Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรุ่งนี้อัยการศาลจังหวัดนราธิวาสนัดส่งฟ้องนักสิทธิมนุษยชนในชายแดนใต้ต่อศาลคดีโพสต์ช่วยทวงเงินค่าประปาจากค่ายทหารให้มัสยิดในสายบุรี ปัตตานีแต่โพสต์ผิดที่เป็นบาเจาะ นราธิวาสแทน จึงถูกทหารเรือในบาเจาะฟ้องหมิ่นประมาทฯ ทั้งที่แก้ไขแล้ว ล่าสุดก่อนส่งฟ้องอัยการให้ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) ของฉบับเก่าปี 50

14 ก.ค.2568 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเผยแพร่ว่า ในวันพรุ่งนี้(15 ก.ค.) อัยการศาลจังหวัดนราธิวาสนัดส่งฟ้องอัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ต่อศาลจังหวัดนราธิวาสในคดีที่กองทัพเรือแจ้งความดำเนินคดีอัญชนาจากกรณีที่อัญชนาช่วยชาวบ้านโพสต์ทวงค่าน้ำประปาจากค่ายทหารจำนวน 20,000 บาท เมื่อ 8 พ.ค.2567

คดีนี้เบื้องต้นเกิดขึ้นจากโพสต์ของอัญชนาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567 ที่โพสต์ข้อความถามว่าจะต้องร้องเรียนเรื่องที่มัสยิดใน อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาสทวงเงินค่าน้ำประปาจากค่ายทหารที่มาใช้น้ำประปาของมัสยิดไม่ได้ แต่เนื่องจากเธอระบุที่ตั้งของมัสยิดผิดและได้แก้ไขให้ถูกต้องในวันรุ่งขึ้น(9 พ.ค.2567) เป็นมัสยิดในตำบลบือเระ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี แทนแล้ว

อย่างไรก็ตาม หน่วยทหารในพื้นที่อ.สายบุรี คือกรมทหารพรานที่ 44 สังกัดกองทัพบกได้ใช้เฟซบุ๊กของหน่วยไปชี้แจงในโพสต์ของอัญชนาว่าได้ตรวจสอบแล้วพบว่าได้ค้างชำระอยู่จริง แต่ทางหน่วยได้ทำข้อตกลงและผ่อนชำระให้กับทางมัสยิดแล้วโดยจ่ายเป็นเดือนละ 2,000 บาทตั้งแต่เดือน ต.ค.2566 - พ.ค.2567 โดยยังเหลือยอดค้างชำระอยู่ 5,326 บาท เพราะมีการเปลี่ยนผู้บังคับการกองร้อยส่วนของเดือน พ.ย.2566-เม.ย.2567 ได้จ่ายให้ทางมัสยิดแล้วตามยอดใช้จริง ซึ่งทางอัญชนาได้ตอบขอบคุณหน่วยทหารที่เข้ามาชี้แจง

โฆษณา - Advertising

แต่ต่อมา 19 ก.ค.2567 หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือในอ.บาเจาะ รับมอบอำนาจจากผู้บัญชาการทหารเรือไปแจ้งความดำเนินคดีกับอัญชนา เนื่องจากเห็นว่าโพสต์ของอัญชนาทำให้หน่วยทหารนาวิกโยธินเสียภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นและศรัทธา 

อัญชนาเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจเมื่อ 14 ต.ค.2567แจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 หลังจากนั้นทางตำรวจได้ส่งฟ้องอัญชนาต่ออัยการศาลจังหวัดนราธิวาสเมื่อ 21 ม.ค.2568

แต่หลังจากทางอัยการนัดรายงานตัวอยู่หลายครั้งเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2568 ปรากฏว่าทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการด้วย ข้อหาตาม  พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14(1) ที่มีใจความว่าผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน เป็นความผิด และทางอัยการจะส่งฟ้องอัญชนาต่อศาลในวันเดียวกัน แต่อัญชนาได้ขอเลื่อนนัดฟ้องเป็นวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.2568) เนื่องจากไม่ได้เตรียมหลักทรัพย์มาประกันตัว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าปัจจุบัน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้ฉบับแก้ไขเมื่อปี 2560 โดยมีการแก้ไขในมาตรา 14 (1) โดยระบุลักษณะการกระทำที่ไม่รวมถึงการกระทำในลักษณะหมิ่นประมาทด้วยว่า “โดยทุจริต  หรือโดยหลอกลวง  นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอรซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน  หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ  โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน  อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising