร หรือแม้แต่การแข่งขันระดับเยาวชนอย่างฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปีในอินโดนีเซีย
กลยุทธ์การตลาดที่สำคัญของธุรกิจพนันในบราซิลคือการนำเสนอตัวเองให้ดูเป็น "แบรนด์ท้องถิ่น" Betnacional สื่อสารชัดเจนผ่านสโลแกน 'การพนันของชาวบราซิล' พร้อมใช้ดาราดังระดับโลกอย่างวินิซิอุส จูเนียร์ นักเตะบราซิลของ Real Madrid เป็นพรีเซนเตอร์
บริษัทพนันแทบทุกแห่งใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ Pixbet ดึงตัวนักวิจารณ์ทีวีระดับตำนานอย่างกัลเวา บูเอโน (Galvão Bueno), ซิโก้ (Zico) ตำนานของทีม Flamengo และนักฟุตบอลดังอย่างฮัลค์ (Hulk) และคัสซิโอ (Cassio) ต่างก็โปรโมต Pixbet ส่วนมาเตอุส คูนญ่า (Matheus Cunha), โรดิเนย์ (Rodinei) และเจา โกเมส (Joao Gomes) นักเตะที่ยังคงลงแข่งขันอยู่ทั้งหมดล้วนเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Esportes da Sorte
นอกจากนี้ หลายแบรนด์หันไปใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ชมใหม่ อย่างกรณีของดิโอโก้ เดฟานเต้ (Diogo Defante) ที่มีผู้ติดตาม Instagram 3.5 ล้านคน ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ฟุตบอลโลกในกาตาร์ให้กับ Estrelabet ขณะที่คราเก้ เนโต้ (Craque Neto) ดาวโซเชียลที่มีผู้ติดตาม 2.9 ล้านคน ร่วมงานกับ Bet7k
อิทธิพลของธุรกิจพนันยังแทรกซึมเข้าไปในวงการฟุตบอลอาชีพ จากผู้ประกอบการพนัน 17 รายที่ดำเนินการในบราซิล พวกเขาล้วนเป็นผู้สนับสนุนสโมสรในลีก Serie A และ Serie B ในฤดูกาล 2022-23 สโมสรอาชีพถึง 39 จาก 40 ทีมในสองลีกสูงสุดมีผู้สนับสนุนเป็นบริษัทพนัน โดย 14 จาก 17 รายถือใบอนุญาตจากคูราเซา ส่วนที่เหลืออย่าง Betfair, Betano และ Novibet ถือใบอนุญาตจากมอลตา
นักพนันได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายน้อยมาก
การพนันจากผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาตจากคูราเซาสร้างปัญหาใหญ่สำหรับนักพนันชาวบราซิลที่แทบไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเลย เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น
กรณีตัวอย่างที่ชัดเจนคือของอิตามาร์ เมโล (Itamar Melo) ที่อ้างว่า Pixbet ไม่ยอมจ่ายเงินรางวัลให้เขา "PIXBET ไม่จ่ายเงินพนันที่ผมชนะทั้งสองครั้ง ครั้งแรก 490 เรียล และครั้งที่สอง 543.70 เรียล ผมไม่ได้รับเงินที่ควรจะได้" เมโลยังวิจารณ์กัลเวา บูเอโน ผู้มีชื่อเสียงที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของบริษัทอีกด้วย
ข้อมูลจากแหล่งข่าวของ Play the Game ยังเปิดเผยข้อกังวลที่น่าตกใจยิ่งกว่า โดยอธิบายว่า Pixbet อาจดำเนินการคล้ายแชร์ลูกโซ่ มีการโยกย้ายเงินของนักพนัน และมีข้อสงสัยว่าบริษัทมีรายได้สุทธิจากการพนันเพียงพอที่จะรักษาข้อผูกพันทางการค้าหรือไม่ ซึ่งหากเป็นจริงจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อนักพนันจำนวนมาก
ประเด็นนี้ถึงขั้นดึงความสนใจของนักการเมืองระดับสูง วุฒิสมาชิกฮอร์เก้ คาจูรู (Jorge Kajuru) จากพรรคสังคมนิยมบราซิล (PSB) ได้ขอให้ตำรวจสหพันธรัฐเข้าสอบสวน Pixbet โดยให้ความเห็นว่า "ผมได้ยินว่า Pixbet ได้ทำความผิดร้ายแรงและอาชญากรรม"
ปัญหาพื้นฐานที่ทั้งบราซิลและประเทศอื่นๆ กำลังเผชิญคือการไม่ทันตั้งตัวรับมือกับการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของการพนันออนไลน์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเข้าถึงสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น ทำให้การพนันกลายเป็นเรื่องง่ายทั้งในแง่ของการเล่นและการโฆษณา
มาร์ซิโอ มันซูร์ (Marcio Mansour) ที่ปรึกษาทั่วไปของ 10Bet และอดีตทนายความภาษี ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า "ตลาดบราซิลยังไม่เติบโตเต็มที่ ประชากรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และไม่เข้าใจอุตสาหกรรมการพนันระดับโลก" เขาเสริมว่า "ผู้ประกอบการฉวยโอกาสจากความไร้เดียงสานี้ โดยใช้กลยุทธ์พื้นฐานอย่างการเสนอโบนัสต้อนรับเพื่อดึงดูดนักพนัน สำหรับชาวบราซิลทั่วไป พวกเขาแทบไม่เห็นความแตกต่างระหว่างใบอนุญาตจากคูราเซา มอลตา หรือเกาะแมน"
'คูราเซา' สวรรค์ของบริษัทพนันที่ไร้การควบคุม

'คูราเซา' สวรรค์ของการพนันออนไลน์ที่ไร้การควบคุมเนื่องจากการเก็บภาษีต่ำ การเข้าถึงระบบธนาคารได้ง่าย การควบคุมที่หละหลวมสำหรับเว็บไซต์การพนันออนไลน์ | ที่มาภาพ: Roger W (CC BY-SA 2.0)
คูราเซา เกาะเล็กๆ ในทะเลแคริบเบียน คือศูนย์กลางของปัญหาการแพร่กระจายของการพนันผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ที่นี่เป็นฐานให้ผู้ประกอบการพนันต่างชาติใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการรุกล้ำเข้าไปในประเทศที่การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือมีข้อจำกัดเข้มงวด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในตุรกี แม้กฎหมายจะอนุญาตให้เฉพาะผู้ประกอบการของรัฐเท่านั้นที่สามารถดำเนินธุรกิจพนันได้ แต่เว็บไซต์อย่าง superbahis.com และ 1XBet ที่มีใบอนุญาตจากคูราเซากลับได้รับความนิยมอย่างมาก ส่วนในโมร็อกโก 1XBet ใช้การโฆษณาแบบเชิงรุกจนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าการพนันบนเว็บไซต์นี้ถูกกฎหมาย จนกระทั่งรัฐบาลต้องเข้าแทรกแซง
ปัจจัยที่ทำให้คูราเซากลายเป็น "สวรรค์" ของธุรกิจพนันออนไลน์ที่ไร้การควบคุมมีหลายประการ เช่น การเก็บภาษีในอัตราต่ำ ความง่ายในการเข้าถึงระบบธนาคาร การกำกับดูแลที่หละหลวมต่อเว็บไซต์พนันออนไลน์ และโครงสร้างองค์กรที่ไม่โปร่งใส แม้จะมีแหล่งออกใบอนุญาตลักษณะนี้อื่นๆ ในโลก แต่คูราเซาถือเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุด
กลยุทธ์เพิ่มเติมที่น่าตกใจอีกประการคือการใช้ "ใบอนุญาตกระจกเงา" (Mirror Licences) [2] ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้แม้เว็บไซต์หลักจะถูกทางการปิดกั้น โดยระบบจะนำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์สำรองโดยอัตโนมัติ เทคนิคนี้ทำให้การปราบปรามเว็บพนันผิดกฎหมายเป็นไปอย่างยากลำบาก
SBGOK มูลนิธิที่ช่วยเหลือเหยื่อของการพนันออนไลน์ ประเมินว่าหากนับรวมเว็บไซต์กระจกเงาเหล่านี้ด้วย ผู้ประกอบการที่ถือใบอนุญาตจากคูราเซาอาจเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันมากถึง 20,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
ในพอดแคสต์ของ BBC ปี 2019 เรื่อง 'ผลประโยชน์จากการพนันซื้อประเทศได้อย่างไร' ได้เปิดเผยว่าคูราเซาเปรียบเสมือนพื้นที่ที่นักกฎหมายและหน่วยงานของรัฐเปิดทางให้เจ้ามือพนันต่างชาติดำเนินการได้อย่างเสรี
มันซูร์ ที่ปรึกษาของ 10Bet ให้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับสภาพการณ์ในคูราเซา "ที่นั่นหละหลวมมากในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือการส่งเสริมการพนันอย่างรับผิดชอบ คุณสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจ แม้แต่คนที่ไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเป็นเจ้ามือรับพนันกีฬาก็สามารถดำเนินธุรกิจได้จากคูราเซา เพราะไม่มีใครตั้งคำถามหรือตรวจสอบคุณเลย"

การขอใบอนุญาตการพนันในคูราเซาเป็นเรื่องง่าย | ที่มาภาพ: Play the Game
ความคลุมเครือของ 'ใบอนุญาตย่อย'
ปัญหาสำคัญอีกประการที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนคือระบบ 'ใบอนุญาตย่อย' (Sublicenses) ที่ใช้กันในคูราเซา
ในคูราเซามีบริษัทเพียง 4 แห่งเท่านั้นที่ถือใบอนุญาตหลัก ได้แก่ CEG, Antillephone, Gaming และ e-Management บริษัทเหล่านี้ได้รับสิทธิ์ให้ออกใบอนุญาตย่อยให้กับผู้ประกอบการ B2C (ธุรกิจที่ให้บริการลูกค้าโดยตรง) ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีบทบัญญัติใดในกฎหมายหรือคำสั่งของคูราเซาที่อนุญาตให้ทำเช่นนี้ได้อย่างชัดเจน
กระบวนการออกใบอนุญาตย่อยนี้แทบไม่ได้รับการตรวจสอบ ส่งผลให้ปัจจุบันมีใบอนุญาตย่อยอยู่หลายร้อยใบ ซึ่งให้ความชอบธรรมในการดำเนินงานแก่เว็บไซต์พนันนับพันแห่ง
ที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือ ใบอนุญาตย่อยเหล่านี้ยังช่วยให้ผู้ประกอบการพนันเข้าถึงระบบการเงินโลกผ่านช่องโหว่ที่แทบไม่มีใครสังเกต Play the Game ได้รับสำเนาข้อตกลงระหว่างบริษัทพนันที่มีใบอนุญาตจากคูราเซากับผู้ให้บริการชำระเงิน ในเอกสารระบุว่าผู้ประกอบการต้องส่ง "สำเนาใบอนุญาตบริการทางการเงิน หรือ ใบอนุญาตการพนัน"
คำว่า "หรือ" ในข้อความนี้มีความสำคัญมาก เพราะเปิดช่องให้ธุรกิจพนันที่น่าสงสัยสามารถเข้าถึงระบบการเงินโลกได้เพียงแค่แสดงใบอนุญาตการพนัน โดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตด้านการเงินแต่อย่างใด
สิ่งที่ต้องเข้าใจอย่างชัดเจนคือ ใบอนุญาตจากคูราเซา ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาตหลักหรือใบอนุญาตย่อย ไม่ได้ทำให้การดำเนินกิจการพนันในประเทศอื่นกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายแต่อย่างใด ใบอนุญาตเหล่านี้มีผลบังคับใช้เฉพาะในเขตอำนาจศาลของคูราเซาเท่านั้น
มาร์ติน เพอร์บริค (Martin Purbrick) จากสหพันธ์การแข่งม้าเอเชีย (Asian Racing Federation) อธิบายปัญหานี้ว่า "ด้วยความที่การพนันกีฬากำลังกลายเป็นธุรกิจระดับโลกมากขึ้น ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลท้องถิ่นและผู้บริโภคแยกแยะระหว่างการพนันออนไลน์ที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายได้ยากขึ้น"
เขาเสริมว่า "ผู้ประกอบการพนันที่ไม่ถูกกฎหมายมักจะซื้อใบอนุญาตจากประเทศที่ไม่ได้ให้ความถูกต้องตามกฎหมายนอกพื้นที่ของตน ซึ่งสร้าง 'พื้นที่สีเทา' ทั้งสำหรับผู้บริโภคและหน่วยงานกำกับดูแล"
เพอร์บริคยังวิจารณ์ระบบใบอนุญาตย่อยอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า "ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตย่อยคือการคิดว่ามันให้สิทธิตามกฎหมายแก่ผู้ประกอบการในการรับพนันจากผู้บริโภคในเอเชีย ยุโรป หรือที่อื่นใดนอกคูราเซา ระบบการออกใบอนุญาตแบบนี้มีข้อบกพร่องร้ายแรง เพราะมันเอื้อประโยชน์ให้เกิดการพนันผิดกฎหมายในประเทศอื่น"
ผู้ประกอบการพนันเป็นหนี้นักพนันหลายล้านยูโร
SBGOK เป็นองค์กรที่พยายามช่วยเหลือเหยื่อของการพนันออนไลน์ที่ไม่ได้รับเงินจากผู้ประกอบการที่ไม่โปร่งใส แต่พวกเขาเผชิญกับความท้าทายมหาศาลในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ เนื่องจากกฎหมายที่ไม่เข้มแข็งและโครงสร้างองค์กรของบริษัทพนันที่ออกแบบมาให้ยากต่อการเจาะเข้าถึง
ตัวเลขที่ SBGOK เปิดเผยน่าตกใจอย่างยิ่ง พวกเขากำลังเป็นตัวแทนให้กับผู้เสียหาย 175 คนที่มีข้อเรียกร้องมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านยูโร ถึงปัจจุบัน มีเพียง 52 คนเท่านั้นที่ได้รับเงินคืนรวม 3.1 ล้านยูโร ขณะที่อีก 80 คนกำลังต่อสู้คดีในศาลที่คูราเซาเพื่อเรียกร้องเงินกว่า 5.5 ล้านยูโรที่ยังค้างอยู่
นาร์ดี้ แครมม์ (Nardy Cramm) ตัวแทนจาก SBGOK ให้มุมมองที่น่าเป็นห่วง "มีคนจำนวนมากที่ไม่ได้รับเงินรางวัล มันน่าตกใจมาก และนี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น" คำพูดนี้บ่งชี้ว่าปัญหาที่ปรากฏอาจเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
แครมม์ยังเผยว่า "เรามีคำร้องเรียนเข้ามาใหม่ทุกวัน และสถานการณ์ที่แท้จริงน่าจะใหญ่กว่าที่เห็นถึงพันเท่า เพราะเราไม่ได้ประชาสัมพันธ์บริการของเรา มันเป็นเรื่องที่ทำให้ใจสลาย แต่ด้วยทรัพยากรที่จำกัด เราจำเป็นต้องคัดเลือกเฉพาะกรณีที่มีโอกาสชนะคดีสูงที่สุดเท่านั้น"
เธอยังวิพากษ์วิจารณ์ระบบใบอนุญาตของคูราเซาอย่างรุนแรง "จุดประสงค์หลักของใบอนุญาตคูราเซาคือการซ่อนเงินให้พ้นจากการตรวจสอบ โดยใช้ระบบใบอนุญาตย่อยที่ปกปิดตัวตนที่แท้จริงของผู้อยู่เบื้องหลังบริษัท เจ้าของธุรกิจพนันเหล่านี้จึงรู้สึกเหมือนไม่มีใครสามารถแตะต้องพวกเขาได้ แม้แต่รัฐบาลคูราเซาเองก็ไม่สามารถฟ้องร้องพวกเขาได้ เพราะไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร ระบบนี้เน่าเฟะถึงแก่น" แครมม์กล่าวอย่างเด็ดขาด
การแก้กฎหมายที่ล้มเหลวในคูราเซา
ภายใต้แรงกดดันจากเนเธอร์แลนด์ รัฐบาลคูราเซาได้พยายามปฏิรูประบบการพนันโดยนำเสนอร่างกฎหมายใหม่ในปี 2023 เพื่อยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับหลักสากลและปรับปรุงระบบใบอนุญาต
กฎหมายฉบับนี้ที่เรียกย่อๆ ว่า "LOK" มีเป้าหมายสองด้าน ด้านหนึ่งคือเพิ่มรายได้ภาษีให้รัฐบาล อีกด้านคือสร้างระบบควบคุมที่เข้มงวดขึ้นผ่านหน่วยงานกำกับดูแลใหม่ Curaçao Gaming Board (CGB) ซึ่งจะเป็นองค์กรเดียวที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต
ร่างกฎหมายนี้รวมการปฏิรูปหลายประการที่น่าสนใจ เช่น กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 100,000 ยูโร เพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้เล่น และวางกฎใหม่สำหรับการโฆษณาพนันออนไลน์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ผู้สมัครขอใบอนุญาตจะต้องเปิดเผยตัวตนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักและแสดงข้อมูลความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนมากกว่า 10% รวมถึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เข้มงวดเกี่ยวกับการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และการส่งเสริมการพนันอย่างรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังว่ากฎหมายใหม่นี้จะแก้ไขปัญหาที่รุมเร้าอุตสาหกรรมพนันได้ทั้งหมดนั้นยังไม่สูงนัก เนื่องจากยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้และการหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ฟิลิเป้ โรดริเกซ (Filipe Rodrigues) ทนายความกีฬาชาวบราซิลและสมาชิกของสถาบันกฎหมายกีฬาบราซิล แสดงความกังวลว่า "การกำกับดูแลยังคงอยู่ในสภาพที่ไม่มั่นคง" แม้จะมีความพยายามปฏิรูป
เขามองในแง่บวกบางประการว่า "แม้จะยังมีปัญหา แต่ก็มีการพัฒนาที่ดีขึ้น ตอนนี้แม้แต่ใบอนุญาตย่อยก็ต้องมีโปรไฟล์บนเว็บไซต์ของ GCB และปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้งานที่ชัดเจน หากมีการละเมิด อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้ เมื่อบูรณาการเข้ากับกฎหมายท้องถิ่น เงื่อนไขต่างๆ ของใบอนุญาตย่อยจะมีความสำคัญและน้ำหนักมากขึ้น"
อย่างไรก็ตาม สื่ออิสระในคูราเซาไม่เห็นด้วย เว็บไซต์ข่าวชั้นนำ Curaçao.nu เขียนบทบรรณาธิการที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกฎหมายใหม่และทำนายว่าการนำไปปฏิบัติและการบังคับใช้จะเป็นปัญหาสำคัญ
"LOK มีข้อกำหนดที่ดูเหมือนจะป้องกันอาชญากรรมและคุ้มครองผู้เล่น แต่ประสิทธิผลทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบังคับใช้ ซึ่งเป็นจุดที่น่ากังวลที่สุด เพราะดูเหมือนการกำกับดูแลจะยังคงเป็นแบบเดียวกับที่ทำมาตั้งแต่ปี 1996 นั่นคือ แทบไม่มีการกำกับดูแลเลย" บทบรรณาธิการระบุอย่างตรงไปตรงมา
ความล้มเหลวของการปฏิรูปกฎหมายการพนันในคูราเซาปรากฏชัดเมื่อรัฐสภาของประเทศปฏิเสธร่างกฎหมาย LOK และเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขครั้งใหญ่ ความล้มเหลวนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะก่อนหน้านี้ในเดือน ส.ค. 2023 'Raad van Advies' หรือคณะกรรมการที่ปรึกษาของคูราเซา ได้ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องสำคัญในร่างกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นการขาดความเป็นอิสระทางการเงินของ GCB และการไม่สอดคล้องกับแนวทางของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน (Financial Action Task Force - FATF) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อมีสัญญาณว่าคูราเซาอาจจะปฏิรูปกฎหมายจริง ประเทศเล็กๆ และเขตอำนาจศาลอื่นๆ เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อช่วงชิงโอกาสในการออกใบอนุญาตแทน ทั้งติมอร์ตะวันออก, อันจูอันในหมู่เกาะคอโมโรส, ลาว และ Tobique First Nation ในแคนาดา เริ่มสำรวจความเป็นไปได้ในการเสนอใบอนุญาตลักษณะเดียวกัน
นัยยะที่ซ่อนอยู่ชัดเจน คือ ตลาดยังต้องการแหล่งออก 'ใบอนุญาตการพนันระหว่างประเทศ' ที่ไม่ซักถามอะไรมากและให้ความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ
การที่การปฏิรูปในคูราเซาล้มเหลวส่งสัญญาณว่าในอนาคตอันใกล้ เกาะแห่งนี้จะยังคงเป็นสวรรค์ของธุรกิจพนันออนไลน์ต่างประเทศ ตามที่เพอร์บริคอธิบายไว้ว่าเป็น "ผู้ประกอบการพนันที่ผิดกฎหมายที่อ้างตัวว่าเป็น 'ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต' เพียงเพราะพวกเขาซื้อใบอนุญาตจากเขตอำนาจศาลที่เชี่ยวชาญในการเป็นแหล่งออกใบอนุญาตต่างชาติ"
คริส โครโนว์ ราสมุสเซน (Chris Kronow Rasmussen) ผู้อำนวยการด้านธรรมาภิบาลของ Advisense ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า "พวกเขาแค่เลื่อนการทำงานออกไปเพื่อที่จะพูดว่า 'เราจะทำอะไรสักอย่างในปี 2030 หรือตอนไหนก็ตาม' มันเป็นเรื่องราวที่ไม่มีวันจบสิ้น"
การปฏิรูปของบราซิลอาจไร้ผล
ในขณะที่คูราเซาดูเหมือนจะล้มเหลวในการปฏิรูป บราซิลกลับก้าวไปข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ในปลายปี 2023 ประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ 'ลูลา' ดา ซิลวา ได้ผ่านร่างกฎหมายใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การพนันในประเทศอย่างสิ้นเชิง กฎหมายนี้ทำให้การพนันกีฬาออนไลน์ถูกต้องตามกฎหมายและปิดช่องโหว่ที่เคยเอื้อให้บริษัทต่างชาติส่วนใหญ่ที่มีใบอนุญาตจากคูราเซาดำเนินธุรกิจในบราซิลโดยไม่ถูกควบคุมและไม่ต้องเสียภาษี
แม้รัฐบาลลูลาจะมองการปฏิรูปนี้ว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ภาษี แต่ก็เกิดคำถามว่าสถาบันต่างๆ ของบราซิลมีความพร้อมแค่ไหนในการบังคับใช้กฎหมายใหม่และกำกับดูแลอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นี้
วุฒิสมาชิกฮอร์เก้ คาจูรู ให้มุมมองที่ชัดเจนว่า "แรงจูงใจหลักของกฎหมายนี้คือปิดช่องว่างที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลโบลโซนาโร เมื่อผู้ประกอบการพนันทำกำไรมหาศาลเป็นเวลา 4 ปี โดยไม่ต้องจ่ายภาษีแม้แต่เซนต์เดียว"
เขาเสริมว่า "ผมพยายามเสนอแนวทางที่เป็นธรรม ให้พวกเขาจ่ายภาษี 18% ซึ่งยังน้อยกว่าที่ประชาชนบราซิลส่วนใหญ่ต้องจ่ายที่ 27.5% จากเงินเดือน"
ภายใต้กฎหมายใหม่ของบราซิล โครงสร้างภาษีได้รับการปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ประกอบการพนันจะถูกเก็บภาษี 12% จากรายได้การพนันขั้นต้น ขณะที่นักพนันจะต้องจ่ายภาษี 15% จากเงินรางวัลสุทธิที่ได้รับ ที่สำคัญไปกว่านั้น นักพนันจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของบราซิล และสามารถใช้บริการของ Procon ซึ่งเป็นกลไกการร้องเรียนของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหากเกิดปัญหา
โฮเซ่ ฟรานซิสโก มันซูร์ (José Francisco Manssur) ที่ปรึกษาพิเศษของกระทรวงการคลังบราซิล ย้ำว่า "กฎหมายนี้มีความสำคัญเกินกว่าเรื่องภาษี" และอธิบายเพิ่มเติมว่า "เรากำลังจัดการกับประเด็นที่ไม่เคยมีการจัดการมาก่อน จะมีระเบียบใหม่เกี่ยวกับการติดพนัน การโฆษณาอย่างรับผิดชอบ และมาตรการต่อต้านการฟอกเงิน"
ตามการประมาณการของรัฐบาลบราซิล จะมีผู้ประกอบการพนันประมาณ 40-80 รายที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในประเทศ โดยภายใน 6 เดือน กระทรวงการคลังจะกำหนดมาตรฐานสำหรับใบอนุญาตแบบบราซิล ในช่วงต้นปี 2024 มีบริษัทถึง 134 แห่งที่แสดงความสนใจขอใบอนุญาต ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการที่มีประวัติน่าสงสัยอย่าง 1XBet, Melbet (ที่มีความเชื่อมโยงกับ 1XBet) และ OceanBet
มันซูร์ยืนยันจุดยืนของรัฐบาลอย่างหนักแน่นว่า "รัฐสภาได้ประกาศแล้วว่าจะปกป้องตลาดบราซิล บริษัทที่ถือใบอนุญาตจากคูราเซาหรือเขตอำนาจศาลที่คล้ายกันจะไม่สามารถให้บริการในประเทศของเราได้อีกต่อไป" แม้จะไม่แสดงความเห็นเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับ 1XBet แต่เขาเน้นย้ำว่า "ผมรับรองได้ว่าจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับบริษัทเหล่านี้ที่จะเข้าสู่ตลาดบราซิลภายใต้กฎหมายใหม่"
แม้จะมีความพยายามในการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น แต่ปัญหาสำคัญยังคงอยู่ การควบคุมตลาดบราซิลอาจไม่สามารถป้องกันผู้ประกอบการพนันที่น่าสงสัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับในประเทศอื่นๆ เจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริงอาจไม่มีวันถูกเปิดเผย เพราะผู้ประกอบการมักหลีกเลี่ยงข้อกำหนดเรื่องความเป็นเจ้าของด้วยการจัดตั้ง "บริษัทหน้าฉาก" ที่ผ่านการตรวจสอบของรัฐบาลได้
มาร์ซิโอ มันซูร์ จาก 10Bet เปิดเผยกลยุทธ์นี้อย่างตรงไปตรงมา "เราจะไม่มีวันเห็นตัวเจ้าของที่แท้จริงของบริษัทอย่าง Ocean88 หรือ 1XBet เพราะ 1XBet Brazil จะส่งตัวแทนที่พวกเขาอาจหามาจากรัสเซีย ซึ่งพวกเขาไว้ใจและมีประสบการณ์ในธุรกิจพนัน"
เขาอธิบายขั้นตอนต่อไปว่า "จากนั้นพวกเขาจะหาพันธมิตรท้องถิ่นในบราซิลและผนวกเข้ากับโครงสร้างบริษัทของพวกเขา"
นี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นรูปแบบที่มีการใช้งานจริง ดังจะเห็นได้จากกรณีของ 1XBet ในไนจีเรีย ที่บริษัทท้องถิ่นชื่อ Beaufort Bet ได้รับใบอนุญาตในนามของพวกเขาและดำเนินการในฐานะแฟรนไชส์
มันซูร์ยังชี้ให้เห็นช่องโหว่ในระบบการตรวจสอบ "คุณไม่สามารถคาดหวังให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่ผู้บริหารที่แท้จริงของบริษัท ถ้าพวกเขาผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีการแสดงแหล่งที่มาของความมั่งคั่ง แหล่งเงินทุน และประสบการณ์ในธุรกิจพนัน"
"ผู้ประกอบการพนันจะแถลงว่านี่คือพันธมิตรท้องถิ่น เจ้าของบริษัท และนั่นคือใบสมัครของฉัน ใครจะบอกได้เป็นอย่างอื่น? มันยากมากสำหรับเจ้าหน้าที่ พวกเขาไม่สามารถทำงานบนพื้นฐานของการคาดเดาได้"
กฎหมายใหม่ของบราซิลจะมีความก้าวหน้าสำคัญในการต่อสู้กับการล้มกีฬาโดยกำหนดให้ผู้ประกอบการพนันต้องรายงานพฤติกรรมการเดิมพันที่น่าสงสัย เป็นที่น่าเสียดายที่บราซิลได้ละเลยปัญหานี้มานาน โดยไม่ได้รับความร่วมมือจากสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล (CBF) ที่ประสบวิกฤตเรื้อรังและมักผลักภาระความรับผิดชอบไปให้เจ้าหน้าที่ ภายใต้กฎหมายใหม่ รายได้ภาษีส่วนหนึ่งจะถูกจัดสรรให้ตำรวจสหพันธรัฐเพื่อต่อสู้กับการล็อคผลกีฬาโดยเฉพาะ
ข้อมูลจาก Sportradar เปิดเผยสถานการณ์ที่น่าวิตก บราซิลมีอัตราการล็อคผลกีฬาสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก บริษัทซึ่งเป็นทั้ง 'พันธมิตรด้านความซื่อสัตย์' ของ FIFA และผู้ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์แก่อุตสาหกรรมพนันกีฬา ได้ระบุการแข่งขันที่น่าสงสัยถึง 130 เกมในบราซิลเฉพาะปี 2022 แม้ Sportradar ได้ส่งข้อมูลนี้ให้ CBF แล้ว แต่องค์กรกำกับดูแลกลับไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด
ที่น่ากังวลคือทั้งกระทรวงกีฬาและกระทรวงการคลังได้ติดต่อ Sportradar ในฐานะพันธมิตรด้านความซื่อสัตย์ แต่อันโตนิโอ เดอ เมเดย์รอส เลขาธิการบริหารของกระทรวงกีฬา ยอมรับว่ากระทรวงไม่ทราบถึงบทบาทที่ขัดแย้งกันของ Sportradar ซึ่งเป็นทั้งผู้เก็บข้อมูลและผู้ตรวจสอบความซื่อสัตย์ในเวลาเดียวกัน
สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสนัก การแข่งขันกรณีศึกษาที่เห็นได้ชัดเจนอย่างเกมระหว่าง São Cristóvão กับ FC Rio São Paulo ที่กล่าวถึงตอนต้น สมควรได้รับการสอบสวนอย่างเข้มงวดและถูกใช้เป็นตัวอย่างในการยกระดับมาตรฐานความซื่อสัตย์ในวงการกีฬาบราซิล.
เชิงอรรถ
[1] กฎหมายหมายเลข 13,756 ของบราซิล มีชื่อเต็มว่า "Lei Nº 13.756, de 12 de Dezembro de 2018" เป็นกฎหมายสำคัญที่ปฏิรูปการจัดการรายได้จากลอตเตอรี่ของรัฐบาลกลาง กำหนดการจัดสรรทรัพยากรสู่กองทุนความมั่นคงสาธารณะแห่งชาติ (Fundo Nacional de Segurança Pública - FNSP) และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการอนุญาตรูปแบบการพนันใหม่คือ "การเดิมพันแบบอัตราต่อรองคงที่" (apostas de quota fixa) ให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมายในระดับประเทศ นับเป็นก้าวแรกที่เปิดประตูสู่การควบคุมธุรกิจพนันในบราซิล
[2] "ใบอนุญาตกระจกเงา" (Mirror Licences) คือกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการพนันใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ โดยเป็นใบอนุญาตที่ออกในเขตอำนาจศาลหนึ่ง (เช่น คูราเซา) แต่ถูกออกแบบให้ดูคล้ายหรือเลียนแบบใบอนุญาตจากประเทศที่มีมาตรฐานการกำกับดูแลสูงกว่า ในบริบทของคูราเซา ใบอนุญาตเหล่านี้มักถูกใช้เพื่อให้ดูเหมือนว่าผู้ประกอบการผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล ทั้งที่ความจริงแล้วการกำกับดูแลอาจหละหลวมกว่ามาก ผู้ประกอบการนำใบอนุญาตนี้ไปอ้างในตลาดต่างประเทศว่าพวกเขาดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมายและได้รับการรับรอง ระบบใบอนุญาตกระจกเงายังมีประโยชน์ด้านเทคนิคอีกประการ คือเมื่อเว็บไซต์หนึ่งถูกปิดกั้นในประเทศใดประเทศหนึ่ง ผู้ใช้จะถูกนำไปยังเว็บไซต์สำรองที่มีหน้าตาและการทำงานเหมือนกัน เพียงแต่ใช้ชื่อโดเมนหรือที่อยู่เว็บไซต์ที่แตกต่างกัน ทำให้การปราบปรามเว็บพนันผิดกฎหมายเป็นเรื่องยาก เสมือนการวิ่งไล่จับเงาที่ไม่มีวันสิ้นสุด นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมายหรืออยู่ในพื้นที่สีเทาสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วในหลายส่วนของโลก รวมถึงบราซิล
